กระแสการยุบวงและการหยุดทำกิจกรรมของเกิร์ลกรุ๊ป K-pop ที่เดบิวต์มาหลายปีเริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่อง จนสร้างความรู้สึกเสียใจให้กับแฟนๆ
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม RBW ได้ออกแถลงการณ์ประกาศว่า PURPLE KISS จะยุติกิจกรรมในฐานะวงในเดือนพฤศจิกายน
“ทางบริษัทและสมาชิกได้พูดคุยกันมานานเกี่ยวกับการวางแผนอนาคต ด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และการสนับสนุนต่อความฝันของอีกฝ่าย เราจึงได้ข้อสรุปเดียวกัน”
ต้นสังกัดกล่าว แม้ว่ากิจกรรมกลุ่มจะสิ้นสุดลง แต่กำหนดการที่เคยวางไว้จะดำเนินต่อไปตามเดิม รวมถึงอัลบั้มภาษาอังกฤษที่จะปล่อยช่วงปลายเดือนสิงหาคม กิจกรรมโปรโมตในญี่ปุ่น ทัวร์อเมริกาเหนือ และคอนเสิร์ตสุดท้ายในเกาหลี
ข่าวนี้สร้างความตกใจให้กับแฟน ๆ K-pop เนื่องจาก PURPLE KISS เป็นวงที่ได้รับการยอมรับทั้งในด้านความสามารถและการแสดง ตั้งแต่เดบิวต์อย่างเป็นทางการในปี 2021 พวกเธอได้ปล่อยเพลงอย่าง ‘Ponzona’, ‘Zombie’, ‘memeM’ และ ‘7HEAVEN’ โดยมีสมาชิก 3 คนที่เคยเป็นที่รู้จักจากรายการเซอร์ไววัล ขณะที่สมาชิกคนอื่น ๆ ก็ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านทักษะ วงยังคงปล่อยซิงเกิลหรืออัลบั้มมากกว่าสองครั้งต่อปีอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดเพิ่งปล่อยซิงเกิล ‘I Miss My…’ ในเดือนกรกฎาคม ทำให้การประกาศยุบวงอย่างกะทันหันนี้ยิ่งน่าประหลาดใจมากขึ้น
เมื่อต้นปีนี้ก็เกิดกรณีคล้ายกันกับวง Weeekly ในเดือนกุมภาพันธ์ IST Entertainment ได้เปิดเผยว่าหลังจากการพูดคุยกันมาอย่างยาวนาน ทางบริษัทและสมาชิกได้ตกลงร่วมกันที่จะยุติสัญญา ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมของวงต้องสิ้นสุดลง วง Weeekly เดบิวต์ในเดือนมิถุนายน 2020 ด้วยเพลง ‘Tag Me’ และกวาดรางวัลศิลปินหน้าใหม่จากงานประกาศรางวัลปลายปีใหญ่ ๆ หลายงาน ต่อมาโด่งดังจากเพลง ‘After School’ ตามมาด้วยเพลง ‘Broom Broom’ และ ‘Holiday Party’ ในปี 2024 พวกเธอได้จัดทัวร์อเมริกาเหนือ 9 เมืองครั้งแรกสำเร็จ แต่แม้จะมีกำหนดการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง วงก็ไม่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้และต้องยุบวงในที่สุด

วง EVERGLOW ซึ่งเดบิวต์ในปี 2019 ยังไม่ได้ยุบวง แต่ตอนนี้อยู่ในช่วงพักกิจกรรมแบบไม่มีกำหนด หลังจากสัญญากับค่าย Yuehua Entertainment สิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน วงนี้เป็นที่รู้จักจากการแสดงที่ทรงพลังในเพลงฮิตอย่าง ‘Bon Bon Chocolat’, ‘Adios’, ‘DUN DUN’ และ ‘La Di Da’ ซึ่งแม้ว่าจะอยู่มาได้หกปี แต่กิจกรรมของวงต้องหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม สมาชิกวงย้ำว่าไม่ได้ยุบวงอย่างเป็นทางการ

ผู้เชี่ยวชาญในวงการชี้ว่า ปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นควบคู่กับการลงทุนที่ลดลง แหล่งข่าวหนึ่งอธิบายว่า
“หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการแทรกแซงหลายครั้ง นักลงทุนจำนวนมากได้ถอนตัวออกจากวงการบันเทิง ทำให้ผู้จัดจำหน่ายระมัดระวังมากขึ้น ด้วยเงินทุนที่ลดลง ตลาด K-pop โดยรวมจึงหดตัวลง”
อีกแหล่งข่าวหนึ่งกล่าวว่า ต้นทุนการผลิตของวงไอดอล — ครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่การถ่ายทำมิวสิกวีดีโอ การแต่งตัว ไปจนถึงการโปรโมต — เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“แม้ว่าจะเป็นภาระหนัก แต่ต้นสังกัดก็รู้สึกว่าต้องลงทุนอย่างมากเพื่อให้แข่งขันได้ เมื่อวงมีประสบการณ์มากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็สะสมมากขึ้น และถ้ากำไรไม่ตามมา ก็ยากที่จะอธิบายเหตุผลในการรักษากิจกรรมของวงต่อไป นักลงทุนก็ลังเลที่จะลงทุนในไอดอลที่ไม่สร้างผลตอบแทน สถานการณ์จึงกลายเป็นวงจรไม่มีที่สิ้นสุด และน่าจะยังคงเป็นปัญหาแบบนี้ต่อไปในอนาคต”
ที่มา allkpop
