Home >Movies > Love Letter
 
 
Quick menu ::>>
----------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็น   
:: MV-Love Letter
 A winter love story
640 x 272 resolution [2.35:1] @ 23.976 fps
Download DivX 5 Pro
install program ก่อนดู MV
File size: 16 Mb
File type: DivX
**Server Down
view MV with
window media player7.1
 
 
:: Special Feature
Story Board
Love Letter
(when I close my eyes)
- Animated Storyboard
File size: 26.4 Mb
File type: DivX
Duration: 1Hr 56 min

Special Feature อยู่ใน CD fullset
Enhanced Audio CD

 
 
Special thanks
K. StoneRoses @
www.pocketpcthai.com
 
 
 
เคยมั้ยครับที่หลายๆ ครั้งได้ชมหนังซักเรื่องที่ดีมากๆ ทั้งการถ่ายทำ งานสร้าง ดนตรี ถูกใจไปหมดทั้งเรื่อง แต่หากมีคนมาถามว่าทำไมถึงได้ชอบหนังเรื่องนี้นักหนา คุณกลับไม่รู้จะบอกออกมาเป็นคำพูดได้ยังไง ในใจรู้แต่ว่าความชื่นชมในตัวหนังมันเอิบอาบทาบท้นอยู่เต็มปาก(และเต็มใจ) สำหรับผมแล้ว Love Letter เป็นหนึ่งในหนังประเภทนี้แหละครับ ผมชอบมันมากทุกช็อต ทุกซีน ทุกองค์ประกอบของหนังจนกระทั่งไม่รู้ว่าจะเริ่มบรรยายออกมายังไงให้คนฟังได้รู้ซึ้งถึงความสวยงามที่แท้จริงของมัน (หรือพูดง่ายๆ ว่า ผมเขียนไม่ออกนั่นเอง)

Hiroko Watanabe มาร่วมงานพิธีระลึกถึงการเสียชีวิตของคู่หมั้นเธอซึ่งประสบอุบัติเหตุจากการปีนเขาเมื่อ 2 ปีก่อน เธอเปิดดูหนังสือรุ่นสมัยมัธยมของเขาและพบที่อยู่เก่าของเขา จึงตัดสินใจเขียนจดหมายเพื่อถามไถ่สารทุกข์ดิบถึง Itsuki Fujii คู่หมั้นที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยความคิดถึง หรืออาจจะเป็นวิธีของเธอในการปล่อยวางในความรักที่ไม่สมหวังนี้ แล้วเหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่ง มีจดหมายตอบกลับมาหา Hiroko โดยจดหมายนั้นลงชื่อไว้ว่า Itsuki มันหมายความว่าอะไรกัน? Hiroko มุ่งมั่นที่จะหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้ แต่เธอไม่รู้เลยว่าไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่ต้องประหลาดใจกับเรื่องเดียวกันนี้
หนังเปิดเรื่องมาด้วยความงุนงงของทั้ง Hiroko และคนดูในเวลาเดียวกันเมื่อมีจดหมายตอบกลับมา และหนังเล่นกับความอยากรู้ความจริงในอารมณ์ของหนังแนวนักสืบเล็กๆ ซึ่งอันที่จริงแล้วตัวผกก. Iwai ไม่ได้ลังเลเลยที่จะเปิดตัว Itsuki (หญิง) ในฉากถัดมา พร้อมจดหมายฉบับแรกที่เธอได้รับจาก Hiroko เพียงแต่ว่าการเปลี่ยนตัวละครนั้นทำได้เนียนมาก จนหากคุณไม่สังเกตถึงชื่อที่แตกต่างคุณจะยังคิดว่าหนังยังคงโฟกัสไปที่ Hiroko อยู่
Itsuki (หญิง) นั้นเป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของ Itsuki (ชาย) คู่หมั้นของ Hiroko นั่นเอง Hiroko ไปที่บ้านแม่ของคู่หมั้นอีกครั้งและได้หยิบอัลบั้มรูปสมัยเรียนมัธยมของเขามาดู จนพบว่ามีรูปของ Itsuki อยู่ ซึ่งหน้าตานั้นละม้ายคล้ายเธอมากทีเดียว การค้นพบนี้นำมาซึ่งความเจ็บปวดลึกๆ ในใจของ Hiroko เพราะมันได้บอกเธอว่า คำบอกรักจากคู่หมั้นที่ว่าเธอคือรักแรกพบของเขานั้นไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย รักแรกพบของเขาคือสาวน้อยมัธยมที่หน้าเหมือนเธอราวกับแกะคนนั้นต่างหาก และที่ทำให้เธอเศร้าใจไปมากขึ้นอีกก็คือ เธอรู้สึกว่าเธอกำลังคิดที่จะเอาชนะคนในอดีตอยู่โดยมีคู่หมั้นของเธอเป็นกรรมการ และกรรมการคนนี้ก็ไม่สามารถจะมาตัดสินอะไรให้กับใครได้อีกต่อไปแล้ว Hiroko จึงเหมือนกับดำเนินชีวิตอยู่บนความขมขื่นที่เธอไม่ได้ทำ (และไม่ได้เอะใจมาก่อน) เพียงเพราะคำพูดที่เธอยึดมั่นเหมือนเป็นสัญญารักระหว่างเธอและคู่หมั้น กลายมาเป็นคำที่บาดหัวใจเธอได้มากมายขนาดนี้ และหากเป็นแบบนั้น ตลอดเวลาที่คบกันเธอก็อยู่กับคำลวงที่แสนหวานมาโดยตลอดอย่างนั้นหรือ?

