พัคนาแร (Park Na Rae) ได้เข้ารับการสอบสวนจากตำรวจเป็นครั้งที่สองแล้ว จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้จัดการของเธอ
เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ตามเวลาเกาหลี (KST) ของวันที่ 20 มีนาคม สถานีตำรวจคังนัมในกรุงโซลได้เรียกตัวพัคนาแรเข้ารับการสอบสวนรอบที่สอง หลังจากเธอถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด รวมถึงข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ตามรายงานของ Channel A พัคนาแรได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางมาถึง โดยกล่าวว่า
“ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ในการสอบสวนวันนี้” และ “ฉันจะตอบคำถามอย่างจริงใจ ขอบคุณค่ะ”
เมื่อถูกถามว่ายังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาการทำร้ายผู้จัดการอยู่หรือไม่
หลังจากการสอบสวนที่กินเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง 50 นาที พัคนาแรได้ออกมาให้สัมภาษณ์อีกครั้ง เมื่อถูกถามว่าเธอยอมรับข้อกล่าวหาหรือไม่ เธอตอบว่า
“ฉันได้ตอบคำถามอย่างจริงใจแล้ว” พร้อมกล่าวเสริมว่า “ฉันเชื่อว่าความจริงจะถูกเปิดเผยผ่านการสอบสวน ขอโทษที่ทำให้เกิดความกังวล”
ก่อนจะก้มหัวขอโทษ และปฏิเสธตอบคำถามเพิ่มเติม จากนั้นจึงเดินทางออกไปด้วยรถที่เตรียมไว้
——————
ประเด็นดราม่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เมื่ออดีตผู้จัดการของพัคนาแรออกมาอ้างว่าถูกทำร้ายและได้รับบาดเจ็บระหว่างการทำงาน ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยพวกเขาได้ยื่นฟ้องเธอในข้อหาทำร้ายร่างกายรุนแรง เผยแพร่ข้อมูลเท็จ และละเมิดกฎหมายเครือข่ายข้อมูลและการสื่อสาร
อย่างไรก็ตาม พัคนาแรได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และได้ยื่นฟ้องกลับอดีตผู้จัดการในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์และยักยอกเงิน โดยในการเข้าพบตำรวจครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 30 นาที เธอก็ได้กล่าวในลักษณะเดียวกันว่า
“ฉันเชื่อว่าข้อเท็จจริงจะถูกเปิดเผยผ่านการสอบสวน” และ “ฉันได้ให้ความร่วมมืออย่างจริงใจ และจะชี้แจงในส่วนที่ไม่เป็นความจริง”
ขณะเดียวกัน พัคนาแรยังเผชิญข้อกล่าวหาแยกต่างหากเกี่ยวกับการรับบริการทางการแพทย์ที่ผิดกฎหมาย โดยมีรายงานว่าเธอได้รับการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด (IV) หรือได้รับยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทจากบุคคลที่ระบุว่า ‘A’ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ในเกาหลี
ทางฝั่งของพัคนาแรชี้แจงว่า เธอเพียงได้รับการฉีดสารอาหารจากบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาต ผ่านระบบบริการถึงบ้านที่ถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สมาคมแพทย์ได้โต้แย้งว่า ‘A’ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้รับการรับรอง และไม่มีใบอนุญาตแพทย์ในเกาหลี ยิ่งทำให้ข้อสงสัยเพิ่มมากขึ้น
——————
ท้ายที่สุด ‘A’ ถูกแจ้งความในข้อหาประกอบวิชาชีพแพทย์โดยผิดกฎหมาย และได้เข้ารับการสอบสวนจากตำรวจแล้ว โดยทางการได้สั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ พร้อมทั้งเข้าตรวจค้นและยึดของกลางจากคลินิกที่เกี่ยวข้อง
หลังการสอบสวน ‘A’ ยังสร้างความสนใจด้วยการโพสต์ข้อความพาดพิงถึงรายการ I Live Alone และผู้ดำเนินรายการ Jun Hyun Moo โดยระบุว่า “หลังจากเกือบเสียชีวิตไปครั้งหนึ่ง มุมมองของฉันก็เปลี่ยนไปมาก การนิ่งเงียบไม่ได้ทำให้ความผิดของฉันหายไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันควรต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง”
