เปลี่ยนเสียง (ห้าว) ให้เป็นเสียงสาว (หวาน)
2012-04-24 18:18:37

คุณคงเคยเห็นผู้หญิง (แปลงเพศ) หลายคนที่มีรูปร่างหน้าตาสวยยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก กำลังนึกชื่นชมอยู่ในใจ แต่พอเธอเอ่ยวาจาออกมา ทำให้เราต้องเหลียวมองซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อให้แน่ใจว่า "สาวแท้หรือสาวเทียม" ฉะนั้น เรื่องของเสียงจึงมีความสำคัญกับการแสดงเพศที่แท้จริง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันอาจทำให้สาวเทียมบางคนมีเสียงเหมือนผู้หญิงจนเราแยกแยะไม่ออกเชียวล่ะ

ซึ่ง ศ.นพ.สมยศ คุณจักร หน่วยศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ไขข้อข้องใจว่า "นอกจากความถี่ของคลื่นเสียงแล้วยังมีโทนของเสียงที่ทำให้เสียงของผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกัน ผู้ชายเลียนเสียงแหลมได้ ในขณะที่ผู้หญิงเลียนเสียงทุ้มได้ไม่เท่ากับผู้ชายเลียนเสียงสูง อย่างไรก็ตามโทนเสียงมีความสำคัญมากเพราะผู้ชายบางคนดัดเสียงให้เป็นผู้หญิงได้ แต่ก็ยังมีโทนเสียงของผู้ชายอยู่เพราะกล่องเสียงยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง... เสียงจะเปลี่ยนความถี่ได้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะของสายเสียง เช่น ถ้ายาวจะมีเสียงต่ำ ถ้าสั้นจะมีเสียงค่อนข้างสูง คือผู้หญิงจะมีสายเสียงสั้น แต่ผู้ชายมีสายเสียงยาวกว่า รวมทั้งขนาดของสายเสียงก็มีความสำคัญ คือถ้าสายเสียงมีความหนา และมีขนาดใหญ่ เสียงจะต่ำ"

สายกีต้าร์ โมเตลการเปลี่ยนโทนเสียง สายกีต้าร์เส้นใหญ่มีเสียงต่ำ เส้นเล็กมีเสียงแหลม รวมทั้งความตึงของสายกีต้าร์ด้วยที่มีผลกับเสียง คือถ้าเราไขให้แน่นเพื่อให้สายตึง ก็สามารถเปลี่ยนเสียงให้แหลมขึ้นได้ ทั้งนี้ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเสียงก็คือ

- ความยาว ความสั้น ความตึง ความหย่อน และขนาดของสายเสียง มีผลกับการเปลี่ยนความถี่ของเสียง


- ริมฝีปาก ช่องคอ ฝาปิดกล่องเสียง โพรงช่อง คอหอย ลิ้นไก่ เพดานอ่อน เพดานแข็ง ลิ้น ฟัน มีผลต่อคุณภาพของเสียงผู้ชาย (แปลงเพศ) อยากเปลี่ยนเสียงเป็นผู้หญิง ก่อนการเปลี่ยนเสียง แพทย์จะพิจารณาหลายปัจจัยดังนี้ กรณีที่ผู้ชายแปลงเพศอยากเปลี่ยนเสียงเป็นผู้หญิง แพทย์จะพิจารณาก่อนว่า เขาได้รับฮอร์โมนมาหรือไม่ ถ้าได้รับฮอร์โมนตั้งแต่เด็กก่อนเข้าสู่วัยรุ่นจะทำให้เสียงเปลี่ยนไป (อาจไม่ 100%) คือถ้าได้รับฮอร์โมนเพศหญิงจะทำให้สายเสียงไปทางผู้หญิงได้ หรือผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายก็จะออกเสียงเป็นผู้ชายได้เช่น

ดูโครงสร้างของกล่องเสียง ผู้ชายบางคนแม้จะไม่ได้รับฮอร์โมน แต่มีกล่องเสียงเหมือนผู้หญิง กรณีนี้อาจไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างของกล่องเสียง

ดูความสามารถในการดัดเสียง คือบางคนดัดเสียงเก่งจนไม่รู้ว่าตัวเองดัดเสียงอยู่ เพราะมันกลายเป็นนิสัยหรือชินไปแล้ว ลักษณะนี้ก็คงไม่ต้องทำอะไร

การเปลี่ยนเสียง มี 3 วิธี

ไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้กล้องส่องเข้าไปในลำคอแล้วยิงเลเซอร์ที่สายเสียงด้านหน้าให้เกิดแผลเป็น ข้อดีคือ ไม่มีแผลข้างนอกไม่ต้องพักฟื้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่น่าพึงพอใจเพราะเสียงมักแหบในขณะที่เสียงสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่ได้เสียงผู้หญิงอย่างที่ต้องการ

ทำให้สายเสียงตึง

วิธีนี้ต้องผ่าตัดให้สายเสียงตึง แต่อาจไม่ได้ผลในบางราย โดยเฉพาะคนสูงอายุมักมีสายเสียงหย่อน ซึ่งแพทย์สามารถทำให้สายเสียงตึงได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นหรือทำให้ตึงไปแล้วไม่นานก็หย่อนอีก วิธีนี้จึงอาจไม่ได้ผลในคนสูงวัย แต่เหมาะสำหรับคนอายุน้อยมากกว่า

- ข้อเสีย มีแผลที่คอยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร (แต่แพทย์จะพยายามหลบแผลให้มากที่สุด) และไม่สามารถทำได้ทุกรายเพราะมีข้อจำกัด

- ความเสี่ยง ถ้าเสียงสูงก็จะสูงไปเลยไม่สามารถทำให้ต่ำลงได้อีก และแผลมีโอกาสเป็นแผลนูนได้ในรายที่ผิวเป็นแผลเป็นง่ายอยู่แล้ว

แต่งกล่องเสียงใหม่ โดยการผ่าตัดแต่งกล่องเสียง ซึ่งต้องทำมากกว่าวิธีที่ 2 และคนไข้ต้องพักฟื้นนานกว่า ต้องพักเสียงประมาณ 2 สัปดาห์ (รอให้แผลหายจึงจะพูดได้) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง วางยาสลบเพื่อความสะดวกในการผ่าตัด เพราะเวลาคนไข้รู้สึกตัวจะกลืน ไอ ทำให้แพทย์ผ่าตัดไม่สะดวก

- ผลลัพธ์ ได้เสียงผู้หญิงอย่างที่ต้องการ (ความถี่ของเสียงที่เพิ่มขึ้นเท่ากับระดับของผู้หญิง)

- ผลข้างเคียง ในคนสูงอายุ (50+) อาจมีเสียงแหบได้

อาจารย์สมยศให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "ไม่ใช่เฉพาะผู้ชาย (แปลงเพศ) เท่านั้นที่เปลี่ยนเสียงได้ ผู้หญิงที่อยากเปลี่ยนเสียงเป็นผู้ชายก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ชาติที่นิยมเปลี่ยนเสียงมากที่สุดคือ ญี่ปุ่นและยุโรป แต่คนเอเชียนิยมทำตอนอายุน้อย ในขณะที่ฝรั่งมักมาขอทำตอนอายุมาก"

ข้อมูลจาก

www.kapook.com

onlyfans leaked xxx onlyfans leaked videos xnxx 2022 filme porno filme porno
.
Latest





เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ “นโยบายการใช้คุกกี้”   ยอมรับ   นโยบายการใช้คุกกี้ X