พบกับเส้นทางอาชีพสุดราบรื่นของ ‘ฮยอนบิน’ ชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับเสน่ห์อันไม่มีที่สิ้นสุด
2020-08-25 09:08:19
Advertisement
I Birth of a Beauty ดูย้อนหลังได้ที่ Viuคลิก!!!

หากพูดถึงใครสักคนที่มีเส้นทางชีวิตรุ่งเรืองมาตั้งแต่เกิดแล้วล่ะก็ คน ๆ นั้นจะเป็นใครอื่นไปอีกไม่ได้นอกจากชายหนุ่มที่มาพร้อมกับความพิเศษอย่าง ‘ฮยอนบิน’

 

    ฮยอนบิน (ปัจจุบันอายุ 37 ปี) เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 1982 ณ เขตซงปา (Songpa) ในกรุงโซล ในฐานะลูกชายคนสุดท้องของครอบครัวที่ประกอบไปด้วย คุณพ่อ คุณแม่ และพี่ชาย โดยต้นตระกูลของฮยอนบินนั้นคือ ‘ตระกูลคิม แห่งกวังซาน (Gwangsan)’ นอกจากนี้ รายละเอียดอื่น ๆ ตามประวัติของ ‘ฮยอนบิน’ นั้นก็มีทั้ง ส่วนสูง 184 เซนติเมตร และ น้ำหนัก 74 กิโลกรัม

 

    ตั้งแต่เริ่มต้นงานในวงการบันเทิงในปี 2000 (ณ ตอนนั้นฮยอนบินมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น) ด้วยทักษะด้านการแสดงอันน่าทึ่ง และภาพลักษณ์อันหล่อเหลา ที่ยังคงดูไม่เปลี่ยงแปลงไปเลยแม้กระทั่งในปัจจุบัน ส่งผลให้ฮยอนบินได้รับความรักอย่างมากมายจากสาธารณะชนมาโดยตลอด 

 

    นอกจากนี้ มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะกล่าวว่า ‘ฮยอนบิน’ นั้นสามารถขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของอาชีพนักแสดงของตัวเองได้ถึง ‘3 ครั้ง’ โดยไม่มีช่วงเวลาที่ต้องพบกับความตกต่ำใด ๆ เลยในชีวิตนักแสดง ในขณะที่มีดารานักแสดงอีกมากมายที่ยังคงรอโอกาส ‘ครั้งแรก’ ในชีวิตนักแสดงของพวกเขา 

 

    และด้านล่างนี้คือเรื่องราวอันสุดน่าประทับใจของ ‘ฮยอนบิน’ ตั้งแต่เส้นทางชีวิตก่อนการเดบิวต์อย่างเป็นทางการ ช่วงเวลาการทำกิจกรรมในฐานะคนดังของวงการบันเทิง และเส้นทางอาชีพนักแสดงหลังการรับใช้ชาติ ที่เต็มไปด้วยมุมมองมากมายที่จะทำให้คุณต้องหลุกรักชายหนุ่มผู้นี้มากขึ้น

 

    หนุ่มสุดหล่อนามว่า ‘คิม แทพยอง’ (Kim Tae Pyoung)

    เพราะการเริ่มต้นเรียนว่ายน้ำตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ส่งผลให้ ฮยอนบินเป็นคนที่มีลักษณะของร่างกายช่วงไหล่ที่กว้างมาตั้งแต่เด็ก ๆ และเมื่อเข้าวัยประถมฯ ฮยอนบินมีความฝันที่จะเป็น ‘ตำรวจ’ อย่างไรก็ตาม เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยวัธยมฯ ฮยอนบินเริ่มสนใจการแสดง และตัดสินใจที่จะเป็น ‘นักแสดง’ ในท้ายที่สุด ซึ่งนั่นเป็นคามฝันที่ได้รับการต่อต้านอย่างมากโดยคุณพ่อของเขาเอง เพราะเหตุนั้น ฮยอนบินจะต้องแอบไปเรียน หรือทำการซ้อมการแสดงอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่เสมอ 

 

    และเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำการตัดสินใจอย่างจริงจัง คุณพ่อของฮยอนบินยื่นข้อเสนอว่าหากเขาต้องการเป็นนักแสดงจริง ๆ เขาจะต้องสอบเข้าเรียนในคณะการแสดงของมหาวิทยาลัยจุงอัง (the Department of Theatre and Film of Chung Ang University) ให้ได้เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเขาทำสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากคุณพ่อของเขาอย่างเต็มภาคภูมิ 

 

