นักร้องนักแต่งเพลง ซองซีคยอง เปิดเผยว่าเขาเคยเห็นสมาชิกวง aespa ถูกแฟนคลับสายซาแซง (Sasaeng) ล้อมรอบด้วยคนราว 30 คนที่สนามบิน ขณะที่ คิมจุนซู ได้สะท้อนถึงปัญหาการละเมิดความเป็นส่วนตัวของไอดอลที่ยังคงเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน
เรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอบนช่องยูทูบของซองซีคยองที่อัปโหลดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ในตอนที่มีชื่อว่า “จากนักร้องไอดอลสู่ผู้คว้ารางวัลนักแสดงมิวสิคัล” โดยมีคิมจุนซูมาร่วมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง
ระหว่างการสนทนา คิมจุนซูได้ย้อนเล่าถึงประสบการณ์การถูกคุกคามจากแฟนคลับซาแซงอย่างหนักในช่วงที่เขาเป็นสมาชิกของวง TVXQ
เมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าว ซองซีคยองจึงเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาเพิ่งพบเจอกับ aespa ระหว่างเดินทางด้วยเที่ยวบินเดียวกัน
“aespa คงกำลังลำบากมากจริง ๆ ซาแซงแฟนขึ้นเครื่องบินลำเดียวกับพวกเธอและออกมาพร้อมกัน” เขากล่าว
ตามคำบอกเล่าของนักร้องคนดัง หลังจากผู้โดยสารผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองแล้ว มีคนประมาณ 30 คนรออยู่ด้านนอก และรีบกรูเข้ามาล้อมสมาชิกวงทันที
“ตอนที่พวกเธอเดินออกมา สีหน้าดูหมดแรงมาก เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว” เขากล่าว พร้อมแสดงความเห็นใจต่อสมาชิกวง
ซองซีคยองยังตั้งคำถามด้วยว่า ในสถานการณ์เช่นนั้น สมาชิกได้รับการคุ้มครองอย่างเพียงพอหรือไม่
เขาชี้ให้เห็นว่าผู้จัดการเพียงคนเดียวคงยากที่จะดูแลและปกป้องสมาชิกทั้ง 4 คนจากฝูงชนที่เข้าประชิดตัวอย่างก้าวร้าวได้พร้อมกัน
“ผู้จัดการคนเดียวไม่มีทางดูแลสมาชิกทั้ง 4 คนได้พร้อมกัน ผมเอาแต่คิดว่าต้องมีใครสักคนหยุดเรื่องนี้” เขากล่าว
คำพูดของเขาได้รับความสนใจจากแฟน ๆ บนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยหลายคนเรียกร้องให้มีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นต่อพฤติกรรมคุกคามของแฟนคลับในสนามบินและตารางงานสาธารณะ
หลังจากฟังเรื่องราวของซองซีคยอง คิมจุนซูตอบกลับด้วยความผิดหวังว่า
“แสดงว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิมสินะ”
เขาอธิบายว่า แม้ในปัจจุบัน ไอดอลจำนวนมากก็ยังต้องเผชิญกับซาแซงแฟนที่พยายามนั่งใกล้ ๆ หรือหาวิธีต่าง ๆ เพื่อบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขา
คำพูดของคิมจุนซูสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหานี้ยังคงฝังรากลึกอยู่ในวงการ K-pop มานานหลายทศวรรษ แม้จะมีการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นแล้วก็ตาม
ซองซีคยองยังวิจารณ์ผู้ที่ละเมิดขอบเขตส่วนตัวของศิลปินอย่างตรงไปตรงมา
“คนที่ทำลายเส้นแบ่งนั้น ไม่ใช่แฟนคลับ”
จากนั้นคิมจุนซูได้เล่าหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าตกใจที่สุดในชีวิตของเขา
เขาเผยว่า ในช่วงที่ TVXQ กำลังโด่งดังถึงขีดสุด เขาเคยได้รับสายโทรศัพท์ทันทีหลังจากเปิดใช้หมายเลขโทรศัพท์ใหม่
“ผมกำลังนั่งรถกลับหอพักอยู่ แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พอรับสาย อีกฝ่ายพูดว่า ‘คุณไม่ได้คิดจริง ๆ ใช่ไหมว่าฉันจะไม่รู้เบอร์คุณ?’”
เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงติดอยู่ในความทรงจำของเขาจนถึงทุกวันนี้
“ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนตัวเองพังทลายไปเลย” เขายอมรับ
การพูดคุยครั้งนี้ได้จุดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับวัฒนธรรมซาแซงในวงการ K-pop อีกครั้ง ซึ่งหมายถึงแฟนคลับที่หมกมุ่นจนถึงขั้นติดตามตารางงานของศิลปิน ละเมิดความเป็นส่วนตัว และบางครั้งถึงขั้นสะกดรอยตาม
แฟน ๆ จำนวนมากแสดงความกังวลว่า แม้จะมีเสียงวิจารณ์และคำเตือนจากอุตสาหกรรมบันเทิงมานานหลายปี แต่ศิลปินก็ยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ลักษณะนี้อยู่เสมอ
สำหรับ aespa เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องเตือนใจถึงความท้าทายที่มาพร้อมกับชื่อเสียงระดับโลก ขณะที่คำพูดอย่างตรงไปตรงมาของซองซีคยองและคิมจุนซูก็ได้ดึงความสนใจกลับมาสู่ประเด็นความจำเป็นในการปกป้องศิลปินจากการคุกคามและการละเมิดความเป็นส่วนตัวให้มากยิ่งขึ้น.
