อีจุนยอง (Lee Jun-young), โดคยองซู (Doh Kyung-soo), พัคจีฮุน (Park Ji-hoon) และไอดอลอีกหลายคนที่ผันตัวสู่วงการแสดง ต่างก้าวข้ามอคติที่มีต่อ “นักแสดงไอดอล” จนสามารถพิสูจน์ฝีมือและได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงอย่างเต็มภาคภูมิ
ปัจจุบัน อีจุนยอง กำลังรับบทนำในซีรีส์ของ JTBC เรื่อง Reborn Rookie โดยรับบทเป็น ฮวังจุนฮยอน ตัวละครที่สลับวิญญาณกับ คังยองโฮ ซึ่งรับบทโดย ซนฮยอนจู (Son Hyun-joo) ขณะที่ซีรีส์กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ก็ยังคงสร้างสถิติเรตติงสูงสุดใหม่ของตัวเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมได้รับกระแสพูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะ อีจุนยอง ที่ได้รับคำชื่นชมว่า สามารถถ่ายทอดตัวละครที่ต้องเลียนแบบบุคลิก ท่าทาง และวิธีการแสดงของ ซนฮยอนจู ได้อย่างแนบเนียน สะท้อนทั้งฝีมือการแสดงและศักยภาพในการดึงดูดผู้ชมได้เป็นอย่างดี

แม้ปัจจุบัน อีจุนยอง จะได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงอย่างกว้างขวาง แต่เขายอมรับว่า การก้าวข้ามภาพจำของการเป็น “ไอดอลที่ผันตัวมาเป็นนักแสดง” ไม่ใช่เรื่องง่าย ในตัวอย่างตอนที่ 350 ของรายการ You Quiz on the Block ทางช่อง tvN ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เขาเปิดเผยว่า คำพูดที่ทำร้ายจิตใจเขามากที่สุดคือ “อย่ามาทำให้ดารานักแสดงตัวจริงต้องเดือดร้อน” ซึ่งประโยคดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ชมจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ ในการปรากฏตัวบนช่อง YouTube ของ ฮาจียอง (Ha Ji-young) เมื่อเดือนพฤษภาคม เขายังกล่าวด้วยว่า หวังว่าจะได้เห็นไอดอลอีกหลายคนประสบความสำเร็จในสายงานการแสดง พร้อมย้อนเล่าว่า ในช่วงที่เขาเริ่มเข้าสู่วงการนั้น ยังมีนักแสดงไอดอลอยู่ไม่มาก และเขาให้ความเคารพศิลปินรุ่นพี่อย่าง อิมชีวาน (Yim Si-wan) และ โดคยองซู เป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยบุกเบิกเส้นทางให้กับรุ่นหลัง
อีจุนยอง เดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง U-KISS เมื่อปี 2014 ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางนักแสดงในปี 2017 จากซีรีส์ Avengers Social Club หลังจากนั้น เขาค่อย ๆ สั่งสมผลงานการแสดงอย่างต่อเนื่องผ่านซีรีส์เรื่อง D.P., Let Me Be Your Knight, Melo Movie, When Life Gives You Tangerines และ Weak Hero Class 2 จนกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในปัจจุบัน
โดคยองซู ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของไอดอลที่ประสบความสำเร็จในการสร้างชื่อเสียงในฐานะนักแสดง หลังเดบิวต์กับวง EXO เมื่อปี 2012 เขาได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี 2014 กับเรื่อง Cart โดย ยอมจองอา (Yum Jung-ah) นักแสดงรุ่นใหญ่ซึ่งร่วมงานกับเขาในเรื่องนี้ เคยกล่าวชื่นชมว่า โดคยองซู ทำลายอคติที่เธอเคยมีต่อนักแสดงไอดอลลงอย่างสิ้นเชิง พร้อมเล่าว่า เธอประทับใจในความอ่อนน้อมถ่อมตนและความตั้งใจของเขาตั้งแต่ยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่