แต่ในที่สุด ทั้งคู่เขียนจดหมายโต้ตอบกันด้วยสาเหตุที่ต่างกัน แต่เป็นเหตุที่เกิดจากผู้ชายคนเดียวกัน Hiroko เขียนจดหมายคุยกับ Itsuki เพื่อต้องการรู้เรื่องราวของอดีตคนรักให้มากยิ่งขึ้น เพราะเธอได้พบว่าตัวเขาที่เธอรู้จักกับตัวเขาในสมัยเรียนมีท่าทีที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ในขณะที่จุดประสงค์ของ Itsuki คือการรักษาบาดแผลบางอย่างในวัยเรียน ตัวหนังแสดงชีวิตของคนทั้งคู่เป็นเหมือนหนัง 2 เรื่อง ชีวิตของ Hiroko กับความเศร้าที่ไม่อาจสลัดทิ้งหลังการตายของคู่หมั้น แม้ว่าเธอจะมี Shigeru เป็นเพื่อนเก่าต่างเพศที่ยังรักเธออยู่ก็ตามที ในขณะที่ชีวิตของ Itsuki ก็ต้องอยู่กับบาดแผลในวัยเรียนที่ไม่อาจรู้ได้ว่าคนที่เธอรัก คิดกับเธอแบบไหนกันแน่ และอย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า คนที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเป็นแบบนี้คือ Itsuki (ชาย) นั่นเอง
และการที่ Itsuki (หญิง) ต้องเขียนจดหมายเล่าชีวิตในวัยเรียนของ Itsuki (ชาย) นี่เอง เปิดโอกาสให้เธอได้กลับไปรำลึกความหลังสมัยเรียน (โดยมีนัยแฝงถึงการกลับไปสู่การชำระแผลแห่งอดีตนั่นเอง) ตัวหนังย้อนกลับไปในสมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นนักเรียนมัธยม เรียนอยู่ห้องเดียวกัน อันเป็นที่มาของฉากน่ารักๆ และอบอุ่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นฉาก Itsuki ยืนรอแลกผลคะแนนสอบจนค่ำมืด ฉาก Itsuki (ชาย) ผู้(มีท่าที)ทรนงเกิดอาการ "งอน" ที่ห้องสมุด และอีกหลายต่อหลายฉาก

เมื่อการ "ตามรอยอดีต" ได้พาเธอกลับไปที่ห้องสมุดของโรงเรียนอีกครั้ง เธอกลับได้พบกับความจริงบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้หรือนึกถึงมาก่อนเลย และเป็นความจริงที่เปลี่ยนแปลงความคิดในความหมายของการดำรงอยู่ในชีวิตเธอตลอดไป


Hiroko เป็นผู้หญิงที่มีนิสัยเก็บตัว เรียบร้อย มีเสน่ห์ค่อนไปในแบบสาวโบราณนิยม และที่สำคัญคือเธอไม่เคยบอกความรู้สึกในใจใดๆ ออกมาเลยแม้กับเพื่อนที่สนิทมากที่สุดก็ตามที ในขณะที่ Itsuki (หญิง) มีบุคลิกที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เธอเป็นหญิงสาวสดใส ร่าเริง ทำอะไรตามใจฉัน พูดอะไรตรงๆ ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวเธอรู้สึกสบายใจและมีความสุข

