นักแสดง โจบยองกยู (Jo Byeong Gyu) จะกลับเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอีกครั้งในเดือนสิงหาคมนี้ จากคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อผู้ที่กล่าวหาเขาเรื่องการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน
ตามรายงาน ศาลสูงกรุงโซลมีกำหนดนัดพิจารณาคดีอุทธรณ์ครั้งแรกในวันที่ 28 สิงหาคม โดยโจบยองกยูเป็นผู้ยื่นฟ้อง A ซึ่งเป็นบุคคลที่ออกมากล่าวหาว่าเขาเคยก่อเหตุรังแกและทำร้ายร่างกายสมัยเรียนที่ประเทศนิวซีแลนด์
คดีนี้แตกต่างจากชั้นต้นตรงที่อดีตต้นสังกัดของโจบยองกยูอย่าง HB Entertainment ไม่ได้ร่วมเป็นโจทก์แล้ว และวงเงินค่าเสียหายที่เรียกร้องก็ลดลงจากกว่า 4 พันล้านวอน เหลือประมาณ 900 ล้านวอน
ก่อนหน้านี้ ในปี 2025 ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง โดยไม่รับข้อเรียกร้องของโจบยองกยูและต้นสังกัด พร้อมให้ฝ่ายโจทก์เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี
ฝ่ายโจบยองกยูอ้างว่าโพสต์ของ A เป็นข้อมูลเท็จ ส่งผลให้เขาสูญเสียงานโฆษณา รวมถึงถูกยกเลิกงานละคร ภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์ จนเกิดความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านวอน
อย่างไรก็ตาม ศาลชั้นต้นระบุว่า
“หลักฐานที่โจบยองกยูยื่นมายังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จ”
ศาลยังมองว่าการที่ A ลบโพสต์ในภายหลัง ไม่ได้หมายความว่ายอมรับว่าข้อมูลเป็นเท็จ แต่เป็นเพราะความกังวลต่อการถูกดำเนินคดีและการถูกเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้ ศาลยังไม่รับฟังคำให้การจากคนรู้จักกว่า 20 คนที่ โจบยองกยู นำมายื่นเป็นหลักฐาน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นเพื่อนหรือคนใกล้ชิดในเกาหลีใต้ และไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้นในนิวซีแลนด์ได้
คดีนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจาก A อ้างในปี 2021 ว่าเคยถูกโจบยองกยูทำร้ายร่างกายและรีดไถทรัพย์สินระหว่างเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ ขณะที่โจบยองกยูปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด
A เคยเสนอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบเปิดเผยต่อสาธารณะในนิวซีแลนด์ พร้อมเดิมพันเงิน 10,000 ล้านวอน แต่ฝ่ายโจบยองกยูตอบว่าควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานสืบสวน
หลังเกิดข้อพิพาท โจบยองกยูหยุดกิจกรรมในวงการไปช่วงหนึ่ง ก่อนกลับมารับบทนำในซีรีส์ The Uncanny Counter 2: Counter Punch
ในงานแถลงข่าวซีรีส์ เขาเคยกล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า
“ผมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และยังคงพยายามอยู่”
พร้อมย้ำว่ารู้สึกมีความรับผิดชอบต่อทีมงาน นักแสดง และผู้เกี่ยวข้องทุกคนในผลงาน
อีกประเด็นสำคัญคือ คดีที่โจบยองกยูแจ้งความ A ในข้อหาหมิ่นประมาท ก็มีรายงานว่าได้รับคำสั่ง ไม่ส่งฟ้อง (ไม่ดำเนินคดี) เช่นกัน
ดังนั้น ณ ปัจจุบัน ศาล ยังไม่ได้ตัดสินว่าข้อกล่าวหาเรื่องบูลลี่เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่เพียงวินิจฉัยว่า ฝ่ายโจบยองกยูยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ทำให้คดีต้องเข้าสู่กระบวนการอุทธรณ์ต่อไป
ที่มา (1)
