ท่ามกลางกระแสดราม่าของนักแสดงตลกชื่อดัง พัคนาแร (Park Na Rae) ชื่อของสามนักแสดงชายระดับท็อปอย่าง พัคโบกอม , จองแฮอิน และโจอินซอง ถูกชาวเน็ตนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง จากความเกี่ยวข้องในอดีตกับ “นาแรบาร์ (Narae Bar)” ซึ่งขณะนี้ถูกมองในมุมที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
คดีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ การทำหัตถการเสริมความงามอย่างผิดกฎหมาย โดยพัคนาแร ซึ่งเชื่อมโยงกับบุคคลที่ถูกเรียกว่า “คุณป้าฉีดยา” (injection aunt) ได้ถูกโอนจากอัยการไปยังตำรวจแล้ว ถือเป็นสัญญาณของการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อแรงกดดันจากสังคมเพิ่มสูงขึ้น ชุมชนออนไลน์จึงเริ่มขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีต โดยเฉพาะรายชื่อคนดังที่เคยถูกพาดพิงกับนาแรบาร์ แต่ ไม่เคยไปจริง
ขณะเดียวกัน ข้อกล่าวหาเรื่อง การใช้อำนาจในทางที่ผิด และ การกระทำที่อาจผิดกฎหมายทางการแพทย์ ยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้พัคนาแรประกาศ ยุติกิจกรรมในวงการบันเทิงทั้งหมดชั่วคราว
เธอได้ถอนตัวจากรายการวาไรตี้หลักหลายรายการ อาทิ
MBC I Live Alone
MBC Where Is My Home
tvN Amazing Saturday
รวมถึงรายการออนไลน์ Narae Sik และรายการใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง I’m Excited Too ซึ่งถูกยกเลิกทั้งหมด
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจนครบาลโซล เปิดเผยในการแถลงข่าวประจำว่า
“มีคดีที่พัคนาแรถูกกล่าวหาอยู่ทั้งหมด 5 คดี และอีก 1 คดีเป็นคดีที่พัคนาแรเป็นผู้ร้องทุกข์เอง”
พร้อมเสริมว่า
“การสอบปากคำผู้ร้องและผู้ถูกร้องยังไม่เพียงพอ ขณะนี้จะดำเนินการสอบสวนอย่างรอบคอบตามกระบวนการทางกฎหมาย”
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว คลิปและคำพูดเก่า ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ นาแรบาร์ ซึ่งเป็นคอนเทนต์ปาร์ตี้ที่บ้านอันโด่งดังของพัคนาแร ก็ถูกนำกลับมาเผยแพร่อีกครั้ง โดยเฉพาะคำพูดที่เธอเคยเอ่ยถึงคนดังที่อยากเชิญมาเยือนนาแรบาร์ในอดีต
ในรายการ MBC ‘Section TV Entertainment News’ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2018 พัคนาแรเคยถูกถามว่า อยากเชิญใครมานาแรบาร์มากที่สุด ซึ่งเธอได้เอ่ยชื่อ พัคโบกอม (Park Bo Gum) และ จองแฮอิน (Jung Hae In) พร้อมพูดติดตลกว่า เสียดายที่ไม่มีข้อมูลติดต่อของทั้งสอง และยอมรับว่าเคยแสดงความต้องการอยากเชิญพวกเขามาร่วมปาร์ตี้
เธอยังกล่าวอีกว่า มีคนดังหลายคนที่แสดงความสนใจอย่างสุภาพว่าจะมาเยือนนาแรบาร์ แต่สุดท้ายก็ ไม่เคยมาจริง

ต่อมาในปีเดียวกัน บนเวที Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 54 พัคนาแรยังเอ่ยถึงจองแฮอินต่อหน้าสาธารณชน โดยกล่าวว่า
“วันนี้เป็นวันที่เหมาะกับการชวนสมาชิก VIP เข้านาแรบาร์”
อย่างไรก็ตาม หลังดราม่าปะทุ คลิปเหล่านี้กลับถูกมองในอีกแง่มุมหนึ่ง ชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นว่า
“มองย้อนกลับไปแล้ว เหมือนพวกเขาหลบกระสุนได้ทัน”
“ดูตอนนี้แล้วความรู้สึกต่างไปมาก”
“ตอนนั้นเป็นเรื่องขำ ๆ แต่บรรยากาศตอนนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว”
ขณะที่การสอบสวนของตำรวจไม่เพียงครอบคลุมข้อกล่าวหาเรื่องหัตถการผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพัคนาแร คดีนี้จึงเริ่มขยับจากข่าวบันเทิง ไปสู่ประเด็น ความรับผิดชอบทางกฎหมายและความเชื่อมั่นของสาธารณชน ซึ่งผลลัพธ์ของการสอบสวนอาจส่งแรงสั่นสะเทือนต่อวงการบันเทิงเกาหลีในวงกว้างมากยิ่งขึ้นในอนาคต
โจอินซอง เคยปฏิเสธร่วมรายการของพัคนาแร อย่างมีชั้นเชิง
คำพูด “ที่นั่นเข้าไปได้อย่างอิสระก็จริง แต่ตอนจะออกมาไม่ง่ายนี่สิ” ถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้ง
นักแสดงชื่อดัง โจอินซอง (Jo In Sung) กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง จากเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยปฏิเสธคำเชิญไปยัง “นาแรบาร์” ของนักแสดงตลก พัคนาแร (Park Na Rae) อย่างมีไหวพริบและสุภาพ ซึ่งขณะนี้ถูกชาวเน็ตนำกลับมาพูดถึงอย่างกว้างขวาง
เมื่อไม่นานมานี้ ในชุมชนออนไลน์ของเกาหลี มีการรื้อฟื้นคลิปจากรายการ MBC Every1 ‘Video Star’ ที่ออกอากาศเมื่อปี 2017 โดยในตอนนั้น พัคนาแรได้ขอให้ พัคคยองริม แขกรับเชิญในรายการ ช่วยติดต่อโทรศัพท์หาโจอินซอง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอ และการสนทนาก็เกิดขึ้นจริงในรายการ