บุคลิกของทั้งคู่ต่างกัน มีรอยแผลที่ต่างกัน มีความรักที่แตกสลายต่างรูปแบบกัน และมีบทสรุปในการค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ที่ต่างกันออกไป แต่หนังทำให้ผู้ชมรู้สึกได้ถึงเส้นใยบางๆ แห่งความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงชีวิตของทั้งคู่เข้าเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างแนบเนียนและลงตัว

ฉากที่ Hiroko ตะโกนถามสารทุกข์ของ Itsuki (ชาย) ใส่ภูเขาที่เขาได้ไปทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น เปรียบเหมือนการปลดปล่อยพันธนาการให้กับตัวเธอเอง พันธนาการที่ว่าก็คือการถือโกรธของเธอนั่นเอง ดังนั้น เมื่อเธอตัดสินใจยอมอภัย ยอมปล่อยวางและยอมรับว่าความรักที่แท้จริงคือการระลึกถึงแต่ความทรงจำที่ดีๆ ระหว่างกันต่างหาก ทำให้เธอได้ก้าวพ้นเส้นแห่งความยึดมั่นในความโกรธเกลียดที่บดบังตาไปสู่โลกใหม่เพื่อการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ในขณะเดียวกันนั้น Itsuki (หญิง) ที่กำลังนอนป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาลก็พูดคำทักทายคำเดียวกันกับที่ Hiroko กำลังพูดออกมา แสดงถึงนัยยะของเส้นแห่งความสัมพันธ์ของหญิงสาวทั้งคู่ที่เชื่อมถึงกันโดยมีความรักที่มั่นคงต่อชายคนเดียวกันเป็นแรงผลักดัน ผกก. Iwai ฉลาดพอที่จะปล่อยฉากนี้โดยไม่ระบุบทสรุปที่ชัดเจนว่า เหตุแห่งความอัศจรรย์เล็กๆ นี้เกิดขึ้นเพราะอะไร ตัวหนังปล่อยให้ผู้ชมตีความกันไปได้หลากหลายตามแต่ความเชื่อที่สั่งสมมาตั้งแต่แรกเมื่อหนังเปิดเรื่อง และการแสดงของ Miho ในฉากนี้เป็นการตอกย้ำว่าการกลับมาของเธอในครั้งนี้เป็นการกลับมาในฐานะของนักแสดงขายฝีมือที่ไว้วางใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์สำหรับบทหนักๆ ขนาดนี้ เพราะเธอให้การแสดงที่นิ่ง ลึก แต่มีพลังได้อย่างน่าชื่นชม ส่งผลให้ฉากยากๆ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อนเช่นนี้กลายเป็นฉากที่ทรงพลังและสื่อให้ผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ของมันได้ง่ายเกินคาด
และดูเหมือนว่าผกก. Iwai จะคิดว่าฉากไคลแมกซ์ที่ยอดเขาจะไม่ทำให้ผู้ชมได้จิ๊ดกันมากพอ (ทั้งๆ ที่ตัวผมนั้นได้ลงไปนอนกระอักความจิ๊ดที่พื้นห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) ฉากต่อมาจึงเป็นการ "สะสาง" เรื่องราวของ Itsuki (หญิง) บ้าง ซึ่งความลับบางอย่างได้ถูกเปิดเผยออกมา เป็นความลับที่ทำให้คุณรู้จักว่าความรักที่แท้จริงนั้นต้องอาศัยความอดทน การรอคอย และไม่จำเป็นเลยที่ต้องป่าวประกาศให้ทั้งโลกได้รู้หรือแม้แต่คนที่เรารักเองก็ตาม และสุดท้ายผลที่ออกมานั้นมันเป็นความรักอันบริสุทธิ์ที่น่ายกย่อง น่าชื่นชม เพราะว่ามันไม่มีความเห็นแก่ตัว ความอยากครอบครองเข้ามาข้องเกี่ยวเลยแม้แต่น้อย นับเป็นฉากปิดเรื่องที่สมบูรณ์ที่สุดแล้ว

