Home >Hot files
 
 
Quick menu ::>>
 
:: Hero
Trailer
File size: 12 Mb
**close
 
:: MV- F4
Di Yi Shi Jian
File size: 47 Mb
:: All MP3 - F4
goto this Forum >>
:: MV-F4

Liu Xing Yu

File size: 56 Mb
**close
 
Liu Xing Yu.mp3
 
:: Concert
Here we are
File size: 44.2 Mb
**close
 
:: Ads-F4
Pepsi comercial
File size: 5 Mb
**close
 
More F4 go to
>> this Forum
 
:: special clips
F4 - Meteor Garden
Ah Si & Shan Cai's Kissing Bloopers).wmv
File size: 5.6 Mb
**close
 
 
 
 
 
องค์บาก - Ong Bak
 

จากผลงานที่ผ่านมา 2-3 เรื่องของผกก. ปรัชญา ปิ่นแก้ว ไม่นับ MV นับไม่ถ้วน ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนทำหนังที่น่าเชื่อถือนัก แต่อันที่จริง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ไม่เป็นเพียงคนทำหนังหรือมิวสิควีดิโอเท่านั้น แต่เขายังเป็นนักการตลาดและนักการขายที่ดีอีกด้วย เมื่อเขาต้องการขายอะไร วิธีการขายของเขาจะไม่เป็นประเภท แอบๆ เดินเข้ามาสะกิด แล้วกระซิบถามว่า "โป๊มั้ยน้อง" อะไรแบบนั้น แต่เขามักจะขายแบบออกหน้าออกตา ขายแบบแบไต๋กันไปทั้งร้านว่าที่นี่มีอะไรขายบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสินค้าที่อยู่ในมือของเขาเป็นสินค้าที่ "ขายได้"

และดูเหมือนองค์ประกอบแทบทุกอย่างใน องค์บาก ก็ดูจะเป็นสินค้าที่มีแนวโน้มในการขายสูงมาก ถึงจะเป็นการขายของประเภท Exotic ก็เถอะ ทั้งมวยไทย พระพุทธรูป รถตุ๊กๆ และอื่นๆ องค์บาก เป็นเรื่องของ ทิ้ง ไอ้หนุ่มบ้านประดู่ ที่เผอิญเก่งกาจเหลือเกินในด้านหมัดๆ มวยๆ จนวันหนึ่งเมื่อพระพุทธรูปหน้าบากที่ชาวบ้านเรียกว่า องค์บาก ถูกโจรลักตัดเศียรไปขาย จึงเป็นหน้าที่ของไอ้ทิ้งที่จะต้องเข้ากรุงเทพเพื่อไปตามเศียรองค์บากกลับมา

ปรัชญา เปิดเรื่องมา 10 นาทีแรกด้วยความหวั่นใจของผม เพราะพี่แกเล่นเอาบทไปยัดใส่ปากตัวละครอีกแล้ว คือเหตุการณ์เรื่องราวทุกอย่างล้วนออกมาจากการบอกเล่าของตัวละครอย่างจงใจ ทื่อมะลื่อและเชยมากๆ แต่สถานการณ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อตัวหนังพา ทิ้ง เข้ามายังกรุงเทพและเจอะเจอเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เขาต้องแสดงความอึดระห่ำที่แฝงอยู่ในลีลามวยไทยที่จะทำให้คุณอึ้ง ทึ่ง เสียว ฉากต่อสู้หลายๆ ฉากแม้จะดูจงใจ ดูยัดเยียด และดูเป็นการ "จัดฉาก" เพื่อโชว์ลีลาของ พนม มากไปสักนิด แต่น่าประหลาดที่ตัวหนังโดยรวมกลับดำเนินไปอย่างลื่นไหล สนุกสนาน มีจุดที่ต้องสะดุดตาสะดุดใจน้อยมากๆ