ระหว่างการพูดคุย พัคนาแรได้เอ่ยชวนโจอินซองว่า
“ถ้ามีเวลา อยากเชิญมาที่นาแรบาร์สักครั้งค่ะ”
โจอินซองตอบกลับด้วยอารมณ์ขันว่า
“ผมได้ยินมาว่า ที่นั่นเข้าไปได้อย่างอิสระก็จริง แต่ตอนจะออกมาไม่ง่ายนี่สิ”
ก่อนจะพูดต่ออย่างสุภาพว่า
“ถ้าเชิญจริง ๆ ผมขอไปพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ”
ซึ่งเป็นการปฏิเสธคำเชิญอย่างแนบเนียนและมีชั้นเชิง

หลังคลิปดังกล่าวถูกนำกลับมาเผยแพร่อีกครั้ง ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็น เช่น
- “โจอินซองฉลาดมาก”
- “การรับมือดีสุด ๆ”
- “ดูเหมือนเขาจะรู้ดีนะว่า ถ้าไปอาจซวยได้”
- “ซูเปอร์สตาร์ยังไงก็มีวิธีเอาตัวรอดที่ต่างออกไป”
ขณะเดียวกัน พัคนาแร กำลังเผชิญกระแสข่าวด้านลบ หลังอดีตผู้จัดการส่วนตัวของเธอได้ยื่นคำร้องขออายัดทรัพย์สินต่อศาลแขวงโซลตะวันตก เมื่อวันที่ 3 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าระหว่างทำงานถูกกระทำในลักษณะ “ใช้อำนาจในทางที่ผิด”
อดีตผู้จัดการระบุว่า พวกเขาเผชิญกับการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน ทั้งการบังคับร่วมวงดื่มสุรา การใช้ให้ซื้อกับแกล้ม การให้จัดการเก็บกวาดหลังปาร์ตี้ รวมถึงการต้องรอคำสั่งตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ผู้จัดการรายหนึ่งยังอ้างว่า ถูกต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรงเพียงเพราะไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และได้รับบาดเจ็บจากการที่พัคนาแรขว้างแก้วเหล้าใส่ด้วยความโมโห
สมาคมผู้จัดการบันเทิงเกาหลีออกแถลงการณ์เดือด กรณีข้อพิพาท พัคนาแร กับอดีตผู้จัดการ
ย้ำต้องสอบสวนเข้มทุกข้อกล่าวหา ชี้เป็นกรณีร้ายแรงกระทบทั้งอุตสาหกรรม
ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างนักแสดงตลกชื่อดัง พัคนาแร กับอดีตผู้จัดการส่วนตัว ล่าสุด สมาคมผู้จัดการบันเทิงเกาหลี ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แสดงจุดยืนชัดว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม คณะกรรมการจริยธรรมและพิจารณาโทษ ซึ่งเป็นองค์กรพิเศษภายใต้ สมาคมผู้จัดการบันเทิงเกาหลี (Korea Entertainment Management Association – KEMA) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า
กรณีของพัคนาแรได้สะท้อนปัญหาร้ายแรงที่บ่อนทำลายจริยธรรม ความเป็นระเบียบ และการพัฒนาของอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี พร้อมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบในวงกว้างที่เกิดขึ้นกับทั้งวงการ
คณะกรรมการระบุว่า จากการพิจารณาเบื้องต้น พฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาของพัคนาแรถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อ “ศีลธรรมอันดีและระเบียบของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและบันเทิง” และสร้างความสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อวงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์
เรียกร้องสอบสวนเข้ม กรณีบริษัทไม่จดทะเบียน – ไม่ทำประกันสังคม
แถลงการณ์ยังกล่าวถึงข้อสงสัยว่า ฝ่ายของพัคนาแรได้ดำเนินกิจการด้านการจัดการศิลปินโดย ไม่ได้จดทะเบียนเป็นธุรกิจบันเทิงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงกรณี ไม่จัดให้ผู้จัดการส่วนตัวเข้าระบบประกันสังคมและประกันภาคบังคับ 4 รายการ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด และให้พัคนาแรออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ พร้อมให้ความร่วมมือกับการสอบสวนอย่างเต็มที่
ข้อกล่าวหา “กลั่นแกล้งในที่ทำงาน” ต้องชี้แจงและขอโทษ
ในส่วนของข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ การใช้งานผู้จัดการส่วนตัวในลักษณะส่วนตัว การบังคับร่วมวงดื่มสุรา การใช้ถ้อยคำรุนแรง รวมถึงการทำร้ายร่างกาย คณะกรรมการระบุว่า หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่มีการรายงาน พัคนาแรจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน และแสดงความรับผิดชอบผ่านการขอโทษอย่างเป็นทางการ
ทางสมาคมยังย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและผู้จัดการควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และพฤติกรรมลักษณะ “ใช้อำนาจในทางที่ผิด” ควรถูกกำจัดออกจากวงการบันเทิงอย่างสิ้นเชิง
