เมคอัพไม่ใช่แค่เติมสวย แต่ยังรวยประโยชน์
2012-04-22 22:53:25
Advertisement

เมคอัพไม่ใช่แค่เติมสวย แต่ยังรวยประโยชน์

ทุกวันนี้เมคอัพไม่ใช่เพียงแค่เติมสีสัน แต่ยังเติมคุณสมบัติดี ๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมายหลายอย่าง แต่มันดีพอที่จะทำให้คุณเลิกใช้ครีมทาหน้าของคุณหรือเปล่า?

ชีวิตอันเร่งรีบของสมัยนี้ทำให้เป็นเรื่องปกติที่เราจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ไปพร้อมกับการปั่นจักรยานในยิมหรือคุยมือถือขณะขับรถ เช่นนั้นแล้ว...ทำไมเมคอัพของเราถึงจะไม่เป็นอย่างเดียวกันบ้างล่ะ มันน่าจะช่วยป้องกันริ้วรอยหรือทำหน้าที่อย่างอื่นนอกเหนือไปจากการทำให้เราดูดีด้วยสิ

อาจจะด้วยความคิดเช่นนี้หรืออย่างอื่นก็ตามที เมคอัพทุกวันนี้ได้รับการพัฒนาไปอย่างมากในเรื่องของการให้ประโยชน์อื่น ๆ แก่ผิวพรรณ และด้วยวิทยาการสมัยใหม่ ส่วนผสมที่เป็นสารออกฤทธิ์ต่อผิวแทบจะทุกอย่างสามารถถูกนำมาผสมกับเมคอัพได้แล้วในทุกวันนี้ และทำให้มันสามารถซึมซับเข้าไปในผิวได้โดยไม่รบกวนเรื่องของสีสัน ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของเมคอัพ อย่างไรก็ตาม ส่วนผสมเหล่านี้ก็อาจถูกผสมเข้าไปแบบจิ๊บจ๊อย ซึ่งฉลากของบรรจุภัณฑ์อาจบอกใบ้แก่คุณในเรื่องนี้ได้ นั่นก็คือส่วนผสมที่อยู่ในรายการลำดับต้น ๆ จะมีอยู่ในปริมาณที่สูงกว่า หากที่ยากต่อการตรวจสอบก็คือ ส่วนผสมที่น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์นั้น สามารถเรียงลำดับรายการอย่างไรก็ได้

มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่มีดีกรีทางเคมีที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ในเรื่องนี้ แต่ถ้าคุณคิดจะใช้เมคอัพที่มีส่วนผสมในการบำรุงผิวเช่นนี้ มันก็คงจะดีกว่าถ้าคุณจะได้รู้จักส่วนผสมต่าง ๆ ที่มักถูกนำมาใส่ไว้ในเมคอัพ รวมถึงข้อดีหรือข้อด้อยที่คุณควรใส่ใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวเองซะหน่อยนะ

มอยสเจอไรเซอร์ น้ำและน้ำมันอาจไม่ชอบหน้ากัน แต่ทั้งสองต่างก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อผิว และเมคอัพแบบครีม ส่วนใหญ่ก็มักใช้ส่วนผสมทั้งสองอย่างเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว นอกเหนือไปจากนั้นก็คือ การเต็มส่วนผสมอื่นเข้าไปเพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น เช่น Humectant อย่างกลีเซอรีนและกรดไฮยารูลอนิก ซึ่งทำหน้าที่ดึงน้ำเข้ามาสู่ผิว และให้น้ำจับตัวกับผิวหรือน้ำมันธรรมชาติ เช่น น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ที่สร้างปราการที่ป้องกันไม่ให้ความชุ่มชื้นหายออกไปจากผิว

ส่วนผสมเพื่อผิวกระจ่างใส

ส่วนผสมเดียวที่สามารถอ้างได้ว่า ทำให้ผิวสว่างหรือขาวขึ้น ก็คือไฮโดรควิโนน ซึ่งไม่มีการนำมาใช้ในเมคอัพ เนื่องจากมันสามารถทำปฏิกิริยากับอากาศได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะทำให้สีของเมคอัพเปลี่ยนแปลงไปได้ สิ่งที่ถูกนำมาใช้ เพื่อให้ผิวกระจ่างใสในเครื่องสำอางจึงได้แก่ส่วนผสมที่มาจากพืชธรรมชาติ เช่น ถั่วเหลือง ไวต์เบิร์ช หรือมะนาวที่สามารถทำให้สีผิวสม่ำเสมอและดูสดใสขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม อาจเป็นไปได้ว่าส่วนผสมที่บอกจะทำให้ "ผิวสว่าง" หรือ "กระจ่างใส" ขึ้นในเมคอัพนั้น อาจเป็นเพียงแค่ส่วนผสมที่ช่วยกระจายแสงที่ทำให้ผิวดูสว่างขึ้นมากกว่าส่วนผสมที่ทำให้สีผิวสว่างขึ้นจริง ๆ ก็ได้