พนม ยีรัมภ์ เป็นนักแสดงแทนในฉากผาดโผนที่ผันตัวมาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ ฝีมือการแสดงของเขาแม้จะไม่ดีนัก แต่ก็ไม่ขัดตาอะไร อีกทั้งตัวบทก็ช่วยเขาด้วยอีกแรงด้วยการส่งบทส่วนใหญ่ไปให้กับ หม่ำ จ๊กมก แทน คงไม่ต้องพูดกันมากถึงความสามารถ ความเก่งฉกาจทางด้านการต่อสู้ของ พนม ฉากต่อสู้ทุกฉากที่เขาเล่น ล้วนแล้วแต่เป็นฉากมหาหินที่จะทำให้คนดูอ้าปากค้าง ส่วน หม่ำ ก็มาในแนวที่ "เท่" ผิดกับงานก่อนๆ ที่เขาเคยรับมา พูดกันง่ายๆ ว่าคุ้มครับ ที่เอา หม่ำ มาประกบเป็นพี่เลี้ยงให้กับ พนม ที่ยังอ่อนในเรื่องของการแสดง หม่ำ เป็นนักแสดงไม่กี่คนที่สามารถปล่อยมุขและความสามารถทางการแสดงของเขาออกมาได้อย่างแพรวพราวโดยที่ไม่ได้ไปกดการแสดงของเพื่อนร่วมฉากมากนัก เรียกว่าทำหน้าที่เป็น "ตัวเสริม" ที่ดี ว่างั้นเถอะ

ท่ามกลางเสียง "อื้อหือ" "โอ้โห" ของผมระหว่างชมกับฉากสตันท์มันส์ๆ ที่มีมาตลอดทั้งเรื่อง มีฉากหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งมากๆ ซึ่งแทนที่จะเป็นฉากหลังไคลแมกซ์ แต่กลับเป็นฉากเริ่มเรื่อง ตอนที่ชาวบ้านพากันมาส่ง ทิ้ง ขึ้นรถ เงินแต่ละบาทที่แต่ละคนอดออมกันมา ถูกเทลงในผ้าผืนเล็กๆ เพื่อให้ ทิ้ง เป็นทุนสำหรับการกู้ "ศรัทธา" คืนมาให้กับหมู่บ้าน อย่างไรก็ดี ฉากบางฉาก ของตัวละครบางตัวในหนังก็ดูจะไม่จำเป็นเลยสำหรับเนื้อหนัง เช่นฉากของ เง็ก พี่สาวเหลวแหลกของ หมวย ที่ถึงเธอจะอยู่หรือเธอจะตายก็ดูจะไม่มีผลต่อเนื้อเรื่องโดยรวมแม้แต่น้อย สู้เอาเวลาไปเพิ่มฉากอัดเข้าอัดศอกของ พนม ยังดีซะกว่า แต่ฉากการไล่ล่ากันในตรอกนั้นเองที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผกก.ฉลาดอย่างมากที่เซ็ตฉากออกมาแบบนี้ ผมไม่ได้พูดถึงการวาง "อุปสรรค" ต่างๆ ตามรายทางอย่างจงใจเพื่อให้ พนม โชว์ฝีมือเหนือมนุษย์ของเขา แต่ผมชอบช่วงหนึ่งของซีเควนซ์ยาวอันนี้ตรงที่ หนังให้ หม่ำ วิ่งหนีตามหลัง พนม มา และ "พยายาม" กระโดดเลียนแบบ พนม หลายครั้งหลายครา แต่แน่นอนว่าใครจะทำได้แบบนั้น ฉากนี้จึงนำมาทั้งความตลกขบขัน (มาก) และเป็นการบอกคนดูไปในตัวว่า คิวสตันท์แบบนี้ไม่ใช่ใครๆ ก็ทำได้นะ โดยส่วนตัว ผมชอบที่หนังใส่ gimmick ของความเป็นไทยลงไปอยู่ตลอดเรื่อง โดยเฉพาะฉากที่ ทิ้ง เตรียมตัว "ลุย" ครั้งสุดท้าย ที่เขาเอาตะกรุดที่หลวงพ่อให้มามาใช้เป็นเหมือน "ไม้ตาย" นั้น ดูขลังเอามากๆ เป็นช็อตสั้นๆ ง่ายๆ แต่เร้าอารมณ์ของคนดูได้ชงัดนัก ผมยังคิดว่า หาก ผกก. เน้นในเรื่องของความศรัทธาและน้ำใจของคนไทยให้มากกว่านี้สักนิด องค์บาก จะเป็นหนังที่ทำให้คุณจิ๊ดเอาได้ง่ายๆ เพราะลำพังตัวละครบ้านนอกอย่าง ทิ้ง ที่เข้ามาในเมืองด้วยเหตุผลของความดีงามก็ทำให้ผู้ชมเอาใจช่วยไปแล้วกว่าครึ่ง

