รูปแบบเซอร์ไวเวิล (Survival) นิยามใหม่ของความสำเร็จ ผ่านความภักดีของแฟนคลับ
ในขณะที่อิทธิพลของ K-pop ขยายตัวไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง สถานีโทรทัศน์เกาหลีต่างก็แข่งขันกันปล่อยรายการออดิชั่นอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเฟ้นหา “ดาวรุ่งคนต่อไป” ของวงการ
Mnet ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกรายการแข่งขันดนตรีทางโทรทัศน์ เพิ่งเปิดตัวรายการ BOYS II PLANET ซึ่งเป็นภาคต่อของ Boys Planet ในงานแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่เมื่อเดือนมิถุนายน สถานี SBS ก็เพิ่งเปิดตัวรายการออดิชั่นวงบอยแบนด์รายการใหม่ชื่อว่า B:MY BOYZ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้ค้นพบศิลปินหน้าใหม่มากมายผ่านรายการออดิชั่นต่าง ๆ เช่น Superstar K และ K-Pop Star ซึ่งเป็นรายการยุคแรกที่นำระบบโหวตทั่วประเทศมาใช้ เชิญชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการสนับสนุนผู้เข้าแข่งขันสู่การเดบิวต์
อย่างไรก็ตาม แม้รายการยุคก่อนจะมุ่งเน้นการเดบิวต์ศิลปินเดี่ยว แต่เทรนด์การฟอร์มวงไอดอลผ่านรายการโทรทัศน์และผลักดันพวกเขาสู่กระแสหลักเริ่มเติบโตอย่างชัดเจนในช่วงปลายทศวรรษ 2010 จากแฟรนไชส์ Produce 101 ของ Mnet
รายการ Produce 101 มีทั้งหมด 4 ซีซัน และได้สร้างกลุ่มศิลปินโปรเจกต์ชื่อดังอย่าง I.O.I, Wanna One, IZ*ONE และ X1 ซึ่งล้วนแต่โด่งดังในวงการ K-pop ก่อนที่แฟรนไชส์จะสิ้นสุดลงด้วยข้อถกเถียง หลังทีมโปรดิวเซอร์ถูกเปิดโปงว่าโกงผลโหวตอย่างผิดกฎหมาย
ความนิยมของรายการเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดให้แฟนคลับมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง
ตัวอย่างเช่น รายการ Produce 101 เรียกผู้ชมว่า “โปรดิวเซอร์แห่งชาติ” ทำให้แฟน ๆ รู้สึกเหมือนมีบทบาทโดยตรงในการเลือกสมาชิกวง ซึ่งช่วยสร้างความผูกพันและความภักดีต่อผู้เข้าแข่งขันมากขึ้น
แฟนรายการคนหนึ่งในวัย 30 ซึ่งเรียกตัวเองว่า “คนติดรายการเซอร์ไวเวิล” บอกว่า ความหลงใหลในรายการเหล่านี้เปรียบเสมือนการไล่ล่าความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้รับโดพามีน
“ฉันคิดว่ามันคือความตื่นเต้นจากการได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะเมื่อศิลปินที่เคยชอบเริ่มหลุดจากสปอตไลต์” เธอกล่าว “มันมีอะไรบางอย่างในกระบวนการที่ได้เห็นเด็กฝึกฝนพัฒนาไปจนได้เดบิวต์ มันเหมือนการติดตามเรื่องราวที่เราลงทุนไปด้วย และฉันว่ารูปแบบรายการเซอร์ไวเวิลถึงยังอยู่ เพราะมันสร้างเรื่องราวที่แฟนคลับรู้สึกผูกพัน”

เมื่อถูกถามว่าเธอจะดู Boys II Planet 2 หรือไม่ เธอก็หัวเราะ
“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันรู้สูตรของรายการดีและเดาได้เลยว่าใครจะได้ไปต่อ แต่ก็รู้ตัวดีว่าฉันจะดูอยู่ดี คิดว่าติดโดพามีนไปแล้วล่ะ”
แม้ว่าคนดูโทรทัศน์จะลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เรตติ้งของรายการเหล่านี้ตกลง แต่พวกมันยังคงเป็นส่วนสำคัญในระบบนิเวศของวงการ K-pop
