Choi Kang-rok ,Culinary Class Wars 2

(มีสปอยล์แรงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับชม)

หลังจากรายการ ‘Culinary Class Wars Season 2’ สงครามเชฟคนละชั้น ซีซั่น 2 ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ความสนใจของผู้ชมจำนวนมากต่างพุ่งไปที่ร้านอาหารของเหล่าเชฟผู้เข้าแข่งขัน โดยเฉพาะ ชเวคังรก ผู้คว้าแชมป์ซีซันนี้ แต่กลับกลายเป็นว่า เขาเป็นเชฟเพียงไม่กี่คนที่ ไม่ได้เปิดร้านอาหารในปัจจุบัน ทำให้หลายคนสงสัยถึงเหตุผลเบื้องหลัง

รายการของ Netflix ปิดฉากลงเมื่อวันที่ 13 มกราคม หลังการแข่งขันรอบสุดท้ายภายใต้ธีม “อาหารเพื่อฉันเอง” ระหว่างชเวคังรกและ อีฮาซอง (ฉายา ‘ปีศาจแห่งการทำอาหาร’) โดยชเวคังรกคว้าชัยชนะด้วยคะแนนเอกฉันท์จากคณะกรรมการ

หลังจบรายการ ความสนใจของสาธารณชนมุ่งไปที่ร้านอาหารของเหล่าเชฟที่ร่วมแข่งขัน แอปจองร้านอาหารเผยว่า ร้านของเชฟจากรายการหลายแห่งถูกจองเต็มล่วงหน้าเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เนื่องจากผู้ชมอยากลิ้มลองเมนูที่เห็นในรายการ โดยเฉพาะร้านของ ซนจงวอน ที่กลายเป็นกระแส หลังมีคนดังหลายราย เช่น จางวอนยอง (IVE) ไปเช็กอิน

อย่างไรก็ตาม แม้ชเวคังรกจะเป็นผู้ชนะ แต่กลับไม่มีร้านอาหารให้แฟน ๆ ได้ไปชิม ทำให้เมนูของเขาถูกเรียกว่า
“อาหารที่อยากลองมากที่สุด แต่กลับไม่มีโอกาสได้กิน”

แท้จริงแล้ว ชเวคังรกไม่ได้ไม่เคยเปิดร้านอาหารมาก่อน เขาเคยบริหารร้านโอมากาเสะสไตล์อิซากายะญี่ปุ่นชื่อ ‘NEO’ ในย่านซัมจอนดง เขตซงพา ระหว่างปี 2022–2024 โดยร้านดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมากหลัง Culinary Class Wars ซีซันแรกออกอากาศในปี 2024 ถึงขั้นติดอันดับร้านที่ถูกค้นหามากที่สุดบนแพลตฟอร์มจองร้านอาหาร อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเขาตัดสินใจปิดร้านในเดือนกันยายน 2024 เพื่อมุ่งสู่ความท้าทายใหม่ ๆ รวมถึงงานในสื่อและรายการโทรทัศน์

ก่อนหน้านั้น ชเวคังรกยังเคยร่วมเปิดร้าน ‘136-gil Yukmi’ ในย่านนนฮยอน เขตซอโช ร่วมกับ คิมคยองมิน เชฟที่รู้จักกันจาก MasterChef Korea 2 ปัจจุบันเขาได้โอนสิทธิ์การบริหารให้เชฟคนอื่นแล้ว แม้เมนูซิกเนเจอร์อย่าง คิมบับบัควีต ที่เขาพัฒนาขึ้นเองจะยังคงจำหน่ายอยู่ แต่ชเวคังรกไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารอีกต่อไป

สาเหตุที่แท้จริงซึ่งทำให้เขาระมัดระวังกับการเปิดร้านอาหาร ถูกเปิดเผยตั้งแต่ปี 2021 ผ่านวิดีโอในช่องส่วนตัวของเขา โดยชเวคังรกเล่าเหตุการณ์สะเทือนใจในช่วงที่บริหารร้าน 136-gil Yukmi

เขาเล่าว่า วันหนึ่งมีลูกค้าคนหนึ่งมากับเพื่อนในช่วงกลางคืน หลังเสิร์ฟอาหารเสร็จและกลับไปดูโต๊ะอีกครั้ง เขากลับพบว่าลูกค้าคนนั้น กำลังร้องไห้

“ผมถามว่าทำไมถึงร้องไห้ เขาบอกว่าอุตส่าห์เดินทางมาถึงที่นี่ แต่กลับรู้สึกผิดหวังกับอาหารของผมมากจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่”

ชเวคังรกเล่าย้อนความทรงจำ พร้อมเสริมว่า
“ผมทำอาหารอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าลูกค้าผิดหวัง ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรได้นอกจากบอกให้เขาอย่าร้องไห้”

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาตระหนักว่า
“การบริหารร้านอาหารเป็นเรื่องที่ยากมาก”

และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาคิดว่า หากจะเปิดร้านของตัวเองอีกครั้ง เขาจำเป็นต้อง ฝึกฝนและเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่านี้

ที่มา (1)