งานด้านโปรดักชั่นของหนังอยู่ในระดับดีมากๆ ฉากในถ้ำช่วงท้ายเรื่อง ถ้าไม่รู้มาก่อน ผมคงต้องคิดว่าไปถ่ายกันในถ้ำจริงๆ หรือฉากรถตุ๊กๆ ซิ่ง ที่ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ชอบอะไรนักหนาก็ตามที แต่ก็ต้องยอมรับถึงการลงทุนที่หนังทุ่มลงไปเพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ (ของฝรั่ง?) แต่น่าเสียดายที่การจัดแสงและการถ่ายภาพในช่วงท้ายๆ ยังทำได้ไม่ดีนัก (ซึ่งผิดกับช่วงต้นเรื่องเหมือนใช้ตากล้องและทีมจัดไฟคนละคน) โดยเฉพาะฉากในถ้ำ ที่ดูมืด ภาพดูหยาบและมุมกล้องที่ธรรมดาเกินไป การที่ตั้งกล้องแช่ไว้ แม้ว่าจะทำให้เราเห็นผู้ร้ายถูกฟาดปากอย่างเต็มตา แต่ก็ทำให้ตัวหนังดู "ทื่อ" เกินไปหน่อย และด้วยการจัดแสงโทนมืดๆ กลับทำให้การตั้งกล้องแช่เพื่อให้เห็นภาพสตันท์ชัดๆ กลับไร้ประโยชน์เพราะมองอะไรไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ ส่วนดนตรีประกอบที่ใช้ปี่มวยไทยมาผสมกับดนตรีแนวเทคโนมันส์ๆ ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายอะไร เมื่อหน้าหนังขายมวยไทยกันขนาดนี้ แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ควรจะได้รับการชื่นชมอยู่ดี

โดยรวมแล้ว องค์บาก คงเป็นหนังไทยอีกหนึ่งเรื่องที่ผมจะแนะนำให้ฝรั่งดูได้อย่างค่อนข้างเต็มปาก และนั่งรอฟังเสียงอุทานด้วยความทึ่ง (ที่ต้องมีแน่ๆ) อย่างใจจดใจจ่อ แม้ว่าเนื้อหนังโดยรวมจะมีขาดมีเกินไปบ้าง แต่ "สินค้า" ที่เรามีอยู่ในมือตัวนี้ ก็มีศักยภาพมากพอที่จะวางขายได้โดยไม่ต้องลดแลกแจกแถมใดๆ เพราะสินค้าที่ดี ใครๆ ก็อยากซื้อครับ

 
 
---------------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับคุณ นีอุง
  neunth@yahoo.com
นีอุง นีอุง 02/02/2546
 
catch me if you can
 

หนังเรื่องล่าสุดของ Steven Spielberg จับเอาเรื่องราวของ Frank Abagnale ยอดนักปลอมเช็คที่มีอายุน้อยที่สุดในอเมริกา ความน่าสนใจในตัว Abagnale อยู่ที่ว่าเขาสามารถปลอมเป็นหมอ ทนาย และนักบินได้อย่างแนบเนียนโดยที่ไม่มีใครเอะใจสงสัยเลย ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเขามีอายุ 18-19 ปีเท่านั้นเอง