    ในส่วนของความนิยมในตัวฮยอนบินนั้น มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ในสมัยที่เขายังคงเป็นนักเรียนอยู่ ฮยอนบินนั้นเป็นที่โด่งดังมากเนื่องจากรูปร่างหน้าตาของเขา และความชื่นชอบในตัวเขานั้นมากมายจนถึงขนาดที่ว่า ‘เขาเคยได้รับการโหวตให้ติดอันดับร่วมกันกับดารานักแสดงคนอื่น ๆ’ ในการจัดทำแบบสำรวจโดยโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้น ฮยอนบินเป็นเพียงนักเรียนธรรมดา ๆ เท่านั้น อีกทั้ง ในการแลกเปลี่ยนข้อความในหนังสือรุ่นประจำปี ฮยอนบินมักจะได้รับข้อความที่บอกว่า ‘คุณหล่อมาก’ และ ‘คุณต้องเป็นดารานะ’ อย่างเต็มหน้าสมุดอยู่เสมอ

 

    การรับบทเป็น ‘คัง กุก’ บอสใหญ่ผู้อ่อนเยาว์ 

    แม้ว่าฮยอนบินจะเดบิวต์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2002 ผ่านการรับบทในภาพยนตร์ทุนต่ำที่มีชื่อว่า ‘Shower’ แต่เนื่องจากภาพยนตร์นี้ไม่ประสบความสำเร็จ ภาพจำที่สาธารณะชนมีต่อฮยอนบินจึงเป็นการรับบทในละครเรื่อง ‘Bodyguard’ (ออกอากาศผ่านช่อง KBS 2 TV) ในปี 2003 แทน หลังจากนั้น ฮยอนบินก็มีผลงานออกมาสู่สายตาของสาธารณะชนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ‘Nonstop 4’ (ออกอากาศผ่านช่อง MBC) และ ‘Ireland’ (ออกอากาศผ่านช่อง MBC) ที่ส่งผลให้ฮยอนบินกลายเป็นที่รู้จักในระดับประเทศอย่างเป็นทางการ

 

    การรับบทเป็น ‘คัง กุก’ ในละครเรื่อง ‘Ireland’ เป็นเหมือนกับจุดเริ่มต้นของความรักอันแสนพิเศษที่สาธารณะชนมีให้กับฮยอนบิน ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์ และไร้เดียงสา ร่วมกันกับทักษะการแสดงอันน่าชื่นชม ฮยอนบินกลายเป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศเกาหลีใต้ในที่สุด

 

    ‘ซัม ชิก’ ผู้จุดกระแส ‘Korea Fever’

    ในปี 2005 ‘จุดสูงสุดในอาชีพนักแสดง (ครั้งที่ 1)’ ของฮยอนบินก็เริ่มขึ้น ด้วยการรับบทนำในละครชื่อดังอย่าง ‘My Lovely Sam Soon’ (ออกอากาศผ่านช่อง MBC) ที่มีสถิติเรตติ้งสูงสุดอยู่ที่ ‘50.2%’ (หนึ่งในสถิติเรตติ้งละครที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการบันเทิง) นั่นหมายถึงละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศ ร่วมถึงยังได้รับความสนใจอย่างมากในต่างประเทศเช่นเดียวกัน 

 

    แม้ว่าในละครเรื่องดังกล่าว ฮยอนบินจะรับบทเป็น ‘ฮยอน จินฮอน’ (Hyun Jin Heon) แต่ผู้ชมกลับชื่นชอบที่จะเรียกเขาว่า ‘ซัม ชิก’ มากกว่า นอกจากนี้ ก่อนหน้าจากการรับบทเป็น ‘ซัม ชิก’ นั้นฮยอนบินยังเป็นเพียงดาวรุ่งฮยอนบินเท่านั้น แต่หลังจากการรับบทเป็น ‘ซัม ชิก’ ฮยอนบินกลายเป็นนักแสดงระดับ ‘A-list’ ของวงการ ผู้ซึ่งเป็นดั่งตัวแทน ‘Hallyu Stars’ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกในทันที    

 

    ชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับความสงสัย ‘นี่เหรอแผนที่ดีที่สุด? แน่ใจเหรอ?’

