บรรยากาศของหนังโดยรวมดู
"ขลัง" และ "อึมครึม" มากๆ เชื่อว่าได้รับอิทธิพลมาจากหนัง
sci-fi อย่าง Blade Runner ค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นฝนที่ตกตลอดทั้งเรื่อง
การแต่งตัวของผู้กองจงที่สวมเสื้อโอเวอร์โค๊ทตลอดเวลาที่ออกข้างนอก
อีกทั้งยังมีหลายๆ ฉากที่มักจะไม่ได้เห็นในหนังสืบสวนของเอเชียเท่าไหร่นักอย่างฉากการเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐาน
เป็นต้น และสำหรับคอหนังบู๊ ฉากยิงกันในเรื่องคงไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
ฉาก action ในเรื่องที่ผมชอบมากเป็นการส่วนตัวมาจากการที่
ฉาก action เกือบทุกฉากอยู่ในขั้น "โหดระห่ำ"
(แปลได้ว่า สะใจสุดๆ) และมักจะเกิดขึ้นในเวลาที่คุณจะนึกไม่ถึง
อีกทั้งการยิงกันกลางถนนในเมืองฮ่องกงก็ให้บรรยากาศที่แปลกออกไปอย่างมาก
ฉากยิงถล่มกันในเรื่องให้บรรยากาศของความสับสนอลหม่าน ยากที่จะดูว่าใครเป็นใคร
จากการเคลื่อนกล้องที่รวดเร็ว ภาพจากกล้อง hand-held ที่สั่นไหวตลอดเวลาเหมือนส่งคุณเข้าไปอยู่ท่ามกลางวงกระสุนยังไงยังงั้น
การตัดต่อที่ฉับไว รวมไปถึงเสียงลูกปืนแฉลบไปมารอบๆ ตัว
ต่างให้ความรู้สึกน่ากลัวและเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก
และที่สำคัญคือคุณจะไม่รู้ว่าตัวละครที่คุณรักตัวไหนจะถูกยิงบ้างเพราะทุกๆ
คนมีโอกาสเป็นและตายพอๆ กัน (อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง)
อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า
ถึงแม้กว่าครึ่งเรื่องของหนังจะเน้นไปที่การสืบสวนสอบสวน
รวมทั้งฉาก action ที่สอดแทรกมาเป็นระยะๆ แต่เพียงแค่ฉากน่ารักๆ
(ปนระทึก) เพียงไม่กี่นาทีท้ายเรื่องกลับพลิกให้หนังทั้งเรื่องกลายเป็นหนังรักที่จิ๊ดมากเลยทีเดียว
คล้ายๆ ผกก. Yau อยากจะทดลองเทคนิคที่ว่า ไม่ว่าปัจจัยรายล้อมในหนังจะออกมาอย่างไร
หากคุณบอกเล่าฉากขายที่นำเสนอแกนหลักของเรื่องได้ "ชัดเจน"
มากพอ หนังของคุณก็จะไม่เขวออกนอกลู่นอกทางแน่นอน และอย่างในเรื่องนี้
จากเนื้อเรื่องหลัก (หลอกๆ) ที่กล่าวข้างต้นมีไว้เพื่อพรางแกนเรื่องรักที่ว่าด้วยรัก
3 เส้าเท่านั้น เพราะหนังมาเฉลยว่า ผู้กองจง อาเซิน และ
แมนดี้ ต่างเป็นเพื่อนสมัยเรียนกัน และความสัมพันธ์ของทั้ง
3 คนนั้นก็เรียกได้ว่าทับซ้อนกันไปมาทั้งความรักในเชิงมิตรภาพและความรักแบบชาย-หญิง
เยิ่นต๊ะหัว
และ หลิวชิงหวิน สวมบท 2 ตำรวจหนุ่ม(ใหญ่) ได้เข้าขากันค่อนข้างดีมาก
เยิ่นต๊ะหัว แสดงบทนี้ได้น่าเชื่อถือและดูน่าเกรงขามสมกับเป็นเหมือนผู้คุมกฏของทีม
และที่สำคัญคือ เขาดูเท่มากๆ ตอนใส่เสื้อโค๊ท ในขณะที่
หลิวชิงหวิน ซึ่งได้พิสูจน์ให้คอหนังเห็นมานานแล้วว่าฝีมือของเขานั้นอยู่ในระดับใดตั้งแต่สมัยที่เค้ายังแสดงละครให้
TVB ในเรื่องนี้เขารับบทที่สบายๆ มีฉากหินๆ น้อยมาก แต่บทบาทของคนที่ใช้ชีวิตตามสบาย
ติดตลกและกะล่อนเล็กๆ ก็ดูจะเป็นการฉีกแนวไปอีกทางหนึ่งของเขา
