KARD

เมื่อการเป็นวงผสมชายหญิง กลายเป็นข้อจำกัดในยุคที่อุตสาหกรรม K-pop ขับเคลื่อนด้วยพลังของแฟนด้อม

KARD หนึ่งในไม่กี่วง K-pop แบบผสมชายหญิงที่ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการ เตรียมปิดฉากเส้นทางตลอด 10 ปีของพวกเขาในแบบเดียวกับที่เริ่มต้นมา นั่นคือการเป็น “ข้อยกเว้น” ของวงการ K-pop มาโดยตลอด

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วงสามารถจัดเวิลด์ทัวร์และแสดงคอนเสิร์ตในยุโรปและทวีปอเมริกาได้อย่างต่อเนื่อง แต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนกระแสความนิยมในต่างประเทศให้กลายเป็นการยอมรับในระดับเดียวกันภายในเกาหลีใต้ได้ และอัลบั้มเต็มชุดแรกในเส้นทางอาชีพของพวกเขา ซึ่งมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ ก็จะกลายเป็นอัลบั้มเต็มชุดสุดท้ายเช่นกัน

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา DSP Media ประกาศว่า KARD จะยุติกิจกรรมของวง หลังปล่อยอัลบั้ม “Where To Now? (Part.2): NOWHERE” และเสร็จสิ้นเวิลด์ทัวร์ครั้งสุดท้าย ถือเป็นการปิดฉากการเดินทางที่เริ่มต้นจากซิงเกิลก่อนเดบิวต์ “Oh NaNa” เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2016

“หลังจากพูดคุยกันอย่างรอบคอบกับสมาชิกทั้ง 4 คน พวกเราได้ตัดสินใจร่วมกันที่จะปิดฉากการเดินทางของ KARD หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมดในครั้งนี้” ต้นสังกัดระบุ พร้อมขอให้แฟน ๆ ยังคงมอบกำลังใจให้ บีเอ็ม (BM), เจเซป (J.Seph), โซมิน (Somin) และ จีอู (Jiwoo) ในเส้นทางการทำงานเดี่ยวของแต่ละคนต่อไป

การที่วงหนึ่งสามารถออกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกนานเกือบสิบปี ก่อนจะมีอัลบั้มเต็มชุดแรกของตัวเอง สะท้อนให้เห็นทั้งรูปแบบการทำงานของ KARD และข้อจำกัดของตลาด K-pop ที่แทบไม่มีพื้นที่สำหรับวงลักษณะเช่นนี้

อุตสาหกรรม K-pop ที่ขับเคลื่อนด้วย “แฟนด้อม”

ปัจจุบัน อุตสาหกรรม K-pop เติบโตจากพลังของแฟนด้อม ไม่ว่าจะเป็นยอดขายอัลบั้ม การโหวตรายการเพลง หรือรายได้จากคอนเสิร์ต ล้วนขับเคลื่อนโดย “ซูเปอร์แฟน” (Superfans) ซึ่ง บังชีฮยอก (Bang Si-hyuk) ประธาน HYBE Labels เคยกล่าวว่าเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ K-pop เติบโตในระดับโลก ความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างแฟนคลับกับไอดอล ซึ่งเกิดจากความรู้สึกใกล้ชิดที่ศิลปินสร้างขึ้นผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจนี้

อย่างไรก็ตาม การมีสมาชิกชายและหญิงอยู่ในวงเดียวกันกลับทำให้การสร้างภาพลักษณ์ในลักษณะดังกล่าวเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยธรรมชาติ

ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นทศวรรษ 2000 วงผสมชายหญิงอย่าง Cool, Koyote และ S#arp ต่างประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะในยุคนั้นความนิยมถูกตัดสินจากการออกโทรทัศน์และเพลงที่ผู้คนร้องตามได้ง่าย แต่เมื่ออุตสาหกรรม K-pop ปรับตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยแฟนด้อมในช่วงทศวรรษ 2010 รูปแบบวงชายหญิงก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจากตลาด

เมื่อ KARD เดบิวต์ พวกเขากลายเป็นวงไอดอลชายหญิงจากค่ายใหญ่กลุ่มแรกในรอบประมาณ 7 ปี

เปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นจุดแข็งในตลาดโลก

แทนที่จะพยายามต่อสู้กับโครงสร้างของตลาด KARD เลือกสร้างเส้นทางของตัวเอง

ซิงเกิลก่อนเดบิวต์ทั้งสามเพลงของพวกเขาสามารถขึ้นสู่อันดับ Top 5 ของชาร์ต Billboard World Digital Song Sales ได้สำเร็จ ด้วยแนวดนตรี Reggaeton และ Moombahton ซึ่งอาจไม่ได้เป็นแนวที่ตลาด K-pop ภายในประเทศให้ความสำคัญในเวลานั้น แต่กลับได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากผู้ฟังในแถบลาตินอเมริกา

