Culinary Class Wars

Netflix และโปรดิวเซอร์ คิมฮักมิน ได้ออกมาแถลงเกี่ยวกับประเด็นการลอกเลียนแบบรายการ Culinary Class Wars สงครามเชฟคนละชั้น ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา งาน Netflix Entertainment Festival 2025 จัดขึ้นที่โรงแรม JW Marriott ดงแดมุนสแควร์ กรุงโซล โดยมีโปรดิวเซอร์และผู้กำกับชื่อดังหลายคนเข้าร่วม อาทิ ฮวังซึลอู (Crime Scene Zero), จางโฮกี (Physical: Asia), คิมเยซึล (Three Meals in Kenya, Lee Seo Jin’s Dalla Dalla), คิมฮักมิน (Culinary Class Wars: Class Battle 2), คิมแจวอน (Single’s Inferno 5), จองจงยอน (Mystery Squad 2), อีโซมิน (Chaotic Proposal 2, Yoo Jae Suk’s Camp), คิมโนอึน และผู้กำกับยูกีฮวาน (Better Late Than Single 2)

โดยเฉพาะโปรดิวเซอร์ คิมฮักมิน ผู้สร้าง Culinary Class Wars และผู้กำกับ ยูกีฮวาน ได้กล่าวถึงประเด็นดราม่าลอกเลียนแบบที่เกี่ยวข้องกับ Tencent ของจีน

ก่อนหน้านี้ แพลตฟอร์ม OTT ของจีน Tencent Video ได้เปิดตัวรายการวาไรตี้ใหม่ชื่อ Chef of China ที่มีธีมเกี่ยวกับการหลงใหลในอาหารจีน โดยนำเชฟ 100 คนมาแข่งขันกันด้วยกระทะ มีด และเปลวไฟ

อย่างไรก็ตาม รายการดังกล่าวถูกตั้งข้อสงสัยอย่างรวดเร็วว่าลอกเลียนแบบจาก Culinary Class Wars ไม่เพียงแต่ก๊อบคอนเซ็ปต์การดวล 1:1 ระหว่าง เชฟช้อนดำ (Black Chef) และ เชฟช้อนขาว (White Chef) เท่านั้น แต่ยังลอกเลียนรูปแบบการทำร้านอาหารชั่วคราวเป็นทีม ระบบการตัดสินที่มีทั้งประชาชนทั่วไปและเซเลบคนดังตัดสิน รวมถึงองค์ประกอบโปรดักชันหลัก เช่น การออกแบบฉาก และสไตล์การกำกับ

โปรดิวเซอร์คิมฮักมินกล่าวว่า
“ผมรู้เรื่องครั้งแรกตอนที่ผู้กำกับยูกีฮวานส่งลิงก์มาให้ทาง KakaoTalk พอดูแล้วพบว่ามีหลายฉากที่มันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดได้เลย ฉากเซ็ตก็ใช่ แม้แต่กระทั่งลำดับเปิดรายการ ส่วนที่อธิบายคอนเซ็ปต์ก็แทบจะถ่ายออกมาเหมือนกันเป๊ะ ๆ ปฏิกิริยาแรกของผมไม่ใช่โกรธหรือเสียใจ แต่เป็นช็อกมากกว่า ว่าพวกเขาก็อุตส่าห์ลอกเลียนได้ขนาดนี้ มันน่าทึ่งในแง่หนึ่งด้วยซ้ำ” (กล่าวพร้อมหัวเราะ)

เขากล่าวต่อว่า
“สิ่งที่น่าเสียดายคือ ทีมงานของเรานั่งทำงานทั้งคืนเพื่อออกแบบฉากเฟรมต่อเฟรม แต่กลับถูกก๊อบทั้งมุมกล้อง การตัดต่อ ไปจนถึงดนตรีเพลงประกอบแบบเดียวกันทั้งหมด อันนั้นคือสิ่งที่ผิดหวังจริง ๆ”

ด้านผู้กำกับยูกีฮวานกล่าวเสริมว่า
“Netflix ตรวจพบเรื่องนี้ทันทีและได้หารือในรายละเอียด เราไม่ได้มองว่าเป็นเพียงความคล้ายกัน แต่เป็นการนำองค์ประกอบหลายอย่างไปใช้แบบเจตนา สิ่งที่ Netflix ให้ความสำคัญที่สุดคือการยอมรับในความพยายามสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา ดังนั้นเราจึงได้ยื่นคำร้องขอให้ Tencent ระงับการออกอากาศอย่างเป็นทางการ และต่อจากนี้ Netflix จะไม่เพิกเฉยหรือละเลยการละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมดำเนินการตอบสนองอย่างเป็นทางการ โดยติดตามท่าทีของ Tencent อย่างใกล้ชิด”

ที่มา chosun