ถ้าคุณได้แวะเวียนอยู่ตามช่องคอมเมนต์ของวงการ K-Pop มาสักพัก คงเคยเห็นแฟน ๆ พูดกันว่า “K-Pop ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว” หรือ “รู้สึกว่ามันเป็นแนวตะวันตกเกินไป” บางคนถึงขั้นตั้งคำถามว่า “เพลงที่ร้องเป็นภาษาเกาหลีหายไปไหนหมด?”
เมื่อ K-Pop ขยายตัวไปทั่วโลกมากขึ้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแนวเพลงและภาพลักษณ์ก็เปลี่ยนไปด้วย ในอดีต K-Pop ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกลุ่มผู้ฟังชาวเกาหลีเป็นหลัก แต่ตั้งแต่ช่วงปี 2020 เป็นต้นมา เมื่อมีแฟนต่างชาติเข้ามาเป็นจำนวนมาก เสียงและสไตล์ของเพลงก็เริ่มเอนเอียงไปตามเทรนด์ตะวันตกมากขึ้น ทั้งในแง่ดนตรีและภาพลักษณ์
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ จำนวนเพลงภาษาอังกฤษที่มากขึ้น เมื่อไม่กี่ปีก่อน การจะได้เห็นเพลงภาษาอังกฤษเต็มเพลงจากศิลปิน K-Pop ถือว่าแทบไม่มี แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว BTS มีทั้ง “Dynamite” และ “Butter” ตามมาด้วย TXT กับ “Do It Like That” และอีกหลายวงที่เริ่มทำเพลงลักษณะเดียวกัน
อีกสิ่งหนึ่งที่แฟน ๆ รู้สึกว่าหายไป? ก็คือ ท่อนบริดจ์ จำได้ไหมว่าเมื่อก่อนเพลง K-Pop มักจะมีท่อนบริดจ์ที่อารมณ์พุ่งแรงจนทำให้ขนลุก? ลองนึกถึงเสียงของแทยอนในเพลง “I” หรือ Red Velvet ใน “Psycho” ช่วงเวลานั้นแหละที่ยกระดับทั้งเพลงให้พิเศษขึ้นอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้ ท่อนเหล่านั้นกลับเริ่มหาได้น้อยลงเรื่อย ๆ
นอกจากนี้สิ่งที่เคยเป็นจุดเด่นและแทบไม่เห็นแล้วในปัจจุบัน คือ การโชว์เสียงสูงแบบจัดเต็ม เสียงสามอ็อกเทฟของ ไอยู (IU) ในเพลง “Good Day” กลายเป็นตำนาน
EXO เองก็มีโน้ตพลังเสียงในแทบทุกเพลงไตเติ้ล และ INFINITE ก็มีเสียงร้องที่โชว์พลังเช่นกัน การร้องที่ทรงพลังเหล่านี้เคยพิสูจน์ว่า K-Pop ไม่ได้มีดีแค่ท่าเต้นและหน้าตา แต่ยังรวมถึงพรสวรรค์ด้านเสียงร้องด้วย
แล้วอะไรเกิดขึ้นกับ คอนเซ็ปต์ชุดขึ้นสเตจที่เคยเป็นทีมเวิร์ก? ทุกวันนี้การแต่งตัวของแต่ละสมาชิกกลับดูไร้ทิศทาง และกลายเป็นประเด็นดราม่าบ่อยครั้ง พอมีใครสักคนถูกแต่งตัวให้โดดเด่นเกินหน้าเกินตา ก็เกิดกระแสแฟนทะเลาะกัน กล่าวหาว่าเลือกที่รักมักที่ชัง ทั้งที่เมื่อก่อน ชุดของวงมักออกแบบให้ดูเป็นหนึ่งเดียวกัน มีการปรับเล็กน้อยตามตัวตนของแต่ละคนเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็น “ใครจะดูดีแค่ไหนก็เอาเลย” บนเวทีเดียวกัน
มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ได้เห็นความเป็น K-Pop แบบเมื่อก่อนค่อยๆ ถอยห่างจากสิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นมาตั้งแต่แรก ความเป็นเกาหลี ทั้งวัฒนธรรม, ภาษา และอารมณ์ในเพลง ไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาด แต่มันคือหัวใจของแนวเพลงนี้ ตั้งแต่การเล่าเรื่องผ่านเนื้อเพลง ไปจนถึงการใส่กลิ่นอายเกาหลีลงไปในทำนองม ภาพวิชวล และท่าเต้น มันคือสิ่งที่หาไม่ได้จากที่ไหน และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้แฟนต่างชาติหลงรักและภักดี
แม้ตอนนี้จะมีหลายวงที่เดบิวต์มาพร้อมความฝันระดับโลก แต่ก็หวังว่าพวกเขาจะไม่หลงลืมรากเหง้าของตัวเอง
K-Pop ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นแบบตะวันตกถึงจะประสบความสำเร็จ เพราะสิ่งที่ทำให้มันกลายเป็นกระแสโลกก็คือความแตกต่างจากเพลงฝั่งตะวันตกนั่นเอง หวังว่าวงรุ่นต่อไปจะหาทางเชิดชูจิตวิญญาณแบบ “เกาหลี” กลับมาให้มากขึ้นใน K-Pop
ที่มา allkpop
