เหตุการณ์ TaJinYo กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังจากวิดีโอล่าสุดของ Epik High บน YouTube
ไม่นานมานี้ Epik High ได้รับรางวัล Gold Play Button จากการที่ช่อง YouTube มียอดผู้ติดตามเกินหนึ่งล้านคน ในวิดีโอล่าสุด สมาชิกวงได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ของ YouTube ที่แคลิฟอร์เนีย เข้าชมสถานที่ พบปะพนักงานและแฟนๆ ก่อนจะรับรางวัล
หลังจากนั้น Epik High ได้ปิดท้ายวิดีโอด้วยการเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ตามข้อเสนอของสมาชิก ทูคัส (Tukutz) ในวิดีโอ ทูคัส ให้ ทาโบล เล่นซ้ำฉากหนึ่งจากสารคดี MBC ที่เคยทำเกี่ยวกับเหตุการณ์ TaJinYo แม้จะเริ่มต้นด้วยบรรยากาศล้อเล่นกัน แต่ ทูคัส และ มิทรา จิน (Mithra Jin) ก็ได้กอดและปลอบ ทาโบล พร้อมพูดว่า “ตอนนี้ทุกอย่างดีแล้ว” จากนั้น ทูคัส ก็เปลี่ยนรูป Caller ID ในโทรศัพท์ของ ทาโบล จากภาพร้องไห้เป็นภาพยิ้ม


จากวิดีโอนี้ ทำให้แฟนคนหนึ่งได้สรุปและอธิบายความเสียหายทั้งหมดที่ ทาโบล ได้รับจากเหตุการณ์ TaJinYo ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
เหตุการณ์ TaJinYo
ในเวลานั้น ทาโบล แห่งวง Epik High ต้องเผชิญกับการคุกคามทางออนไลน์และข้อกล่าวหาเรื่องการปลอมแปลงวุฒิการศึกษา ส่งผลให้ไม่เพียงเขาเองที่ได้รับความเสียหาย แต่คนรอบตัวก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิต
ก่อนที่กระแส TaJinYo จะลุกลาม ทาโบล ได้ยื่นฟ้องต่อ “Whatbecomes” ผู้เริ่มปล่อยข่าวลือเรื่องการปลอมวุฒิของเขา

เนื่องจาก “Whatbecomes” เป็นพลเมืองสหรัฐฯ คดีจึงถูกระงับเพราะผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ด้วยความร้ายแรงของคดี ทำให้เป็นอัยการ (ไม่ใช่ตำรวจ) ที่เข้ามาดำเนินการสืบสวน ซึ่งปกติจะใช้กับคดีการเมืองระดับสูงเท่านั้น
แม้แต่ประธานาธิบดีขณะนั้น อีมยองบัก ยังกล่าวปลอบใจ ทาโบล และสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนอย่างจริงจัง

ในขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ใช้ที่มีพฤติกรรมคุกคามได้รวมตัวกันผ่านคาเฟ่ออนไลน์ชื่อ TaJinYo จนมีจำนวนมากขึ้น และเริ่มส่งผลกระทบในโลกออฟไลน์
ครอบครัวของ ทาโบล
พี่ชาย อีซอนมิน (Lee Sun Min) ซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังและทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่ EBS ถูกบังคับให้ออกจากงาน
สมาชิก TaJinYo โทรศัพท์และโพสต์ข้อความคุกคามใส่สถานีโทรทัศน์ ทำให้เขาไม่สามารถทำงานในสถาบันกวดวิชาได้อีก ปัจจุบันเขาต้องเปิดกิจการเล็กๆ ของตนเอง

แม่ ซึ่งเปิดร้านทำผม ถูกสมาชิก TaJinYo เดินทางมาด่าทอทั้งต่อหน้าและทางโทรศัพท์ จนต้องปิดกิจการ
พ่อ อีควางบู (Lee Kwang Bu) เป็นผู้ที่รักลูกชายคนเล็กมาก ความเครียดจากการถูกคุกคามทำให้โรคมะเร็งตับที่เคยรักษาหายแล้วกลับมาเป็นอีกครั้ง

