New Jeans

สื่อเกาหลีใต้ Dispatch เผยรายงานพิเศษอ้างหลักฐานและคำให้การจากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ระบุว่า วิกฤตความขัดแย้งระหว่าง NewJeans และต้นสังกัด ADOR ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็น “กระบวนการที่มีการวางแผน” มาเป็นระยะ โดยมี มินฮีจิน อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจสำคัญหลายจุด

————-

จุดเริ่ม: กลับคำหลังแถลงยกเลิกสัญญา

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2024 NewJeans แถลงข่าวประกาศยกเลิกสัญญา พร้อมยืนยันว่าจะทำตารางงานที่ตกลงไว้ให้เสร็จสิ้น แต่วันถัดมา กลับแจ้งปฏิเสธกิจกรรมบางรายการของ ADOR รวมถึงคอนเทนต์แฟนคลับญี่ปุ่น และเดินทางไปญี่ปุ่นแทน

Dispatch อ้างว่า การเดินทางครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับการเข้าพบ “โก คาซุมิจิ” บุคคลผู้มีฐานะทางการเงินสูงในวงการแข่งรถญี่ปุ่น และทายาทตระกูลนักธุรกิจใหญ่ โดยมีการพบกันอย่างน้อย 3 ครั้ง พร้อมการมอบของขวัญและจดหมายจากสมาชิก

แหล่งข่าวระบุว่า มินฮีจินเป็นผู้ประสานการพบ และมีการ “พูดคุยเรื่องการลงทุน” หลังการประกาศยกเลิกสัญญา

————-

ปมฮ่องกงและเวทีอิสระ

อีกประเด็นสำคัญคือการขึ้นแสดงในงาน ComplexCon ฮ่องกง ภายใต้ชื่อ NJZ ในปี 2025 ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ฐานทดสอบกิจกรรมอิสระ”

Dispatch ระบุว่า ค่าตัวการแสดงอยู่ที่ 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ (10.8 ล้านบาท) และมีค่าที่ปรึกษา 500,000 ดอลลาร์ (15.5 ล้านบาท) โดยมีการพูดคุยสัญญาในแชตกลุ่มที่มีมินฮีจิน ผู้ปกครองสมาชิก และทนายความร่วมอยู่ด้วย

ในช่วงเวลาดังกล่าว ศาลมีคำสั่งคุ้มครองสถานะต้นสังกัดของ ADOR ทำให้การทำกิจกรรมอิสระถูกจำกัด อย่างไรก็ตาม กลุ่มยังประกาศเข้าร่วมงานในชื่อ NJZ ต่อไป

————-

ข้อกล่าวหาเรื่อง “การชี้นำเบื้องหลัง”

รายงานยังอ้างบทสนทนาระหว่างมินฮีจินกับมารดาของสมาชิกบางคน ที่พูดถึงแนวทางสื่อสารว่าศิลปิน “รู้สึกกดดันทางจิตใจ” หากต้องทำงานร่วมกับ ADOR เพื่อเสริมเหตุผลในคดีหลัก

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่า มินฮีจินมีบทบาทในการร่างสคริปต์แถลงข่าวยกเลิกสัญญา และกำหนดทิศทางเอกสารชี้แจง แม้ในเวลานั้นเธอจะลาออกจากตำแหน่งในบริษัทแล้วก็ตาม

————-

ประเด็นและคำตัดสินก่อนหน้า

ก่อนหน้านี้ มินฮีจินชนะคดีเกี่ยวกับสิทธิ์ซื้อหุ้น (put option) โดยศาลมองว่าแม้จะมีการ “แสวงหาทางเลือก” แต่ยังไม่ถึงขั้นลงมือปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม Dispatch ตั้งคำถามว่า การเคลื่อนไหวหลายอย่างที่เกิดขึ้นภายหลังอาจสะท้อนว่ามีการดำเนินการจริง

รายงานสรุปว่า แม้กระบวนการหลายอย่างอาจไม่สำเร็จ แต่การเคลื่อนไหวต่อเนื่องได้ทำให้สถานการณ์บานปลาย และสุดท้ายกลุ่มต้องเผชิญผลกระทบโดยตรง

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวเป็นการนำเสนอจากฝั่ง Dispatch ซึ่งยังไม่มีคำชี้แจงตอบโต้โดยละเอียดจากมินฮีจินในบทความเดียวกัน ทำให้ประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงในวงการ K-pop และในกระบวนการทางกฎหมายที่ยังดำเนินอยู่

มินฮีจิน โต้กลับ ดิสแพทช์ เดือด “หยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ” พร้อมเตือนฟ้องแพ่ง–อาญา

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 มินฮีจิน ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ เพื่อตอบโต้รายงานล่าสุดของ ดิสแพทช์ ที่กล่าวหาว่าเธออยู่เบื้องหลังการวางแผนยกเลิกสัญญาของ NewJeans และทำให้สถานการณ์ภายใน ADOR สั่นคลอน


Min Hee Jin, มินฮีจิน

“นี่คือ DAVOLINK ซีซั่น 2 เหรอ?”

ในโพสต์ดังกล่าว มินฮีจินแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยระบุว่า

“นี่คือ DAVOLINK ซีซั่น 2 เหรอ? (หัวเราะ) ตอนนี้คงไม่มีใครหลงเชื่อเรื่องแต่งแบบนั้นแล้ว ความสามารถในการพูดเกินจริงและสร้างเรื่องจากความว่างเปล่า ทำให้นึกถึงที่แห่งหนึ่งที่ฉันรู้จัก”

เธอยังกล่าวอีกว่า

“แทนที่จะสนใจคดีแพ่งของคนธรรมดา ควรไปตรวจสอบบุคคลที่กำลังถูกสอบสวนทางอาญาให้จริงจังกว่านี้”

แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อโดยตรง แต่ในโลกออนไลน์มีการคาดเดาว่าอาจพาดพิงถึง บังชีฮยอก ประธานบริษัท HYBE


ชี้มี “แคมเปญสื่อเชิงลบ” หลังชนะคดี

มินฮีจินยังอ้างว่า หลังจากเธอเพิ่งชนะคดีความเมื่อสัปดาห์ก่อน กระแสข่าวด้านลบก็ทวีความรุนแรงขึ้น

“ดูเหมือนจะมีความพยายามทำ reverse-viral marketing (การตลาดย้อนศร) หลังจากฉันชนะคดี มันเป็นกลยุทธ์ที่เชยมาก”

เธอเน้นย้ำสิทธิของตนเองในการโต้แย้งข่าว พร้อมระบุว่า

“Dispatch โปรดจำไว้ว่า ฉันมีสิทธิ์โต้แย้งข้อกล่าวหาของคุณ กรุณาหยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จและยึดมั่นในจริยธรรมสื่อ”


เตือนดำเนินคดีเต็มที่

ในตอนท้าย เธอส่งคำเตือนอย่างชัดเจนว่า

“Dispatch จะต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างถึงที่สุดต่อการรายงานเท็จเกี่ยวกับ DAVOLINK และข่าวในวันนี้ รวมถึงสื่ออื่นที่คัดลอกบทความไปสร้างยอดวิว ฉันเหนื่อยกับเรื่องนี้เต็มทีแล้ว”

ณ วันที่ 23 มีนาคม 2026 ทาง Dispatch ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้เพิ่มเติม

ความขัดแย้งระหว่างมินฮีจิน, NewJeans, ADOR และ HYBE ยังคงเป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงเกาหลี และได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากสาธารณชน

ที่มา (1)