ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ล่าสุดเนื่องในโอกาสโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง Big Deal เมื่อวันที่ 2 อีเจฮุนได้พูดถึงว่าฉากหลังของภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นในยุควิกฤต IMF สะท้อนถึงความยากลำบากในวัยเด็กของเขาอย่างไร
“ผมเคยผ่านช่วงวิกฤต IMF มาด้วยตัวเองครับ ดังนั้นการได้ถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีพื้นฐานจากประสบการณ์เหล่านั้นจึงมีความหมายกับผมมาก” เขาเล่า “มันเกิดขึ้นช่วงที่ผมเรียนมัธยมต้นไปจนถึงช่วงอายุยี่สิบต้นๆ สมัยนั้นครอบครัวผมเปิดร้านขายข้าวและร้านอาหาร แต่หลังจาก IMF เกิดขึ้น ผมก็เห็นพ่อออกไปทำงานรับจ้างรายวัน ตอนนั้นผมได้สัมผัสอย่างแท้จริงว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมันรุนแรงแค่ไหน”
นักแสดงหนุ่มยังอธิบายเพิ่มเติมว่าประสบการณ์ส่วนตัวเหล่านั้นทำให้การแสดงในโปรเจกต์ล่าสุดนี้ดูสมจริงยิ่งขึ้น
“วิกฤตนั้นทำให้ผู้คนเกิดความเร่งรีบและทุ่มเทมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็ส่งผลให้ตลาดมีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” อีเจฮุนกล่าว “ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมอยากจะสะท้อนทั้งความเป็นจริงที่เราเผชิญหลังวิกฤต และความเสื่อมถอยทางศีลธรรมที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน”
หลังจากรับบทที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเศรษฐกิจและธุรกิจในสองผลงานติดกัน อีเจฮุนยอมรับว่าความสนใจของเขาในเรื่องการวางแผนการเงินก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
“ในฐานะนักแสดง ผมมักสนใจว่าโลกนี้ทำงานอย่างไร ความกังวลและค่านิยมในเชิงความสัมพันธ์, สังคม และอนาคตของผมมีผลอย่างมากต่อการเลือกผลงาน” เขาอธิบาย “ทั้ง Big Deal และ The Art of Negotiation ต่างก็สะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจของคนยุคนี้ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่าทั้งสองเรื่องมีความหมายกับผมมาก”
“แม้ว่าอนาคตจะไม่แน่นอน แต่เมื่อมองว่าผู้คนในปัจจุบันมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจขนาดไหน ผมก็หวังว่าผลงานนี้จะยังคงส่งสารถึงคนดูได้อย่างต่อเนื่อง” เขากล่าวสรุป “ผมหวังว่า Big Deal จะเป็นผลงานที่มีความหมายและถูกจดจำต่อไปในรุ่นต่อๆ ไป”
ที่มา (1)