นอกจากนี้ TaJinYo ยังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของเขา แม้มหาวิทยาลัยโซลจะยืนยันว่าเขาเป็นศิษย์เก่าและมีเพื่อนร่วมรุ่นออกมายืนยัน แต่ TaJinYo ก็ยังคุกคามเพื่อนร่วมรุ่นของเขาด้วย
ในที่สุด พ่อของ ทาโบล ได้บอกกับเขาว่าอยากให้เขาเขียนเพลงที่สดใสมากขึ้น และนัดคุยวิดีโอในวันรุ่งขึ้น แต่ก็เสียชีวิตก่อนที่นัดนั้นจะเกิดขึ้น ในภายหลังศาลได้ยอมรับว่าการกระทำของ TaJinYo เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาเสียชีวิต

หลังจากนั้น TaJinYo ยังโพสต์ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยโซล อ้างว่าพ่อของ ทาโบล ยังมีชีวิตอยู่และหนีไปต่างประเทศ
การคุกคามนี้ทำลายครอบครัวที่เคยมีความสุขโดยสิ้นเชิง
ทาโบล และครอบครัวของเขา
ภรรยา คังฮเยจอง (Kang Hye Jung) ซึ่งเพิ่งแต่งงานกับ ทาโบล ต้องเจอปัญหาทางการเงิน เพราะ ทาโบล ไม่มีรายได้ราว 3 ปี
ทาโบล เชื่อว่าทุกคนรอบตัวเกลียดและโจมตีเขา ทำให้ไม่สามารถทำงานได้
คังฮเยจองยอมแสดงบทสมทบ หรือ บทเล็กๆ การทำแบบนี้เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่เป็นนักแสดงนำมาแล้ว แต่เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว และทุกครั้งที่ได้เงิน เธอจะซื้อของขวัญกลับมาให้สามี
สมาชิกวง Epik High เองก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากในช่วงนั้น ทำได้เพียงรอให้เรื่องผ่านไป ทูคัส เคยบอกว่าเขารู้สึกหงุดหงิดมากในตอนนั้น
บทลงโทษของ TaJinYo
“Whatbecomes” หัวหน้ากลุ่ม หลบหนีและยังคงอยู่ในสหรัฐฯ และยังคงคุกคามออนไลน์
สมาชิก TaJinYo อีก 9 คน ถูกตัดสินโทษ (หลังการอุทธรณ์) ดังนี้:
1 คน: จำคุก 10 เดือน รอลงอาญา 2 ปี (หลังอุทธรณ์)
4 คน: จำคุก 8 เดือน รอลงอาญา 2 ปี (อุทธรณ์ถูกปฏิเสธ)
2 คน: จำคุก 10 เดือน รอลงอาญา 2 ปี (อุทธรณ์ถูกปฏิเสธ)
2 คน: จำคุก 10 เดือน (อุทธรณ์ถูกปฏิเสธ)
โทษถูกลดลงเพราะ ทาโบล แสดงความปรานี แม้ผู้ต้องหายังอุทธรณ์ต่อโดยอ้างว่าโทษรุนแรงเกินไป
เหตุผลของการสงสัย
สิ่งที่ทำให้ TaJinYo สงสัยนั้นเรียบง่ายและไร้เหตุผลอย่างยิ่ง จากการสัมภาษณ์เพื่อนร่วมรุ่นของ ทาโบล ที่สแตนฟอร์ด พวกเขาพบว่าแค่ “ไม่อยากเชื่อ” ว่าคนที่ฉลาดพอจะจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจะเลือกทำอาชีพฮิปฮอป — นั่นแทบเป็นเหตุผลเดียว
บางคนใน TaJinYo ยังคงเคลื่อนไหวมาจนถึงปัจจุบันเพราะ “Whatbecomes” ยังไม่หายไป
ต่อมา ทาโบล ได้เขียนเพลง “Pieces of You” เพื่อพ่อของเขา:
“ร่างกายที่อ่อนล้า
แผ่นหลังที่เริ่มเล็กลง
ดวงตา มือของคุณ —
ผมอยากกุมมือคุณตลอดไป
จ้องตาคุณ
ผมอยากย้อนเวลากลับไป
พ่อครับ ผมรักพ่อ”