ต่อมา โดคยองซู ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากบท ฮันคังอู ในซีรีส์ของ SBS เรื่อง It’s Okay, That’s Love ซึ่งรับบทเป็นตัวละครในจินตนาการของตัวเอก ด้วยการแสดงที่เป็นธรรมชาติ สีหน้า แววตา และการถ่ายทอดอารมณ์ที่ละเอียดอ่อน ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมทั้งจากผู้ชมและคนในวงการ
หลังจากนั้น เขายังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยเว็บดราม่า Be Positive มียอดรับชมทะลุ 30 ล้านครั้งในเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่ซีรีส์ย้อนยุคของ tvN เรื่อง 100 Days My Prince ในปี 2018 ทำเรตติงสูงสุดถึง 14.4% นอกจากนี้ เขายังได้รับฉายา “นักแสดงหนังคนดูสิบล้าน” หลังร่วมแสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Along with the Gods: The Two Worlds และ Along with the Gods: The Last 49 Days ซึ่งต่างทำยอดผู้ชมเกิน 10 ล้านคนทั้งสองภาค และเมื่อปีที่ผ่านมา เขายังได้ขยายขอบเขตการแสดงของตัวเองด้วยการรับบทตัวร้ายเป็นครั้งแรกในซีรีส์ของ Disney+ เรื่อง The Manipulated
อีกหนึ่งเรื่องราวความสำเร็จที่น่าจับตามองคือ พัคจีฮุน ซึ่งเพิ่งสร้างผลงานฮิตจากภาพยนตร์ The King’s Warden แม้ในความเป็นจริงเขาจะเริ่มต้นเส้นทางนักแสดงมาตั้งแต่เด็ก จากซีรีส์ Jumong เมื่อปี 2006 แต่สาธารณชนเริ่มรู้จักเขาอย่างกว้างขวางหลังเดบิวต์เป็นสมาชิกวง Wanna One โดยระหว่างการแข่งขัน Produce 101 Season 2 ในปี 2017 วลีติดปาก “Save you in my heart” ได้กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วประเทศ ส่งผลให้เขาได้รับฉายาว่า “Wink Boy”

หลังประสบความสำเร็จในฐานะไอดอล พัคจีฮุน ก็ค่อย ๆ สร้างชื่อในฐานะนักแสดง ผ่านผลงานซีรีส์อย่าง Flower Crew: Joseon Marriage Agency, Love Revolution, At a Distance, Spring Is Green และ Weak Hero Class 1
ในภาพยนตร์ The King’s Warden ที่เข้าฉายในเดือนกุมภาพันธ์ พัคจีฮุน รับบทเป็นกษัตริย์หนุ่ม อีฮงอวี ได้อย่างลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยอารมณ์ จนได้รับคำชมว่าสามารถถ่ายทอดตัวละครออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ ภาพยนตร์เรื่องนี้มียอดผู้ชมมากกว่า 16.9 ล้านคน ส่งผลให้เขาก้าวขึ้นสู่ทำเนียบนักแสดง “หนังคนดูสิบล้าน” ของเกาหลีใต้ นอกจากนี้ เขายังสานต่อความสำเร็จด้วยผลงานในซีรีส์ของ tvN เรื่อง The Legend of Kitchen Soldier ซึ่งเพิ่งลาจอไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา และได้รับการยกย่องว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญในเส้นทางนักแสดงของเขา
เมื่อไอดอลที่ผันตัวมาเป็นนักแสดงสามารถพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงานคุณภาพได้มากขึ้น มุมมองของวงการที่มีต่อ “นักแสดงไอดอล” ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยการเป็นผู้นำของนักแสดงอย่าง อีจุนยอง, โดคยองซู และ พัคจีฮุน หลายฝ่ายต่างเฝ้าจับตามองว่า พวกเขาจะสร้างผลงานที่น่าประทับใจอะไรให้ได้เห็นอีกในอนาคต