เหมือนเป็นการหยุดพักร้อนให้กับบทชีวิตหนักๆ ที่เขามักได้รับอยู่เสมอ
และด้วยทักษะการแสดงที่เฉียบขาด เขาทำให้ตัวละคร อาเซิน
มีชีวิตชีวาอย่างมาก เป็นอีกหนึ่งงานที่พิสูจน์ว่าในชั่วโมงนี้ไม่มีบทใดที่
หลิวชิงหวิน รับเล่นแล้วตีโจทย์ไม่แตก ส่วนนักแสดงคนอื่นๆ
ก็แสดงได้ดีตามบทที่เอื้ออำนวยให้ สำหรับ ผกก.Yau หลักจากจับงานบู๊ที่แรงและเครียดขนาดที่เส้นเลือดในสมองแตกได้ง่ายๆ
อย่าง The Longest Night แล้ว (ซึ่ง หลิวชิงหวิน ได้ร่วมแสดงในงานนี้ด้วย)
มาคราวนี้ เขาจับเรื่องที่ลดดีกรีความโหดและความรุนแรงลงไปพอควรเลยทีเดียว
(แต่เท่าที่มีในหนังก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่คนใจอ่อนพึงชมด้วยความระมัดระวัง)
ตัวหนังมีช่วงผ่อนคลายพอควรหลังจากฉากหนักๆ ผ่านไป ไม่ได้อัดกันจนทนไม่ไหวกันไปข้างเหมือนเรื่องก่อนของแก
น่าเสียดายที่ตัวหนังไม่ดีพร้อมไปซะหมดเพราะปัจจัยหลายๆ
ด้านยังต้องการการขัดเกลาอีกพอสมควร ถึงแม้ว่าจุดเด่นที่สุดของ
Expect the unexpected คือความสมจริงสมจังของตัวหนังและความหนาแน่นของกลิ่นไอแห่งความไว้ใจไม่ได้ที่กรุ่นอยู่ตลอดเรื่อง
แต่ด้วยตัวบทที่ค่อนข้างอ่อน ขาดรายละเอียดที่ควรจะมีของตัวละครหลายๆ
ตัว รวมถึงความสัมพันธ์ของสมาชิกในทีมตำรวจทีมนี้ ที่ดูจะถูกเน้นในฐานะเพื่อนร่วมงานมากกว่าในฐานะเพื่อนจริงๆ
และบทของคนร้ายที่หากเน้นถึงความกดดัน เน้นถึงสาเหตุในการกระทำหลายๆ
อย่าง ฉากจบของเรื่องน่าจะสมบูรณ์กว่านี้ และสิ่งหนึ่งที่หลายๆ
คนอาจไม่ชอบเท่าไหร่นักในเรื่องนี้คือการนำเสนอที่แบ่งเป็น
2 มุมมองชัดเจน (เกินไป?) ระหว่างความเป็นหนังบู๊และหนังรัก
หนังให้ความสำคัญของทั้งสองแกนเรื่องหนักแน่นเท่าๆ กัน
จนคนที่ตั้งใจมาดูหนังบู๊อาจรู้สักขัดใจและผู้ที่จะมาดูหนังรักก็อาจรู้สึกรับไม่ได้กับกลิ่นควันปืนที่มีในหนัง
เหมือนอย่างที่ชื่อหนังบอกไว้อย่างชัดแจ้งว่า
Expect the unexpected เป็นหนังที่เล่นกับ "คาดไม่ถึง"
ของผู้ชม ตัวหนังอาจไม่ได้เป็นตามที่คุณคาดหวังให้มันเป็น
แต่มันอาจให้อะไรบางอย่าง ในมุมที่ต่างออกไป โดยที่คุณไม่ได้คาดเอาไว้ก็เป็นได้
แม้ว่ามันไม่ใช่หนังประเภทที่คุณจะหยิบมาดูสบายๆ ในวันว่าง
ด้วยเนื้อหาและการนำเสนอที่สุดโต่ง แต่หากวันไหนที่เป็นวันแย่ๆ
วันนั้นของคุณและต้องการหาที่ระบายให้มันสาแก่ใจชีวิตบัดซบเช่นนี้
การชม Expect the unexpected น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนักสำหรับความระห่ำสะใจที่ไม่มียั้งเหมือนอารมณ์ของคุณ
สำหรับคนที่ชื่นชอบหนังบู๊หนักๆ หรือหนังแนวสืบสวนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
คุณคงจะชมหนังได้อย่างสนุกสนานและลุ้นระทึกไปตลอดเกือบๆ
2 ชั่วโมงที่หนังดำเนินไปเหมือนกับผม แล้วคุณจะเข้าใจว่าในชีวิตหนึ่ง
คุณจะพบกับสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายได้ในทุกขณะแม้ว่าคุณจะวางแผนในการดำเนินชีวิตไว้ดีแค่ไหนก็ตาม
|