หลังเหตุการณ์ ทาโบล ได้ละทิ้งความเชื่อทางศาสนาคริสต์และกลายเป็นผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า ในเพลงปี 2012 “Here Come the Regrets” เขาเขียนเนื้อว่า:
“พระเจ้า ผมรู้ว่าพระองค์อยู่บนนั้น แต่ผมต้องการพระองค์ที่นี่”
ชาวเน็ตเกาหลีเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์นี้ที่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งว่า:
“เมื่อไม่นานมานี้ฉันดู YouTube ของ Epik High เห็นพวกเขาไปอเมริกาแล้วถ่ายรูปที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ฉันเกือบร้องไห้เลย… ทูคัส กอด ทาโบล แล้วพูดประมาณว่า ‘มันจบแล้วนะ!’ หรืออะไรทำนองนั้น… ยังไงซะ ฉันก็ร้องไห้อยู่ในใจ…”
“พวกนั้นบ้าไปแล้วจริงๆ คนแบบนี้ต้องถูกลงโทษให้หนักกว่านี้ โทษปรับเงินไม่พอ ต้องทำให้ขายหน้าแบบให้คนรอบข้างรู้ไปเลย”
“หวังว่าพวกเขาจะได้เวรกรรมคืนทั้งหมด”
“ไอ้ ‘สิ่งที่คิดว่าถูกต้อง’ ของพวกเขานี่นะ… ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยในโซลคนหนึ่งก็พูดคล้ายๆ กัน เขาบอกว่าไม่มีระบบการศึกษาแบบที่ ทาโบล เรียนจบจากสแตนฟอร์ด เพราะมหาวิทยาลัยในอเมริกาที่เขาเรียนไม่มีระบบนั้น แต่ความจริงแล้วนั่นคือระบบของสแตนฟอร์ดต่างหาก ศาสตราจารย์คนนั้นไม่เคยแม้แต่จะไปใกล้สแตนฟอร์ด แต่ดันคิดว่าสามัญสำนึกของตัวเองถูกต้องที่สุด แล้วก็พูดอย่างมั่นใจว่า ทาโบล โกหก ฉันเลยเขียนโพสต์วิจารณ์ศาสตราจารย์คนนั้นในบล็อก แล้วก็มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยของเขามาต่อสู้กับฉันในคอมเมนต์ 555”
“‘But I needed You down here…’ – พออ่านเนื้อเพลงนี้หลังจากรู้เรื่องราว มันยิ่งกินใจมากขึ้น”
“เนื้อเพลงในอัลบั้มเดี่ยวของ ทาโบล อึดอัดมาก… แต่นึกภาพว่าตอนนั้นเขาอึดอัดขนาดไหนสิ”
“ทำไมคนถึงทำร้ายคนที่ไม่ผิดอะไรเลย และครอบครัวของเขาได้ขนาดนี้ แค่เพราะความสงสัยไร้เหตุผลกับ ‘ความคิด’ ของตัวเอง? ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงเลิกศรัทธาในศาสนาเหมือนกัน”
“นึกไม่ออกเลยว่ามันต้องลำบากขนาดไหน”
“เฮ้อ บ้าอะไรก็ไม่รู้… สนใจชีวิตตัวเองไปก็จบแล้ว”
“ขอให้พวกเกรียนพวกนี้ได้รับเวรกรรม ไม่ใช่แค่ชาตินี้ แต่ส่งต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานและชาติหน้าด้วย”
“ตอนนั้นฉันยังเด็ก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สมเหตุสมผล มันเหมือนอาการคลุ้มคลั่งหมู่ ฉันแค่รู้สึกขอบคุณที่ ทาโบล ยังมีชีวิตอยู่”