Spielberg ยังคงทำหนังออกมาได้ดูดี มีสไตล์ เขาทำให้องค์ประกอบต่างๆ ที่พึงมีในยุค 60 ดูน่าเชื่อถือไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ผู้คน สิ่งของประกอบฉากต่างๆ ก็จำลองออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ Spielberg ทำหนังออกมาในโทนเบาๆ เน้นการชิงไหวชิงพริบที่สนุกสนานแบบโปลิศจับขโมยของตัวละครที่ Leonardo Di Caprio และ Tom Hanks เล่น หนังเปิดเรื่องมาด้วยภาพลายเส้นการ์ตูนที่ดูเหมือนจะเป็นการเล่าเรื่องราวให้กับคุณดูได้เตรียมตัวว่าเขาจะคาดหวังอะไรได้บ้างในหนังเรื่องนี้ ผมไม่ได้อ่านหนังสือของ Frank มาก่อน ดังนั้น ความรู้สึกของผมต่อหนังจึงเกี่ยวกับตัวหนังล้วนๆ ไม่ได้มีการนำไปเปรียบเทียบกับหนังสือแต่อย่างใด ความรู้สึกที่ได้คือ นอกเหนือจากงานโปรดักชั่นระดับพระกาฬซึ่งถือเป็นมาตรฐานของ Spielberg อยู่แล้ว ดูเหมือนว่างวดนี้เฮียเคราแกดูจะเกร็งๆ ในการเดินเรื่องอยู่พอสมควร อาจจะเพราะว่าหนังสร้างมาจากเรื่องจริงของคนๆ หนึ่ง การเดินเรื่องจึงจำเป็นที่จะต้องเดินไปตามครรลองที่ต้องเป็น โดยที่เฮียแกจะใส่อะไรเข้าไปไม่ได้มากนัก แต่อันที่จริงข้อสันนิษฐานนี้ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะหลังจากได้สอบถามจากผู้ที่อ่านหนังสือมาแล้ว พบว่าลุงเคราแกเปลี่ยนเนื้อเรื่องไปมากพอสมควร ดังนั้น ลุงแกก็น่าจะมีอำนาจมากพอที่จะใส่ลูกเล่นส่วนตัวลงไปได้ อย่างไรก็ดี การที่ค่อนเรื่องแรกของหนัง เดินเรื่องอย่างตามกรอบ (แม้จะใช้เทคนิค Flashback นิดๆ หน่อยๆ พอไม่ให้เซ็งก็ตาม) ก็ทำให้หนังดูเรื่อยๆ เอื่อยๆ จนในบางช่วงอาจเลยเถิดไปถึงน่าเบื่อเอาได้ แต่ตัวหนังกลับมาเป็นม้าตีนปลายเอาในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย หลังจากที่ Frank ถูก FBI จับไปแล้ว ช่วงนี้ดูเหมือนว่า Spielberg จะเพิ่งตื่นหรือไงก็ไม่ทราบได้ เพราะแกใส่ลูกเล่น gimmick แก๊กเล็กแก๊กน้อยอันเป็นเสน่ห์ส่วนตัวตามที่แกถนัดลงมาอย่างเต็มที่ ทำให้ตัวหนังพาไปสู่ฉากจบที่ค่อนข้างน่าพอใจมากๆ (แม้ว่าหลายๆ คนอาจทนนั่งเซ็งมาตลอดชั่วโมงกว่าๆ ที่ผ่านมาก็ตาม)

