Lisa ,sung si kyung

แทนที่ผู้จัดการส่วนตัวจะเป็นแรงสนับสนุนที่มั่นคงให้กับศิลปิน กลับกลายเป็น “ฝันร้าย” ของพวกเขาแทน

โดยปกติแล้ว ผู้จัดการส่วนตัวจะมีหน้าที่รับงานให้ศิลปิน (เช่น ภาพยนตร์ โฆษณา รายการ งานอีเวนต์ต่าง ๆ) และจัดตารางเวลาให้พวกเขา ความสามารถของผู้จัดการส่วนตัวในการนำงานและโอกาสกลับมาให้ศิลปินจึงขึ้นอยู่กับความสามารถและสายสัมพันธ์ของตนเอง นอกจากนี้ ผู้จัดการดารายังช่วยศิลปินจัดการกับข่าวลือเท็จและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่ออีกด้วย

ในแง่ของความสัมพันธ์ทางอารมณ์ ผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่ต่างจากคนในครอบครัวของศิลปินเลย พวกเขามักเป็นที่พึ่งทางใจให้ศิลปิน การได้ใช้เวลาร่วมกันเป็นเวลานานทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันดี ผู้จัดการส่วนตัวจึงมักให้คำแนะนำที่จริงใจและช่วยเหลือศิลปินเมื่อพวกเขาเผชิญปัญหาในชีวิต แต่จากเหตุการณ์ต่อไปนี้ แฟน ๆ เริ่มตั้งคำถามว่า นอกจากจะช่วยส่งเสริมอาชีพของศิลปินแล้ว ผู้จัดการส่วนตัวเหล่านี้มีแรงจูงใจอื่นซ่อนอยู่หรือไม่

ผู้จัดการส่วนตัวรู้ดีว่าพวกเขาอยู่ใกล้คนที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลจากชื่อเสียงและมูลค่าทางแบรนด์ ในช่วงกลางปี 2020 สื่อเอเชียรายงานพร้อมกันว่า “ลิซ่า” สมาชิกวง BLACKPINK ถูกอดีตผู้จัดการส่วนตัว “จองโบคยอง” หลอกเงินไปกว่า 1 พันล้านวอน

ลิซ่าอยู่กับจองโบคยองตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝึกหัดจนถึงปี 2016 ซึ่งเป็นปีที่ BLACKPINK เดบิวต์ ด้วยความสนิทสนมระหว่างทั้งคู่ ทำให้สาธารณชนไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าผู้จัดการของเธอจะทำเรื่องน่าตกใจเช่นนี้

จองโบคยองเป็นคนที่ YG Entertainment และสมาชิกวง BLACKPINK ทุกคนไว้วางใจ เขาใช้ความเชื่อใจนั้นมาหลอกลิซ่าว่าจะนำเงินไปลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพ แต่แท้จริงแล้วเขานำเงินทั้งหมดไปเล่นการพนัน สุดท้ายลิซ่ากลายเป็นเหยื่อของความไว้ใจ และตัดสินใจยุติเรื่องนี้อย่างเงียบๆ

ซองซีคยองก็เพิ่งยุติความสัมพันธ์ทางอาชีพกับผู้จัดการส่วนตัวที่ร่วมงานกันมากว่า 10 ปี หลังพบว่ามีการทุจริตร้ายแรง ต้นสังกัด SK Jaewon ยืนยันเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2025 ว่าอดีตผู้จัดการได้ “ละเมิดความไว้วางใจของบริษัท” และขณะนี้กำลังสืบสวนความเสียหายทางการเงิน ผู้จัดการคนนี้มีบทบาทสำคัญในการดูแลคอนเสิร์ต โฆษณา และคอนเทนต์ YouTube ของซอง จนถูกมองว่าเป็น “มือขวา” ของเขา

Sung Si Kyung

ซองโพสต์ข้อความบนโซเชียลว่า “มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องเผชิญกับการหักหลังแบบนี้ในวัยนี้”

แฟน ๆ ต่างแสดงความไม่พอใจ โดยคอมเมนต์ว่า “นี่เป็นการเอาเปรียบคนที่จิตใจดีอย่างซองซีคยองชัด ๆ” และ “ความเสี่ยงจากผู้จัดการตอนนี้มันควบคุมไม่ได้แล้ว”

นักแสดงชอนจองมยองก็เผยว่าเขาเคยถูกผู้จัดการส่วนตัวที่ทำงานด้วยกันมานานถึง 16 ปีหลอกเช่นกัน โดยผู้จัดการรายนั้นยืมเงินจากพ่อแม่ของเขาและยักยอกเงินไป เหตุการณ์นี้ทำให้เขาคิดจะออกจากวงการและกลายเป็นโรควิตกกังวลทางสังคม ชาวเน็ตแสดงความเห็นว่า

“หลังจากอยู่ด้วยกัน 16 ปี มันก็เหมือนครอบครัวแล้ว” และ “ตอนนี้ในวงการบันเทิงไม่มีความไว้ใจเหลืออยู่เลย”

นักแสดงจองอุงอินก็เปิดเผยว่าเขาสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดเพราะถูกผู้จัดการโกง ต้องถึงขั้นคุกเข่าขอให้นายทุนปล่อยหนี้

“พวกเขาเอารถไปจำนำในชื่อของผม กู้เงินนอกระบบ แล้วสุดท้ายบ้านก็ถูกยึด” เขากล่าว

เรื่องราวนี้สร้างความตกตะลึงให้กับหลายคน โดยมีคอมเมนต์ว่า “การสูญเสียทุกอย่างให้กับคนใกล้ชิดมันเจ็บปวดจริง ๆ”

เหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นกรณีของ “แบ็คจียอง” ราชินีเพลงเกาหลี ที่ถูกอดีตผู้จัดการ “คิมจีวอน” นำวิดีโอส่วนตัวระหว่างเขากับเธอออกมาเผยแพร่ในปี 2000

ในตอนแรก คิมจีวอนใช้เทปนี้ขู่แบล็กเมล์แบ็คจียอง ก่อนจะหลบหนีออกจากเกาหลี ปล่อยให้เธอเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ต่อมาในปี 2008 เขาถูกจับในสหรัฐฯ ในข้อหาข่มขืนโดยใช้กำลัง สำหรับแบ็คจียอง เธอต้องใช้เวลานานมากในการฟื้นตัวจากวิกฤตครั้งนั้นและค่อย ๆ กลับมายืนได้อีกครั้ง

เหตุการณ์อื้อฉาวเกี่ยวกับผู้จัดการส่วนตัวในวงการบันเทิงเกาหลีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต้นสังกัดต้องระมัดระวังมากขึ้นในการคัดเลือกบุคลากรสำหรับตำแหน่งนี้

นอกจากนี้ แฟนคลับเองก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น บางครั้งการเรียกร้องของแฟน ๆ ก็ช่วยให้ศิลปินสามารถเปลี่ยนผู้จัดการให้เหมาะสมกว่าเดิมได้ และปัจจุบัน ศิลปินหลายคนก็มีสิทธิ์เลือกผู้จัดการส่วนตัวที่ต้องการร่วมงานด้วย ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับผู้จัดการในวงการบันเทิงเกาหลีดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องมากขึ้น

ที่มา Daum