Cha Eun Woo

ประเด็นข้อถกเถียงเรื่องภาษีมูลค่าราว 200,000 ล้านวอน ของ ชาอึนอู (Cha Eun Woo) สมาชิกวง ASTRO และนักแสดงชื่อดัง กำลังลุกลามจากวงการบันเทิงไปสู่ ประเด็นสำคัญในแวดวงกฎหมาย

ฝ่ายกรมสรรพากรเกาหลีมองว่า กรณีนี้อาจเข้าข่าย การเลี่ยงหรือหลบเลี่ยงภาษีโดยใช้บริษัทกระดาษ (Paper Company)
ขณะที่ฝั่งชาอึนอูกลับยืนยันว่า เป็นเพียง ความเห็นต่างในการตีความกฎหมายภาษี และไม่ใช่กรณีที่เข้าข่ายความผิดทางอาญา

ก่อนหน้านี้ สื่อรายหนึ่งรายงานเมื่อวันที่ 22 มกราคมว่า
ชาอึนอูได้จัดสรรรายได้จากกิจกรรมในวงการบันเทิงผ่าน บริษัทที่มารดาเป็นผู้ก่อตั้ง
ซึ่งต่อมาถูกกรมสรรพากร ปฏิเสธการมีอยู่เชิงสาระของบริษัทดังกล่าว และจัดรายได้ทั้งหมดกลับไปเป็น รายได้ส่วนบุคคล
พร้อมใช้อัตราภาษีเงินได้ขั้นสูงสุด ส่งผลให้มีการแจ้งเรียกเก็บภาษีย้อนหลังในระดับ ประมาณ 200,000 ล้านวอน

รายงานระบุว่า กรมสรรพากรกำลังตรวจสอบว่า
บริษัทดังกล่าว ไม่ได้ให้บริการจริง และถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อลดภาระภาษีหรือไม่

————–

ประเด็นสำคัญที่กรมสรรพากรตั้งข้อสงสัย

หัวใจของคดีอยู่ที่คำถามว่า

บริษัทนี้ถูกดำเนินการ โดยไม่มีเนื้อหาทางธุรกิจจริง และมี เจตนาในการลดภาระภาษีอย่างจงใจ หรือไม่

ข้อเท็จจริงที่ถูกหยิบยกมาพิจารณา ได้แก่

– ที่อยู่ของบริษัทตรงกับ ร้านปลาไหลในอินชอน ซึ่งเป็นร้านที่พ่อแม่ของชาอึนอูเป็นผู้ดำเนินกิจการ

– การเปลี่ยนรูปแบบบริษัทเป็น บริษัทจำกัดความรับผิด (LLC)

– ข้อสงสัยเรื่องการหลีกเลี่ยงพื้นที่ควบคุมความหนาแน่นในเขตเมืองหลวง

ทั้งหมดนี้ถูกมองว่า อาจตีความได้ว่าเป็นความพยายามเลี่ยงภาษี

อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายบางส่วนให้ความเห็นต่าง โดยชี้ว่า

“เพียงแค่จัดตั้งบริษัทและใช้อัตราภาษีนิติบุคคลที่ต่ำกว่า ยังไม่อาจสรุปได้ทันทีว่าเป็นการหลบเลี่ยงภาษีในเชิงอาญา”

————–

จุดยืนของชาอึนอู

ฝั่งชาอึนอูอธิบายว่า

“กรมสรรพากรเป็นฝ่ายปฏิเสธสถานะของบริษัท และคำนวณรายได้ใหม่เป็นรายได้บุคคล ซึ่งเป็นประเด็นด้านเกณฑ์การจัดเก็บและการตีความกฎหมายภาษี”

พร้อมย้ำว่า

“กรณีนี้แตกต่างจากการปลอมแปลงบัญชี การซ่อนรายได้ หรือการฉ้อโกงในรูปแบบอื่น”

ปัจจุบัน ชาอึนอูได้ยื่นคำร้อง พิจารณาความเหมาะสมก่อนการประเมินภาษี (Pre-tax Assessment Review) เพื่อโต้แย้งการตัดสินของกรมสรรพากร

————–

จะเข้าข่ายคดีอาญาหรือไม่?

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ
หากยอดภาษีที่ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยง เกิน 100 ล้านวอน
อาจเข้าข่าย กฎหมายเฉพาะว่าด้วยการลงโทษอาชญากรรมร้ายแรง (Special Act)

อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อมีการพิสูจน์ได้ว่า

1. มีการจ่ายเงินเดือนปลอมให้ญาติที่ไม่ได้ทำงานจริง

2. หรือมีการบิดเบือนบัญชีและกระทำการหลอกลวงอย่างชัดเจน

————–

หากเปรียบเทียบกับกรณีในอดีต

กรณีมารดาของจางกึนซอก ซึ่งพบการหลบเลี่ยงเชิงรุก อาจนำไปสู่ความผิดอาญา

ขณะที่ กรณีซงฮเยคโย ถูกสรุปว่าเป็นความคลาดเคลื่อนในการตีความกฎหมาย และจบลงด้วยการชำระภาษีและค่าปรับ

————–

ประเด็นเสริมในโลกออนไลน์

ในขณะเดียวกัน โลกออนไลน์ยังตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติม เช่น

การที่ช่วงเวลาการตรวจสอบภาษีตรงกับช่วง การเข้ารับราชการทหาร ของชาอึนอู จนเกิดคำครหาเรื่อง “หนีเข้ากรม”

และกรณีร้านปลาไหลที่เคยถูกแนะนำใน SNS ว่าเป็น “ร้านประจำ” แต่กลับเป็นที่อยู่ของบริษัท จนเกิดข้อกล่าวหาเรื่อง “รายการหลอกผู้ชม”

————–

ต่อประเด็นเหล่านี้ Fantagio ต้นสังกัดของชาอึนอู ชี้แจงว่า

การเข้ากรมและการตรวจสอบภาษี ไม่เกี่ยวข้องกัน

บริษัทดังกล่าวเป็น บริษัทวางแผนงานบันเทิงที่จดทะเบียนถูกต้อง

และการประเมินภาษียัง ไม่สิ้นสุดอย่างเป็นทางการ

————–

บทสรุป

สาระสำคัญของคดีนี้อยู่ที่การพิจารณาว่า
การกระทำของชาอึนอูเป็น

การวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย (Tax Avoidance)
หรือ

การหลบเลี่ยงภาษีอย่างผิดกฎหมาย (Tax Evasion)

คำตัดสินสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับผลของการพิจารณาก่อนการประเมินภาษี และการสอบสวนในขั้นต่อไป
สังคมจึงจับตาว่า เรื่องนี้จะจบลงที่ การชำระภาษีจำนวนมหาศาล
หรือจะลุกลามไปสู่ ความรับผิดทางอาญา

ที่มา (1)