โปรดิวเซอร์รายการเรียลลิตี้ยอดฮิตของ Netflix อย่าง Single’s Inferno 5 ได้เปิดใจถึงบทบาทอันโดดเด่นของผู้เข้าแข่งขัน ชเวมินาซู (Choi Minasu) ซึ่งถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะ “ผู้เข้าร่วมรายการที่สร้างสีสัน” และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายการได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ โปรดิวเซอร์ คิมแจวอน (Kim Jae Won), คิมจองฮุน (Kim Jung Hyun) และ พัคซูจี (Park Su Ji) ได้ให้สัมภาษณ์หลังรายการจบลง ที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในย่านซัมชองดง กรุงโซล โดยพวกเขายกเครดิตความสำเร็จของซีซั่นนี้ให้กับ ชเวมินาซู

พีดี (โปรดิวเซอร์) คิมแจวอน กล่าวว่า
“ผมรู้สึกได้ถึงกระแสตอบรับที่ดีมาก และผมเห็นด้วยกับคำพูดที่ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะ มินาซู ล่าสุดเราไปทานเลี้ยงด้วยกัน และผมถึงกับโค้งคำนับเธอแบบเต็มพิธีเลย”
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า
“ผมชวนเธอไปกินข้าว และตั้งใจว่าจะเลี้ยงที่ร้านอาหารราคาแพง ถ้าได้เจอเธอตัวจริง เธอเป็นคนที่บางครั้งก็ดูขี้อาย แต่ก็สดใส ร่าเริง และมีเสน่ห์มาก ตอนที่ผมคำนับ เธอก็เขินและบอกว่า ‘ไม่เป็นไรค่ะ’ พร้อมคำนับกลับมา”
โปรดิวเซอร์ยังเผยว่า ชเวมินาซู ไม่ได้โกรธทีมงาน แม้จะได้รับความสนใจอย่างมากจากบทบาทในรายการ และยังคอยติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการออกอากาศ โดยเฉพาะว่าเมื่อไรทุกคนจะได้เห็นภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นของเธอบ้าง ซึ่งทีมงานแนะนำให้เธอดูตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 หรือ 4 เป็นต้นไป
พีดี พัคซูจี กล่าวว่าระหว่างการถ่ายทำ ทีมงานไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับพฤติกรรมของ มินาซู เนื่องจากเธอใช้ภาษาอังกฤษบ่อย และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าแข่งขันหลายคน แต่เมื่อดูในห้องตัดต่อ ทีมงานจึงตระหนักว่าเธอเป็นผู้ร่วมรายการที่น่าสนใจมาก และเรื่องราวของเธอทำให้รายการสนุกยิ่งขึ้น
พีดี คิมแจวอน ยังเสริมว่า
“การตัดต่อซีซั่นนี้สนุกมากจนรู้สึกเหมือนเป็นงานอดิเรกมากกว่างานจริง ซีซั่นนี้มีตัวละครที่หลากหลาย และความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับ มินาซู ก็สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของเธอกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ซึ่งแฟนต่างชาติก็ให้ความสนใจมาก”
นอกจากนี้ เกม “พูดความจริง” ในรายการยังกลายเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากกฎที่ผู้เข้าแข่งขันต้องตอบคำถามโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และความตรงไปตรงมาของ มินาซู ก็ทำให้ช่วงนี้ยิ่งเข้มข้นขึ้น
เมื่อถูกถามถึงผู้เข้าแข่งขันที่เป็น “ผู้ร่วมรายการที่ดีที่สุด” ของซีซั่น พีดี พัคซูจี ตอบทันทีว่า
“สำหรับฉัน แน่นอนว่าต้องเป็น มินาซู เพราะเธอจริงใจในทุกช่วงเวลา และสร้างฉากที่น่าจดจำมากมาย”
แม้ มินาซู จะได้รับคำวิจารณ์จากผู้ชมจำนวนมากพีดี คิมแจวอน ก็กล่าวขอบคุณเธอ โดยกล่าวว่า
“ผมอยากขอบคุณ มินาซู ที่สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจให้กับผู้ชม ในชีวิตประจำวันที่อาจซ้ำซาก ผู้ชมสามารถวิจารณ์ได้ขณะดูรายการ แต่ตอนนี้รายการจบแล้ว ผมหวังว่าทุกคนจะให้กำลังใจเธอมากขึ้น”
นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือในโลกออนไลน์ว่า อีซองฮุน (Lee Seong Hoon) เป็นหลานของอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อีมยองพัค (Lee Myung Bak) ซึ่งเรื่องนี้ พีดี คิมจองฮุน ชี้แจงว่า
“พวกเราก็ถามเขาเหมือนกัน แต่เขายืนยันว่าไม่เป็นความจริง แม้แต่เขาเองก็รู้สึกตกใจกับข่าวลือนี้”
อีซองฮุน ยังได้รับความสนใจจากผู้ชม เนื่องจากประวัติที่โดดเด่น โดยเขาเป็นผู้จบการศึกษาจาก University of California, Berkeley เคยทำงานเป็นวิศวกรของ Google และปัจจุบันเป็น Quant Trader (เทรดเดอร์เชิงปริมาณ)
อย่างไรก็ตาม ทีมโปรดิวเซอร์ยืนยันว่าการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันเน้นที่เสน่ห์และภาพลักษณ์เป็นหลัก โดย พีดี คิมแจวอน กล่าวว่า
“เราคัดเลือกจากภาพลักษณ์เป็นหลัก แต่เสน่ห์ของแต่ละคนก็มาจากหลายด้าน ทั้งบุคลิก ความสามารถ และพื้นเพ”
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของรายการคือเหล่าพิธีกร ได้แก่ ฮงจินคยอง (Hong Jin Kyung), อีดาฮี (Lee Da Hee), คยูฮยอน (Kyuhyun), ฮันแฮ (Hanhae) และ เด็กซ์(Dex) ซึ่งปฏิกิริยาและความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมาของพวกเขา ช่วยเพิ่มความสนุกให้รายการ
โปรดิวเซอร์ยังเปิดเผยว่า จริง ๆ แล้วมีคู่รักจากรายการที่ยังคบกันในชีวิตจริงหลายคู่ แต่บางคู่เลือกที่จะไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ต่อสาธารณะ แม้ว่าทีมงานจะพยายามสอบถามความตั้งใจในการเปิดเผยความสัมพันธ์ตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมรายการ
Single’s Inferno 5 เป็นรายการเรียลลิตี้เดตติ้งที่ผู้เข้าแข่งขันต้องจับคู่ให้สำเร็จเพื่อออกจาก “เกาะนรก” และสามารถไปยัง “เกาะสวรรค์” พร้อมคู่ของตน โดยซีซั่นนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ชมทั่วโลก

ที่มา (1)