Love Letter กำกับโดยผู้กำกับ Shunji Iwai (April Story) หาก April Story เป็นการ "แจ้งเกิด" ของดาราสาว Takako Matsu ดังนั้น Love Letter น่าจะเป็นการ "แจ้งกลับ" ของดารา/นักร้องสาว(ใหญ่) Miho Nakayama ด้วยการแสดงที่เธอแสดงไว้ในเรื่องนี้ถือเป็นการแสดงที่เยี่ยมยอดและผมคิดว่าดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นเธอแสดงมา เพราะ 2 บุคลิกที่เธอแสดงนั้นช่างต่างกันโดยสิ้นเชิงเหมือนเอาคน 2 คนที่เผอิญมีหน้าตาเหมือนกันมาเล่น ตอนเป็น Hiroko เธอดูสง่างาม ไว้ตัว พูดจาเดินเหินเนิบๆ ช้าๆ ในแบบสาวเรียบร้อย แต่พอเธอสวมบท Itsuki เธอกลับกลายเป็นสาวแก่น(เล็กๆ) ช่างพูด ร่าเริงแจ่มใส ไปได้อย่างทันตาเห็น
Love Letter เป็นหนังที่มีความเป็น "ความโรแมนติกแบบญี่ปุ่น" สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการแอบรักเพื่อนร่วมชั้น พระเอกประเภทปากแข็ง(แต่ใจอ่อน) รักที่ผสมผงของความเป็นแฟนตาซีเข้าไปด้วย ซึ่งเคยเห็นชาติอื่นๆ ทำหนังในแนวนี้มาบ้างแต่ก็ดูลักลั่นไม่เป็นธรรมชาติเหมือนหนังญี่ปุ่นเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวหนังถูกซื้อไปฉายที่อเมริกาภายใต้ชื่อใหม่ว่า "When I close my eyes" ที่แม้จะได้ฉายเฉพาะในกลุ่มแคบๆ แต่ก็ได้รับคำนิยมจากนักวิจารณ์ในอเมริกามากพอดู เพราะตัวหนังนั้นมีฉากย่อยๆ ที่แสดงถึงสภาพจิตใจตัวละคร และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมาย (ซึ่งล้วนแล้วแต่เพิ่มระดับความจิ๊ดให้กับตัวหนังโดยรวมแทบทั้งสิ้น) เกินกว่าที่จะพูดถึงได้หมด

หากหนังเรื่อง Love letter จะให้อะไรผู้ชมสักอย่าง สิ่งนั้นน่าจะเป็นมุมมองในการปล่อยวาง การมองความรักในแง่มุมที่บริสุทธิ์อย่างที่มันพึงจะเป็น และการเยียวยาบาดแผลในใจ เพราะบาดแผลในใจของทุกคนนั้นจะรักษาเยียวยาให้หายดีได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดหรือขนาดของแผลนั้นๆ แต่อยู่ที่เจ้าของแผลพร้อมแล้วหรือยังที่จะปล่อยวาง หรือยืนหยัดสู้กับต้นเหตุของบาดแผลเหล่านั้นต่างหาก ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้ตอกย้ำถึงทฤษฎีอันนี้ นอกจากนั้น มันยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความ "พิเศษ" ของหนังเรื่องนี้ด้วยตรงที่ว่า แม้ตัวหนังจะให้มุมมองของความรักทั้งในด้านสุขสมหวังและด้านที่ทรมานใจอย่างสุดแสน แต่ประเด็นหลักที่หนังสื่อออกมาให้คนดูได้รับรู้ คือการสอนให้รู้จักที่จะรักให้เป็นและรู้เท่าทันแก่นของความรักอย่างแท้จริง แล้วคุณจะพบว่าความรักนั้นสวยงามอยู่เสมอ
---------------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับคุณ นีอุง
  neunth@yahoo.com
นีอุง นีอุง 2/8/2545
 
 
:: Love Letter -OST
 
** server down
Love_Letter_track01
Love_Letter_track02
Love_Letter_track03
Love_Letter_track04
Love_Letter_track05
Love_Letter_track06
Love_Letter_track07
Love_Letter_track08
Love_Letter_track09
Love_Letter_track10
Love_Letter_track11
Love_Letter_track12
Love_Letter_track13
Love_Letter_track14
Love_Letter_track15
 
 
 
 
contact webmaster
 
popcornfor2@hotmail.com
..............:::: Home | Movies | What's News | Flash | Download | Stars | Webboard