ก่อนจะเดบิวต์อย่างเป็นทางการในเกาหลีใต้ KARD ก็สามารถออกทัวร์คอนเสิร์ตใน 11 เมืองทั่วอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ได้แล้ว ขณะที่มินิอัลบั้มเปิดตัว “Hola Hola” ก็ขึ้นสู่อันดับ 3 บนชาร์ต Billboard World Albums ในปี 2017 และต่อมา Billboard ยังยกย่องให้ KARD เป็นหนึ่งในวง K-pop ชายหญิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

สิ่งที่เคยเป็นข้อเสียในเกาหลีใต้ กลับกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวงในตลาดต่างประเทศ การออกแบบท่าเต้นที่สมาชิกชายและหญิงมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรมชาติ และเต็มไปด้วยเสน่ห์ในแบบที่วงไอดอลทั่วไปมักหลีกเลี่ยง กลับถูกผู้ชมในประเทศที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมเพลงละตินมองว่าเป็นความมั่นใจ มากกว่าจะเป็นความหวือหวาเกินพอดี

แฟนคลับของวงที่ใช้ชื่อว่า Hidden KARD เติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สุดในแถบลาตินอเมริกา และแม้กระทั่งในเดือนมกราคม ปี 2025 วงก็ยังสามารถจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตที่ Puerto Rico ได้หมดเกลี้ยง โดยแฟน ๆ ต่างร้องเพลงภาษาเกาหลีตามได้อย่างพร้อมเพรียง

ความสำเร็จที่ต้องแลกมาด้วยข้อจำกัด

แม้จะประสบความสำเร็จในต่างประเทศ แต่โมเดลของ KARD ก็ต้องเผชิญข้อจำกัดหลายประการ

การเข้ารับราชการทหารของ เจเซป ทำให้กิจกรรมของวงต้องหยุดชะงักเป็นเวลาถึง 22 เดือน ระหว่างปี 2020 ซึ่งเป็นอุปสรรคที่วงผสมชายหญิงต้องเผชิญในลักษณะที่แตกต่างจากวงชายหรือวงหญิงทั่วไป ขณะเดียวกัน การโปรโมตภายในประเทศก็มีค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ความนิยมของวงในชาร์ตเพลงเกาหลีไม่เคยเติบโตได้เท่ากับชื่อเสียงที่พวกเขาสร้างไว้จากการเดินสายคอนเสิร์ตทั่วโลก

ปิดฉากในวันที่วงการเริ่มเปิดรับวงชายหญิงอีกครั้ง

สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ KARD กำลังอำลาวงการ ในช่วงเวลาที่ตลาดซึ่งพวกเขาเคยบุกเบิก เริ่มเปิดกว้างมากกว่าที่เคย

เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2025 วง AllDay Project ศิลปินชายหญิง 5 คนจากค่าย The Black Label ได้เดบิวต์และสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการทะยานขึ้นสู่อันดับต้น ๆ ของชาร์ตเพลงเกาหลีภายในเวลาไม่กี่วัน พร้อมคว้าถ้วยรางวัลจากรายการเพลงได้ภายในเวลาเพียง 10 วันหลังเดบิวต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นกับวงชายหญิงในยุคที่ตลาดขับเคลื่อนด้วยแฟนด้อม

เมื่อปีที่ผ่านมา ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลี KARD เคยถูกถามถึงวงน้องใหม่ดังกล่าว โดยสมาชิกยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกเป็นคู่แข่งแต่อย่างใด ตรงกันข้าม การที่มีวงชายหญิงวงใหม่เดบิวต์กลับถือเป็น “สัญญาณที่ดี” เพราะโลกในวันนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อหลายปีก่อนมากแล้ว

ส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น เกิดขึ้นเพราะ KARD ใช้เวลาตลอดสิบปีพิสูจน์ให้เห็นว่า วง K-pop แบบผสมชายหญิงก็สามารถสร้างอาชีพระดับโลกได้เช่นกัน

ชื่ออัลบั้มชุดสุดท้ายของพวกเขาตั้งคำถามไว้ว่า “Where To Now?” (จากนี้จะไปทางไหน) ก่อนจะตอบคำถามนั้นด้วยคำว่า “NOWHERE” (ไม่มีที่ใด)

สำหรับ KARD คำตอบนั้นอาจเป็นความจริงอย่างแท้จริง

แต่สำหรับรูปแบบของวง K-pop ชายหญิง ซึ่งพวกเขาช่วยประคับประคองเอาไว้ตลอดช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของวงการ คำตอบในวันนี้กลับดูเปิดกว้างกว่าที่เคยเป็นมาในรอบกว่า 20 ปี