    หลังจากความสำเร็จอันแสนงดงามจาก ‘My Lovely Sam Soon’ ฮยอนบินก็ยังคงได้รับความรักจากสาธารณะชนอย่างต่อเนื่องผ่านการรับบทในละครดังมากมายทั้ง ‘The Snow Queen’ และ ‘Worlds Within’ (ออกอากาศผ่านช่อง KBS 2 TV) มาจนถึง ‘Secret Garden’ (ออกอากาศผ่านช่อง SBS ในปี 2010) ที่เป็นรู้จักจักกันในฐานะ ‘ละครประจำตัวของฮยอนบิน’ (จุดสูงสุดในอาชีพนักแสดง ครั้งที่ 2) หรือละครที่สร้างทั้งชื่อเสียง และความมั่นคง (ในวงการบันเทิง) ที่เป็น ‘แห่งชาติตลอดกาล’ ให้กับฮยอนบิน อย่างไรก็ตาม นอกจากฮยอนบินแล้ว ‘Secret Garden’ ก็ยังเป็น ‘ผลงานสร้างชื่อตลอดกาล’ ให้กับ ‘ผู้เขียนบท คิม อึนซุก’ (Kim Eun Sook) ด้วยเช่นกัน 

 

    ในเรื่อง ‘Secret Garden’ ฮยอนบินรับบทเป็น ‘คิม จูวอน’ (Kim Joo Won) หนุ่มคนเมืองที่มีนิสัยที่ไม่ค่อยน่าคบหาด้วยเท่าไหร่นัก ซึ่งในการรับบทครั้งนี้ หนึ่งในประโยคสุดฮิต ที่เป็นดั่งสโลแกนประจำตัว ‘จูวอน’ ก็คือ ‘นี่เหรอแผนที่ดีที่สุด? แน่ใจเหรอ?’ (Is this the best possible plan? Are you sure?) โดยนอกจากสโลแกนประจำตัว ‘เสื้อผ้าสไตล์ Rascal Kim’ ก็เป็นอีกหนึ่งความนิยม ที่สร้างเทรด์แฟชั่นให้กับสังคมเกาหลีใต้ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเช่นกัน 

    สุดท้าย ‘Secret Garden’ ยังได้ส่งให้ฮยอนบินได้รับรางวัลแดซัง หรือรางวัลสูงสุดจากงานประกาดรางวัล ‘Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 47’ ไปครอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฮยอนบันต้องเข้ากรมรับใช้ชาติทันทีหลังจากที่ถ่ายทำละคนเสร็จ ส่งผลให้ฮยอนบินในชุดทหการต้องกล่าวขอบคุณสำหรับรางวัลที่ได้รับผ่านการส่งข้อความวิดีโอแทน ซึ่งนี่ถือเป็นภาพที่เห็นได้ยากยิ่งในวงการบันเทิงของเกาหลีใต้ 

 

    หนุ่มสุดโรแมนติกที่เห็นในโทรทัศน์คือ ‘หนุ่มสุดโหดในจอภาพยนตร์’

    แม้ว่าฮยอนบินจะโด่งดังขึ้นมาจากภาพลักษณ์ ‘หนุ่มนักรักสุดโรแมนติกที่คุณไม่สามารถปฏิเสธได้’ ซึ่งสาธารณะชนได้พบเห็นอยู่บ่อยครั้งผ่านจอโทรทัศน์ อย่างไรก็ตาม ในโลกแห่งภาพยนตร์ ฮยอนบินกลับได้รับการจดจำในอีกฐานะหนึ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คือ ‘หนุ่มนักสู้’ ซึ่งกลายเป็นภาพลักษณ์ในอีกมุมหนึ่งของฮยอนบินที่ประจักษ์ต่อสายตาของสาธารณะชน ผ่านการรับบทเป็น ‘นายตำรวจจากเกาหลีเหนือ’ ในภาพยนตร์ ‘Confidential Assignment’ (ออกอากาศในปี 2017)    

 

    ในช่วงเวลาที่ฮยอนบินต้องการสร้างชื่อเสียงในฐานะ ‘นักแสดงภาพยนตร์’ ‘Confidential Assignment’ คือสิ่งนั้น เหตุเพราะการรับบทเป็นตำรวจผู้มีข้อหาอาชญากรรมติดตั้วนั้นหมายถึง ฮยอนบินต้องแสดงฉากแอคชั่นไล่ล่า และการเอาตัวรอดจากวงกระสุน ส่งผลให้ในท้ายที่สุด ฮยอนบินก็กลับมาอีกโลดแล่นในวงการภาพยนตร์อีกครั้ง (หลังจากการเดบิวต์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ) ด้วยเสน่ห์ และภาพลักษณ์ของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่ง พร้อมกันนั้นฮยอนบินยังได้สร้างอีกผลงานความสำเร็จให้กับตัวเอง ด้วยการมีชื่อร่วมแสดงนำในภาพยนตร์ที่มีประวัติยอดผู้เข้าชมภาพยนตร์มากกว่า 7.81 ล้านคนทั่วประเทศ