เหตุผลหนึ่งคือวัฒนธรรมแฟนคลับที่เปลี่ยนแปลงไป ต่างจากในอดีตที่ความนิยมในกระแสหลักเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ แต่ทุกวันนี้ ตลาด K-pop อาศัยแฟนคลับที่ภักดี ซึ่งจะซื้ออัลบั้ม, เข้าคอนเสิร์ต และมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ดิจิทัลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริง และเป็นแหล่งรายได้หลักของศิลปิน
ด้วยเหตุนี้ โปรดิวเซอร์รายการต่าง ๆ จึงเน้นการสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์แฟนคลับกลุ่มหลักมากขึ้น
“ตอนนี้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของวงไอดอลวัดจากยอดขายอัลบั้มในช่วงเปิดตัวและยอดขายสินค้าที่ระลึก” แหล่งข่าวจากบริษัทประชาสัมพันธ์แห่งหนึ่งกล่าวกับ The Korea Times
“การดึงดูดกระแสสาธารณะก็สำคัญนะครับ แต่สำหรับโปรดิวเซอร์ K-pop แล้ว การสร้างฐานแฟนคลับที่ภักดีดูจะมีน้ำหนักมากกว่า ถึงจะไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ถ้ามีแฟนคลับเหนียวแน่น วงนั้นก็ยังสามารถประสบความสำเร็จได้”
กรณีของ ZeroBaseOne เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวโน้มนี้ วงนี้ถูกฟอร์มจากรายการ Boys Planet ซีซั่นแรกของ Mnet ซึ่งออกอากาศในปี 2023 และได้เรตติ้งเพียง 1% หรือน้อยกว่านั้นเกือบตลอดรายการ
แต่แม้เรตติ้งจะต่ำ วงก็เปิดตัวได้อย่างถล่มทลาย เพราะมีกลุ่มแฟนคลับที่เติบโตขึ้นจากรายการ พวกเขากลายเป็นศิลปินระดับล้านอัลบั้มทันที อัลบั้มทั้ง 5 ชุดของวงมียอดขายทะลุล้านชุด และวงยังคว้าอันดับหนึ่งบนรายการเพลงในประเทศ พร้อมทั้งออกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก กลายเป็นหนึ่งในวงไอดอลชั้นนำของ K-pop
เรื่องคล้ายกันเกิดขึ้นกับรายการ Universe League ของ SBS ถึงแม้รายการจะทำเรตติ้งได้เพียง 0.7% แต่บอยแบนด์ AHOF ที่ฟอร์มจากรายการก็มียอดขายอัลบั้มมากกว่า 360,000 ชุดภายในสัปดาห์แรกของการเปิดตัว แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการค้าอย่างชัดเจน
อีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้รายการออดิชั่นเหล่านี้ คืออิทธิพลของแฟนคลับต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
ระบบโหวตในรายการเหล่านี้เปิดช่องให้แฟนต่างประเทศมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน ซึ่งช่วยสร้างฐานแฟนคลับระดับโลกตั้งแต่เนิ่นๆ
นักวิจารณ์วัฒนธรรม ฮาจากึน กล่าวเตือนว่า ในการมุ่งหน้าหาความสำเร็จเชิงพาณิชย์ รายการเหล่านี้ต้องไม่ละเลยมาตรฐานด้านจริยธรรม
เขากล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า ความคาดหวังของผู้ชมในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว
“ผู้ชมในปัจจุบันต้องการความโปร่งใสและความจริงใจ” เขากล่าว “ไม่ใช่แค่ว่าใครจะได้เดบิวต์ แต่ต้องชัดเจนว่า พวกเขาได้มาอย่างไร ถ้ารายการไม่โปร่งใสในทุกขั้นตอน ก็มีความเสี่ยงจะสูญเสียความเชื่อมั่น และอาจอยู่รอดไม่ได้ในระยะยาว”