“เอาจริงนะ ถ้าคนดังโกหกเรื่องการศึกษา เดี๋ยวก็โดนจับได้ง่ายๆ ทำไมเขาต้องทำอย่างนั้นด้วย? ตอนนั้นฉันก็ไปหาข้อมูลเพราะยังเด็กและไม่รู้เรื่องมากนัก ผลลัพธ์คือข้อกล่าวหาพวกนั้นไร้สาระมาก อีกอย่างการเป็นคนดังไม่ใช่งานที่ต้องใช้วุฒิการศึกษามากขนาดนั้น ทำไมต้องใช้ชีวิตซับซ้อนขนาดปลอมวุฒิ?”
“มันคืออาการป่วยทางจิตชัดๆ ทำไมต้องลากเขาลงมาแบบนั้น? มันเกินกว่าความรู้สึกต่ำต้อยนะ อาจจะแค่เพราะพวกเขาสอบเข้า Stanford ไม่ได้? แต่พฤติกรรมคือหลุดโลกจริงๆ”
“ฉันจำได้แม่นเพราะตอนนั้นฉันเล่นบอร์ดออนไลน์บ่อยมาก ช่วงแรกพอโพสต์ของหัวโจกถูกแชร์ ทุกคนคิดว่าเป็นมุขขำๆ แล้วก็หัวเราะกัน จากนั้นอยู่ๆ คนก็เริ่มพูดว่า ‘ถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะ?’ บรรยากาศเลยเปลี่ยนเป็นแปลกๆ มันน่ากลัวมาก เหมือนทุกคนถูกครอบงำ”
“ทำไมเขาต้องใจดีกับพวกนั้นด้วย? ควรให้เข้าคุกไปเลย”
“ตอนนั้นฉันสงสาร ทาโบล มาก… เขารอดมาได้ แถมตอนนี้ก็ยังทำงานและมีสุขภาพดี เขาเป็นศิลปินที่เท่มาก และฉันหวังว่าเขาจะมีความสุขมากเท่ากับความเข้มแข็งที่เขามีในวันนั้น”
“ใครจะมาชดเชยสิ่งที่ ทาโบล ผ่านมาได้…”
“แม้แต่ใน YouTube ตอนนี้ก็ยังมีคนเชื่อข้อกล่าวหาของ TaJinYo อยู่ บางคนถึงกับโยงไปทฤษฎีสมคบคิดแบบคริสเตียนสุดโต่ง บอกว่า ทาโบล เป็นพวกอิลลูมินาติ เหมือนมันมีโลกทัศน์ที่คนโง่พวกนี้เชื่อมโยงกันได้ แม้กระทั่งพวกขวาจัดด้วย… ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนบริสุทธิ์ต้องมารับกรรมเพราะความโง่ของคนอื่น เมื่อก่อนเขาว่า ‘ถ้าโง่ก็เดือดร้อนเอง’ แต่สมัยนี้ความเดือดร้อนไปตกที่คนอื่นแทน”
“นี่แหละทำไมพวกที่มีจิตใจวิปริตถึงสมควรถูกลงโทษจากฟ้าและตายไปซะ”
“มันก็เหมือนพวกที่เชื่อว่าโลกแบน ไม่มีเหตุผลและไม่มีทางอธิบายให้เข้าใจได้”
“ตอนนั้นฉันคิดว่าทุกคนบ้ากันไปหมดแล้ว ฉันคิดว่าพวกเขาโหดร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ”
“ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจ และตอนนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจ”
“โธ่… พอเห็นเนื้อเพลงตอนท้ายแล้วน้ำตาซึม ปกติคนจะหันหาพระเจ้าตอนทุกข์ แต่สำหรับ ทาโบล ต่อให้สวดมนต์ก็ไม่ช่วยให้ความเจ็บปวดหายไป สุดท้ายเขาจึงปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้า เฮ้อ…”
“ตอนนี้ยังมีคนใน Theqoo ที่สงสัยเขาอยู่เลย น่าขนลุกจริงๆ”
ที่มา allkpop