สงสัยรับบริการแพทย์เถื่อน – จ่ายเงินบริษัทให้บุคคลภายนอก
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังกล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับ บริการทางการแพทย์จากผู้ไม่มีใบอนุญาต หรือที่เรียกกันว่า “ป้าเข็ม” และ “ป้าน้ำเกลือ” ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายการแพทย์ หากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าตัวทราบดีว่าเป็นผู้ไม่มีใบอนุญาต
รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่อง การไม่จ่ายค่าใช้จ่ายในการทำงาน (ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า) และ การนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัวหรือจ่ายให้แฟนเก่า ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ โดยสมาคมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน
ย้ำศิลปินคือ “บุคคลสาธารณะ” ต้องรับผิดชอบต่อสังคม
ท้ายแถลงการณ์ สมาคมผู้จัดการบันเทิงเกาหลีระบุว่า ศิลปินในฐานะบุคคลสาธารณะซึ่งได้รับความรักและการสนับสนุนจากสังคม ย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของตนเอง พร้อมย้ำว่า หากเกิดปัญหาลักษณะเดียวกันในอนาคต สมาคมจะดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับความโปร่งใสและมาตรฐานของอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลี
พัคนาแร แถลงครั้งแรกหลังพักงาน ยืนยันทุกข้อกล่าวหาอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

ขอหยุดกิจกรรมทั้งหมด เพื่อทบทวนตัวเองและป้องกันผลกระทบต่อผู้อื่น
พัคนาแร นักแสดงตลกชื่อดังของเกาหลีใต้ ออกมาแถลงจุดยืนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก หลังประกาศพักกิจกรรมในวงการบันเทิงเป็นเวลา 8 วัน ท่ามกลางกระแสข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ การกลั่นแกล้งในที่ทำงาน และ การรับการรักษาทางการแพทย์ที่ผิดกฎหมาย
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พัคนาแรได้ปรากฏตัวในรายการผ่าน ช่องยูทูบ แห่งหนึ่ง โดยระบุว่า ขณะนี้เธอกำลัง ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อ “ตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อกล่าวหาอย่างสุขุมและเป็นกลาง”
เธอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเผยความกังวลว่า เรื่องดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อรายการโทรทัศน์ที่เธอร่วมงาน รวมถึงเพื่อนร่วมงานในวงการ
พัคนาแรกล่าวว่า
“ฉันรู้สึกหนักใจที่ทำให้หลายคนต้องเป็นกังวลและเกิดความเครียดจากประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงนี้”
พร้อมเสริมว่า
“ในระหว่างกระบวนการนี้ ฉันจะไม่ให้ความเห็นหรือคำอธิบายเพิ่มเติมใด ๆ เพราะเชื่อว่าประเด็นเหล่านี้ควรได้รับการจัดการอย่างเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ด้วยอารมณ์หรือความสัมพันธ์ส่วนตัว”
เธอยังย้ำว่า การทำร้ายผู้อื่น หรือปล่อยให้เรื่องราวบานปลายจนกลายเป็นการโต้เถียงที่ไม่จำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ
“ฉันต้องการมุ่งจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ด้วยการหยุดกิจกรรมทั้งหมด และขอใช้เวลาทบทวนตัวเอง”
พร้อมระบุว่า วิดีโอดังกล่าวจะเป็น แถลงการณ์ต่อสาธารณะครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับประเด็นนี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พัคนาแรได้ประกาศ ระงับกิจกรรมด้านการออกอากาศทั้งหมด หลังข้อกล่าวหาต่อเธอทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกรณีอดีตผู้จัดการ 2 ราย ออกมากล่าวหาว่า เธอใช้ถ้อยคำรุนแรง ทำร้ายร่างกาย และบังคับให้พวกเขาทำงานส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับตารางงานอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ พัคนาแรยังเผชิญข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า ได้รับ การฉีดยาโดยผู้ไม่มีใบอนุญาต รวมถึง การสั่งจ่ายยาโดยผู้อื่นแทน (proxy prescription) ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมาย
ขณะนี้ ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการพิจารณาในกระบวนการทางกฎหมาย โดยสังคมกำลังจับตาผลการสอบสวนอย่างใกล้ชิด
