Im Sung Geun

เชฟ อิมซองกึน (Lim Sung Geun) ออกมาเปิดใจอย่างตรงไปตรงมา ท่ามกลางกระแสดราม่าที่กำลังลุกลามอย่างรุนแรง หลังจากเขาประกาศ ระงับกิจกรรมในรายการโทรทัศน์ทั้งหมด เนื่องจากประเด็นเกี่ยวกับประวัติการเมาแล้วขับในอดีต

อิมซองกึนได้รับความนิยมอย่างมากจากรายการ ‘Culinary Class Wars 2’ ด้วยบุคลิกเป็นกันเองและฝีมือการทำอาหารที่แข็งแกร่ง จนขึ้นแท่นบุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม กระแสดังกล่าวกลับพลิกผัน หลังจากเขาเปิดเผยผ่านช่อง YouTube ‘Lim Sung Geun Limzzang TV’ ว่า เคย เมาแล้วขับ 3 ครั้งในช่วง 10 ปี

ต่อมา มีการเปิดเผยเพิ่มเติมว่า อิมซองกึนมี ประวัติอาชญากรรมรวมทั้งหมด 6 คดี ได้แก่

– เมาแล้วขับ 4 ครั้ง (ปี 1999, 2009, 2017 และ 2020)

– ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร 1 ครั้ง (ปี 1998)

– คดีทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน 1 ครั้ง โดยถูกปรับ 300,000 วอน (ประมาณ 6400 บาท)

ในปี 1999 เขาเคยถูก ควบคุมตัว 37 วัน หลังขี่รถจักรยานยนต์ของภรรยาโดยไม่มีใบขับขี่ ส่วนในคดีปี 2017 และ 2020 มีรายงานว่า แม้จะเรียกคนขับรถแทนแล้ว แต่หลังเกิดการโต้เถียง เขากลับ สตาร์ตรถแล้วหลับ หรือ ขับไปประมาณ 200 เมตร ก่อนถูกจับกุม

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 มกราคม อิมซองกึนได้ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานแห่งหนึ่งในย่านซังอัมดง เขตมาโพ กรุงโซล เพื่ออธิบายประเด็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์

เขากล่าวยอมรับว่า

“ผมมีประวัติอาชญากรรมทั้งหมด 6 คดีจริง รวมถึงคดีเมาแล้วขับ 4 ครั้ง อีกหนึ่งคดีคือขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาต และอีกคดีเป็นการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ที่ทั้งสองฝ่ายถูกปรับ 300,000 วอน หลังมีปากเสียงและดึงกันไปมา”

เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต อิมซองกึนกล่าวว่า

“มันไม่ใช่อุบัติเหตุชนแล้วหนีเมื่อ 30 ปีก่อน มันคือการเมาแล้วขับ และผมไม่ได้หลบหนี ในยุคปี 1990 ตัวเลือกในชีวิตมีไม่มาก ผมไม่มีใบขับขี่ แต่ต้องดูแลร้านข้าวกล่องขนาด 29 ตารางเมตร เลี้ยงลูกสองคนและแม่ของผม มันเป็นการตัดสินใจที่หลีกเลี่ยงได้ยาก”

เขายังกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงลังเลว่า

“แม้ตอนนี้ ถ้าผมต้องกลับไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นอีก ผมคิดว่าผมอาจตัดสินใจเหมือนเดิมเพื่อครอบครัว แม้จะต้องขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ก็ตาม ตอนนั้นเป็นช่วงวิกฤต IMF ออเดอร์ล้น มีพนักงานส่งของแค่คนเดียว มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง แต่…”

อิมซองกึนยอมรับความผิดพลาดอย่างชัดเจน

“ทุกวันนี้ทุกคนรู้ดีว่าเมาแล้วขับเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง แต่ในอดีตผมไม่เข้าใจความร้ายแรงอย่างแท้จริง และทำมันซ้ำหลายครั้ง ผมขอโทษจากใจ และอยากชดใช้ในทุกวิถีทางที่ทำได้”

นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่าทีมงานของรายการ ‘Culinary Class Wars’ รับรู้ประวัติของเขาหรือไม่ ซึ่งอิมซองกึนยืนยันว่า เขาได้เปิดเผย ประวัติเมาแล้วขับครั้งล่าสุด ตั้งแต่การเข้าร่วมรายการ ‘Korean Food Battle 3’ ของ Olive ในปี 2015 รวมถึงใน ‘Culinary Class Wars 2’ โดยไม่มีเจตนาปกปิด

“ผมเคยเข้าร่วมรายการแข่งขัน 3 รายการ รายการที่มีผู้เข้าแข่งขันที่ไม่ใช่คนดังจะตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด ทั้งเรื่องเมาแล้วขับด้วย ตอน ‘Korean Food Battle’ ผมยังต้องวาดรูปทดสอบสภาพจิตใจและส่งให้จิตแพทย์ เพราะเชฟใช้มีด อารมณ์อาจรุนแรงได้ ทุกครั้งที่สมัคร ผมแจ้งประวัติทั้งหมด”