Leonardo สวมบท Frank ได้อย่างดีมาก ดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติ เขาดูเป็นคนที่มีความสุขตลอดเวลา กับพฤติกรรมลวงโลกของเขานี้ แต่ขณะที่ในแววตาเขายังคงมีความไม่มั่นคง และกลัวบางสิ่งบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่ Tom Hanks มารับบทเจ้าหน้าที่ FBI Carl Hanratty ที่ดูจะเป็นบทที่ติดตลกเล็กๆ ซึ่งเราไม่ได้เห็น Hanks ในบทแบบนี้มานานเต็มที และเขาก็ทำหน้าที่ได้ไม่มีที่ติแต่อย่างไร หนังมีดารารับเชิญหลากหน้าหลายตา แต่คงไม่มีใครสู้ Christopher Walken ได้แน่นอน กับบทพ่อของ Frank เพราะเขาดูโดดเด่นในทุกๆ ฉากที่เขามีบทอยู่
ู่

สรุปแล้ว ถือว่างาน Catch Me If You Can เป็นงานพักผ่อนของทั้ง Spielberg และ Hanks ที่พักหลังๆ ทั้งคู่ดูจะจับแต่งานหนักๆ ท้าทายฝีมืออยู่โดยตลอด แม้ตัวหนังจะไม่ได้ดีเด่นระดับหนังรางวัล หรือสนุกสนานแบบ non-stop action แต่หนังก็ยังมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่น่าสนใจ น่าดึงดูดใจมากพอที่จะทำให้คุณไม่รู้สึกเสียดายเงินค่าตั๋วแน่นอน

official Site

http://www.dreamworks.com/catchthem/jump2.html

 
 
---------------------------------
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับคุณ นีอุง
  neunth@yahoo.com
นีอุง นีอุง 02 /02/2546
 
:: นีอุง ฟันธง
The Ring
O Lucky Man

Y Tu Mama Tambien
Analyze That

TTT : The two towers
The way home

007 Die another day
My Big Fat Greek Wedding
Saving Private toosies

Moonsoon Wedding
the transporter
 
:: Shopping Re-openning
F4
Ditto VCD
Original Asian Song
:: Spirited Away-DivX

ร่วมฉลองเทศกาลปีใหม่ กับผู้เข้าชมเว็บทุกท่าน ด้วยการมีส่วนร่วม ในการส่งต่อๆกัน กับภาพยนตร์เรื่อง Spirited Away ในรูปแบบของ DivX CD
Korean MV
The Out of Sight Selection
**close

>> MV 017
>> MV 018
>> MV 019
>> MV 020
(*) don't Miss

:: One fine spring day
Trailer

Music Video
 
:: The Classic
Trailer
Behind scene
>> Scene 1
>> Scene 2
>> Scene 3
Music Video
>> Ost theme
>> Ost Classic
 
:: Korean touching MV
Cool-The 7th Dwarf that loved Snow White
file size: 21 Mb
**close
 
:: Korean touching MV
Winter Love Song
file size: 7.8 Mb
**close

Special thanks
K.Takeshi

:: Ditto
Music Video 1
File size: 28 Mb
File type: DivX
**close
:: วิธีการดู DivX
>> How to DivX
 
Music Video 2-Love
File size: 9 Mb
**close
 
:: Daejong-39
Best Actress Award 2001
file size: 8.1 Mb
Duration: 3.37 Sec
**close
 
:: วิธีการดาวน์โหลด streaming
hinet recorder
streambox VCR
>> ดูรายละเอียดจากForum
>> วิธีการดู DivX
 
:: Download Tips
มีหลายคนโพสมาในกระทู้ ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาเรื่องของการดาวน์โหลด
>> ดูขั้นตอนการดาวน์โหลด
 
 
 
 
 
 
contact webmaster
 
popcornfor2@hotmail.com
..............:::: Home | Movies | What's News | Flash | Download | Stars | Webboard
 
   
 
 Cool Links
pocketpcthai moviepr.com The center on film siamTV.com Autumnclub.com
www.zigmasine.com