 

    สหายผู้กอง ‘รี จองฮยอก’ ผู้ประจำการในสถานที่แห่งรัก

    ในช่วงเวลานั้นเองที่สาธารณะชนกำลังถกเถียงกันถึงโอกาสที่ฮยอนบินจะสามารถประสบความสำเร็จได้มากกว่านี้อีกหรือไม่ ความสำเร็จของฮยอนบินในการ ‘ก้าวขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดในอาชีพนักแสดง ครั้งที่ 3’ ของตัวเขาเองก็เกิดขึ้น ด้วยการรับบทนำในละครเรื่อง ‘Crash Landing on You’ (ออกอากาศผ่านช่อง tvN) ซึ่งออกอากาศไปในปี 2019 ที่ผ่านมา 

 

    นอกจากละครเรื่องนี้จะเป็นดั่งความสำเร็จอันงดงามของฮยอนบินแล้ว ละครเรื่องนี้ยังเป็นดั่งการต่อลมหายใจให้กับกระแส ‘Hallyu’ ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่น ที่ผู้คนทั่วไปชื่นชอบ และรักในบทของละครเรื่องนี้อย่างมาก แม้ว่าบทละครเรื่องนี้จะประกอบไปด้วยบริบทที่น่าตึงเครียดระหว่างความสัมพันธ์ของประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งปรากฎให้เห็นได้เป็นบางช่วงในละครก็ตาม สำหรับผู้ชมชาวญี่ปุ่น ละครเรื่องนี้คือ ‘Hyun Bin syndrome’ สำหรับพวกเขา

 

    และไม่เพียงแค่สำหรับผู้ชมชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ภาพของฮยอนบินในชุดทหารเกาหลีเหนือนั้นทั้งดูดี และดูน่าโรแมนติก จนทำให้ผู้ชมทั่วโลกต่างพากันนิยามภาพนั้นของฮยอนบินว่า ‘ความโรแมนติกของเกาหลีเหนือ’ กันเลยทีเดียว เพราะเหตุนี้ การที่สาธารณะชนกล่าวว่านี่เป็น ‘จุดสูงสุดในอาชีพนักแสดง ครั้งที่ 3’ จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงแต่อย่างใด

 

    ทหารเรือคุณภาพระดับ ‘ท๊อป 5 %’ ของประเทศ 

    มาถึงเรื่องราวความท้าทายอันเป็นที่สุดเรื่องหนึ่งในเส้นทางชีวิตของฮยอนบิน ซึ่งก็คือ ‘การรับใช้ชาติ’ นั่นเอง โดยในช่วงปลายของปี 2010 (หลังละครเรื่อง ‘Secret Garden’ สิ้นสุดการออกอากาศไม่นาน) ฮยอนบินเลือกที่จะสมัครเข้ารับการฝึกฝนด้านทักษะทางทหารในฐานะ ‘นาวิกโยธิน’ ซึ่งถือเป็นการเข้ารับฝึกฝนในหน่วยงานที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการมี ‘ตารางฝึก’ สุดโหดเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศ 

 

    ในการทดสอบด้านสมรรถภาพทางร่างกาย ฮยอนบินสามารถทำได้คะแนนอย่างสมบูรณ์แบบที่ 15 คะแนน ในส่วนของการทดสอบการวิดพื้น (Pushup) 50 ครั้ง ฮยอนบินสามารถทำได้ครบภายใน 1 นาที 14 วินาที และในการทดสอบการลุกนั่ง (Sit-up แบบ Crunch) ในหนึ่งนาที ฮยอนบินสามารถทำคะแนนรวมได้ 29 คะแนนด้วยกัน

 

    หลังจากการทดสอบพื้นฐานทางกายภาพ การแข่งขันเพื่อให้ได้รับเลือกเข้าหน่วยนาวิกโยธินก็เริ่มต้นขึ้น โดยฮยอนบินสามารถเอาชนะผู้เข้าร่วมสมัครคนอื่น ๆ และกลายเป็น ‘หนึ่งในผู้สมัครท๊อป 5% ที่ดีที่สุด’ ของปีนั้นได้อย่างสวยงาม ด้วยเหตุนี้ ผลงานความสำเร็จด้านการฝึก และภาพของฮยอนบินในชุดทหารเรือจึงกลายเป็นเรื่องไวรัลในโลกอินเทอร์เน็ต และยังคงได้รับการพูดถึงมาจนปัจจุบัน 


.



Latest