นักแสดง ยูแฮจิน (Yoo Hae Jin) คว้ารางวัลสูงสุดในสาขาภาพยนตร์จากงาน Baeksang Arts Awards ไปครองได้สำเร็จ
งานประกาศรางวัล Baeksang Arts Awards ครั้งที่ 62 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ณ COEX Hall D เขตคังนัม กรุงโซล โดยในปีนี้ ชินดงยอบ (Shin Dong Yup), ซูจี (Suzy) และ พัคโบกอม (Park Bo Gum) ยังคงรับหน้าที่พิธีกรเช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา
ภายในงาน ยูแฮจิน ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดของสาขาภาพยนตร์จากผลงานเรื่อง The King’s Warden ซึ่งกำกับโดย จางฮังจุน (Jang Hang Jun)
เมื่อก้าวขึ้นสู่เวทีพร้อมรอยยิ้มสดใส ยูแฮจิน ก็ได้รับเสียงเชียร์และกำลังใจอย่างอบอุ่นจากผู้กำกับ จางฮังจุน ที่นั่งมองอยู่จากด้านล่างด้วยความภาคภูมิใจ
“พูดตามตรง ผมแอบคาดหวังรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอยู่เหมือนกันครับ” ยูแฮจิน กล่าว “พอไม่ได้รางวัลนั้น ผมก็ต้องตั้งสติทางอารมณ์อยู่พักหนึ่ง คิดในใจว่า ‘คงยังอีกไกลสินะสำหรับเรา’”
จากนั้นเขากล่าวต่ออย่างอารมณ์ดีว่า “แล้วกล้องก็เริ่มแพนมาทางผมช้า ๆ ผมเลยคิดว่าหนังคงได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่ที่แท้ อันนี่เองหน้าตาของรางวัลแดซัง” พร้อมยกถ้วยรางวัลขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือ

ยูแฮจิน ยังย้อนมองเส้นทางการทำงานของตนเองว่า “ตอนที่ผมหันจากละครเวทีมาทำงานภาพยนตร์ เป้าหมายก็แค่หาเลี้ยงชีพเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป ผมได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และช่วงหนึ่งผมเคยคิดว่า แค่ได้แสดงไปจนถึงอายุ 45 ปีก็น่าพอใจแล้ว แต่ตอนนี้เวลานั้นก็ผ่านไปนานแล้วครับ”
เขากล่าวต่อว่า “ผมพึงพอใจกับรางวัลนักแสดงสมทบมากจริง ๆ คิดเสมอว่าแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว แต่การได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่แบบนี้ ทำให้ผมรู้สึกขอบคุณอย่างที่สุดครับ”
ยูแฮจิน ยังกล่าวขอบคุณผู้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ผมอยากขอบคุณผู้ชมทั้ง 17 ล้านคนที่มาดู The King’s Warden ทุกครั้งที่พวกเราออกไปทักทายผู้ชมตามโรงภาพยนตร์ ผมรู้สึกได้ว่าโรงหนังกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โรงภาพยนตร์กลับมามีสีสันอีกครั้ง ผมรู้สึกโล่งใจที่ผู้คนยังคงจดจำความสุขของการไปดูหนังในโรงได้ครับ”
หลังจากกล่าวขอบคุณทีมงานเบื้องหลังภาพยนตร์ เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอบคุณผู้กำกับ ที่ทำให้กองถ่ายเต็มไปด้วยความสนุก และคอยนำทีมนักแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมครับ”
นอกจากนี้ เขายังเอ่ยถึงเพื่อนนักแสดงร่วมอย่าง ยูจีแท (Yoo Ji Tae), จอนมีโด (Jeon Mi Do) และ พัคจีฮุน (Park Ji Hoon) ด้วย
“ผมเชื่อว่าการแสดงเป็นเรื่องของการส่งต่อกันระหว่างนักแสดง” ยูแฮจิน กล่าว “เหตุผลที่ผมสามารถเข้าถึงบทบาทได้ลึกขนาดนั้น เป็นเพราะ พัคจีฮุน มอบเคมีการแสดงและสายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ในทุกฉากให้กับผม ผมได้รับพลังจากเขามากจริง ๆ และรู้สึกขอบคุณจากใจครับ”
ระหว่างที่ ยูแฮจิน กล่าวสุนทรพจน์ ผู้ชมยังสังเกตเห็นว่า พัคจีฮุน ถึงกับน้ำตาคลออยู่ท่ามกลางผู้ชมด้านล่างเวที

ช่วงท้ายของสุนทรพจน์ ยูแฮจิน ยังได้ย้อนเล่าถึงคำสอนจากนักแสดงผู้ล่วงลับ อันซึงกี (Ahn Sung Ki)
“ตอนที่ผมเคยร่วมงานกับ อันซึงกี เขาเคยบอกผมว่า ‘นักแสดงควรทุ่มเทเต็มที่เมื่อได้แสดง แต่สิ่งสำคัญจริง ๆ คือการใช้ชีวิตในวันที่ไม่มีงาน’ ผมจดจำคำพูดนั้นและทบทวนมันกับตัวเองมาตลอดชีวิตครับ”
เขาปิดท้ายด้วยถ้อยคำซาบซึ้งว่า “ผมขอมอบเกียรติยศนี้ให้แก่ อันซึงกี และอาจารย์ ซงแฮซุก (Song Hae Sook) ผู้คอยชี้นำให้ผมสามารถเดินบนเส้นทางนักแสดงต่อไปได้ครับ”