แอนตี้เอจจิ้ง ส่วนผสมเพื่อต่อสู้หรือป้องกันริ้วรอยเป็นส่วนผสมที่มักถูกนำมาอ้างอิงในเมคอัพทุกวันนี้มากขึ้น และจากความจริงที่ว่าคนเรามีแนวโน้มที่จะทารองพื้นทั่วใบหน้ายิ่งกว่าเครื่องสำอางอื่นใด จึงไม่น่าแปลกใจที่รองพื้นจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่ถูกนำมาใส่ส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้งเข้าไป โดยสูตรแบบครีมและลิควิดเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากส่วนผสมแอนตี้เอจจิ้งที่ผสมในผงแป้งอาจไม่สามารถแทรกซึมลึกลงไปในผิวได้มากพอ แต่สิ่งที่ไม่ค่อยน่าวางใจก็คือ มีบางรายที่อ้างว่ามีเรตินอล ซึ่งถือเป็นส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการต่อสู้กับริ้วรอย แต่เท่าที่ปรากฏกลับเป็นเพียงแค่ ส่วนผสมที่ชื่อ Retinyl Palmitate ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามันอาจมีคุณสมบัติต่อต้านริ้วรอยแบบเรตินอล แต่ไม่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าเรตินอลจริง ๆ ส่วนผสมอื่นที่ช่วยในเรื่องแอนตี้เอจจิ้งที่ถูกนำมาใช้ในเมคอัพก็อย่างเช่น กรดไกลโคลิก สารสกัดจากยีสต์ หรือเปปไทด์ เป็นต้น

แอนตี้ออกซิแดนต์ สารต้านอนุมูลอิสระอย่างเช่น วิตามินเอ ซี และอี เป็นวิธีง่าย ๆ ที่นักเคมีชอบเอามาใส่ลงในเมคอัพ ปัญหาก็คือมักไม่พบส่วนผสมนี้ในความเข้มข้นที่มากพอเสมอไปในเมคอัพ ในขณะที่แพทย์ผิวหนังยังคงถกเถียงกันว่า วิตามินซีควรมีความเข้มข้น 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์จึงจะถือว่าได้ผล นักเคมีด้านเครื่องสำอางก็ยืนยันว่าปริมาณที่ตำเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ก็มีผลในการต้านอนุมูลอิสระแล้ว (ค่าเฉลี่ยของวิตามินซีในเมคอัพปกติจะน้อยกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์) หรืออย่างน้อยถ้าคุณใช้สกินแคร์ที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์อยู่แล้ว การเพิ่มปริมาณแอนตี้ออกซิแดนต์ที่แม้จะต่ำกว่าเข้าไปก็ถือว่ายังมีประโยชน์

เมคอัพที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์ยังมีประโยชน์ในการปกป้องและดูแลส่วนของร่างกายที่มักไม่ได้รับการบำรุงจากสกินแคร์มากพอ เช่น ริมฝีปาก ที่ก็ต้องการการปกป้องเช่นกัน เนื่องจากมันได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมรอบตัวหลายอย่าง ทั้งแสงแดด ยาสีฟัน และอาหาร หรือเปลือกตาที่ก็ควรได้รับการปกป้องจากอนุมูลอิสระเช่น เนื่องจากคนไม่ค่อยทาครีมที่เปลือกตา เพราะกลัวแพ้ ลิปสติกและอายแชโดว์ที่มีส่วนผสมของแอนตี้ออกซิแดนต์จึงช่วยปกป้องและดูแลได้ดีกว่า

ส่วนผสมสู้สิว การจัดการกับสิวไม่มีอะไรดีไปกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อพรางสิวพร้อมด้วยส่วนผสมที่ดูดซับความมันหรือต่อสู้อาการอักเสบ โดยส่วนผสมอย่างเช่น กรดซาลิไซลิก ถูกนำมาใช้เพื่อการนี้ แต่ก็อาจอยู่ในปริมาณที่ต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่ถือว่าได้ผล แต่ถือว่ามากเกินไปสำหรับใส่ลงในเมคอัพ เนื่องจากมันอาจทำให้เมคอัพจับตัวแข็งเป็นก้อนได้ง่าย หากแพทย์ผิวหนังบอกว่าปริมาณที่น้อยกว่าก็ยังมีผลดีได้เช่นกัน เช่น การใส่กรดซาลิไซลิกในคอนซีลเลอร์ เนื่องจากกรดซาลิไซลิกไม่จำเป็นต้องซึมลงไปลึกนักเพื่อต่อสู้ผิว

สารปกป้องแสงแดด ในขณะที่แพทย์ผิวหนังเชื่อว่า การปกป้องแสงแดดเป็นขั้นตอนอย่างเดียวที่จำเป็นที่สุดในการป้องกันไม่ให้ผิวร่วงโรยก่อนวัยอันควร และพวกเขาก็พบว่ามันมีปัญหาบางอย่างแอบแฝงอยู่ในเมคอัพที่มีสารกันแดด เนื่องจากมันทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่า สารกันแดดเพียงแค่นั้นก็พอแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของสารกันแดดนั้นเท่ากัน SPF30 ก็คือ SPF30 ไม่ว่าจะอยู่ในรูปครีมหรืออย่างอื่น ค่าของสารกันแดดในเมคอัพที่มากพอจึงถือว่ามากพอต่อการปกป้องผิว แต่ประเด็นสำคัญก็คือ คุณมักไม่ได้ทาเมคอัพที่มีสารกันแดดทุกส่วนของใบหน้าที่ควรต้องปกป้อง และในปริมาณที่มากพอด้วย อย่างไรก็ตาม แพทย์ผิวหนังบอกว่าการใช้เมคอัพที่มีสารกัดแดดบนผิวที่ทาครีมกันแดดแล้ว ไม่เป็นอันตรายอะไรและอาจช่วยให้ได้ผลดีขึ้นด้วยซ้ำ

ข้อมูลจาก

http://women.kapook.com

onlyfans leaked xxx onlyfans leaked videos xnxx 2022 filme porno filme porno

.



Latest