เกี่ยวกับกรณีล่าสุด เขากล่าวว่า

“ผมส่งข้อมูลล่าสุดไปอีกครั้ง มีข้อตกลงเรื่องการรักษาความลับ ผมจึงต้องระวัง ผมอัปโหลดวิดีโอขอโทษ และโทรหาผู้กำกับรายการ บอกว่า ‘รายการถ่ายจบไปแล้ว แต่ผมขอโทษที่สร้างปัญหา’ ผมยังขอโทษเชฟคนอื่น ๆ เพราะกลัวว่าพวกเขาจะโดนมองแย่เพราะผม”

ระหว่างการสัมภาษณ์ อิมซองกึนถึงกับ หลั่งน้ำตา และเผยว่า

“ผมรู้สึกหนักหนาจนอยากหนีไปให้พ้นทุกอย่าง แต่ถ้าผมหนี จะมีคนจำนวนมากต้องเจ็บปวด”

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า

“ผมทำงานเป็นพรีเซนเตอร์ให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ช่วงก่อนเทศกาล มีการลงทุนมหาศาลจากฟาร์มโคเนื้อ ถ้าผมไม่ไปออกโฮมช็อปปิง เกษตรกรจะขาดทุนอย่างหนัก สินค้าจะต้องถูกทิ้ง และพวกเขาจะเสียหายมหาศาล ได้โปรดอย่าด่าคนอื่น ด่าผมแทน ต่อให้ด่าผม ผมก็ต้องทำโฮมช็อปปิงต่อไป”

นอกจากประเด็นเมาแล้วขับ เขายังถูกโจมตีเรื่อง รอยสัก จนถึงขั้นมีข่าวลือว่าเป็น “อันธพาล”

อิมซองกึนชี้แจงว่า

“มันเป็นแค่สัญลักษณ์ส่วนตัว ไม่มีความหมายพิเศษอะไร ผมแค่อยากดูแข็งแกร่ง ผมเป็นหัวหน้าเชฟตั้งแต่อายุ 19 ปี ตอนนั้นระบบลำดับชั้นในครัวเข้มงวดมาก ผมยังเด็ก เลยยากที่จะคุมคน รอยสักเกิดขึ้นในช่วงอายุ 20 กว่า หลังแต่งงานแล้ว และคุยกับภรรยาอย่างละเอียด เราตกลงกันว่าจะสักในจุดที่ไม่เห็นง่าย แต่พอหน้าร้อนใส่แขนสั้น มันช่วยให้ผมคุมครัวได้”

สำหรับเหตุผลที่ลบวิดีโอสารภาพในอดีต เขากล่าวว่า

“มันเจ็บปวดที่เห็นคนรอบตัวผม รวมถึงโปรดิวเซอร์ ถูกโจมตี คำด่าทั้งหมดควรพุ่งมาที่ผมคนเดียว ได้โปรดอย่าด่าผู้ผลิตหรือครอบครัวผม ด่าผมเถอะ”

เขายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับ ข่าวปลอม

“ข่าวปลอมคืออาชญากรรมร้ายแรง ผมพยายามอดทน แต่ถ้ายังมีการสร้างเรื่องเท็จเพื่อยอดวิว ผมกำลังพิจารณาดำเนินคดี ภาพปกคลิกเบตและข้อมูลเท็จทำให้ผมกลายเป็นเครื่องมือ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวผม ผมคงควบคุมตัวเองไม่ได้จริง ๆ ได้โปรดหยุดเถอะ”

จากกระแสดราม่าดังกล่าว อิมซองกึนได้ ยุติกิจกรรมในสื่อทั้งหมด

ฟุตเทจของ MBC ‘Point of Omniscient Interfere’ และเว็บวาไรตี้ ‘Salon Drip’ ถูกยกเลิก

การอัดรายการ ‘Fun-Staurant’ (KBS2) และ ‘Knowing Bros’ (JTBC) ถูกยกเลิกเช่นกัน

แม้การถ่ายทำ ‘Same Bed, Different Dreams 2’ (SBS) จะเสร็จแล้ว แต่มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกตัดออกหรือไม่ออกอากาศ

เขายังเปิดเผยว่าได้ คืนค่าจ้างโฆษณา PPL (การโฆษณาแฝงสินค้าหรือบริการอย่างแนบเนียนในเนื้อหาบันเทิง) และกำลังหารือเรื่องค่าชดเชยอย่างระมัดระวัง

อิมซองกึนทิ้งท้ายว่า

“ผมไม่รู้สึกเสียใจหรือผิดหวังกับการสูญเสียงานเหล่านี้เลย ผมไม่ได้เข้าร่วมรายการเพื่อชื่อเสียง สิ่งที่น่าเศร้าคือการขุดคุ้ยเรื่องเมื่อหลายสิบปีก่อนและล่าแม่มด ประเด็นหลักคือเมาแล้วขับ แต่กลับมีข่าวปลอมเรื่องรอยสัก แก๊ง อำนาจในทางที่ผิดแพร่กระจายไม่หยุด ถ้าผมเป็นคนแบบนั้นจริง ผมจะทิ้งทุกอย่างทันที แต่มันไม่ใช่ความจริง ผมเคยโดนโกงมาหลายครั้งด้วยซ้ำ ผมเป็นคนชอบให้คนอื่น ไม่ใช่คนที่จะใช้อำนาจในทางที่ผิดได้เลย”