Choi Siwon

ชเวชีวอน (Choi Siwon) สมาชิกวง Super Junior ได้รับคำสั่งจากศาลสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้สามารถขอข้อมูลระบุตัวตนของผู้ใช้งานนิรนามที่โพสต์ข้อความใส่ร้ายและโจมตีเขาบนโลกออนไลน์ได้

ชเวชีวอน สมาชิกวง Super Junior ได้ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อผู้ใช้งานนิรนามที่โพสต์ข้อความโจมตีและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของเขาทางออนไลน์ และล่าสุดเขาประสบความสำเร็จในการขอคำสั่งจากศาลสหรัฐฯ เพื่อเปิดเผยตัวตนของบุคคลเหล่านั้น

ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขต Northern District of California ได้อนุมัติคำร้องขอให้มีการเปิดเผยข้อมูล (Discovery) ของ ชเวชีวอน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม โดยคำสั่งดังกล่าวเปิดทางให้เขาสามารถขอข้อมูลระบุตัวตนของผู้ใช้งานนิรนามจำนวน 10 รายบนแพลตฟอร์มในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึง X (ชื่อเดิม Twitter) และ YouTube

เอกสารของศาลที่สื่อท้องถิ่นได้รับมาเผยให้เห็นว่า ชเวชีวอน ตกเป็นเป้าของการโจมตีทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุนซอกยอล (Yoon Suk Yeol) ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024 โดยกระแสโจมตีทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจาก ยุลซอกยอล ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ จากข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้นำก่อการกบฏ ในช่วงเวลาเดียวกัน ชเวชีวอน ได้โพสต์สำนวนภาษาจีนที่มีความหมายว่า “ความอยุติธรรมย่อมพินาศในที่สุด พังทลายดุจผืนดินที่ถล่มและกระเบื้องที่แตกสลาย” พร้อมข้อความจากพระคัมภีร์ไบเบิลผ่านโซเชียลมีเดีย

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากตีความว่าโพสต์ดังกล่าวแฝงนัยทางการเมือง ส่งผลให้เกิดการถกเถียงอย่างดุเดือด และสถานการณ์ยิ่งบานปลายมากขึ้น หลังจากยูทูบเบอร์สายอนุรักษนิยม จอนฮันกิล (Jeon Han Gil) ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนนักร้องรายนี้ต่อสาธารณะ

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว X และ YouTube เต็มไปด้วยข้อความดูหมิ่นและโจมตี ชเวชีวอน ทั้งในประเด็นความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อทางศาสนา รูปลักษณ์ภายนอก และเส้นทางอาชีพของเขา ผู้ใช้งานบางรายเรียกร้องให้เขาออกจากวง Super Junior ขณะที่บางคนเยาะเย้ยว่า หากต้องการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ก็ควรไปเป็นนักการเมืองเสีย นอกจากนี้ ยังมีข้อความกล่าวหาว่าเขายังคงทำงานในฐานะไอดอลเพราะเหตุผลด้านการเงิน และวิพากษ์วิจารณ์เขาจากความเชื่อทางศาสนาอีกด้วย

เมื่อเดือนพฤษภาคม ชเวชีวอน ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลกลางกรุงโซล โดยเรียกค่าเสียหายจากผู้ใช้งานนิรนามทั้ง 10 ราย ในข้อหาหมิ่นประมาทและดูหมิ่น เพื่อให้สามารถดำเนินคดีต่อไปได้ เขาจึงยื่นคำร้องต่อศาลสหรัฐฯ ขอให้มีคำสั่งบังคับให้ X และ Google เปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนของเจ้าของบัญชี เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด และที่อยู่

ทีมกฎหมายของเขาให้เหตุผลว่า ลักษณะภาษาที่ใช้ในโพสต์ รวมถึงข้อมูลของบัญชีผู้ใช้งานที่มีอยู่ บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า จำเลยทั้งหมดไม่น่าจะเป็นพลเมืองหรือผู้พำนักอาศัยในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงขอให้ศาลให้ความช่วยเหลือในการระบุตัวบุคคล เพื่อให้สามารถดำเนินคดีในประเทศเกาหลีใต้ต่อไปได้

ท้ายที่สุด ศาลได้มีคำสั่งอนุมัติตามคำร้อง โดยผู้พิพากษาอ้างอิงบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ระบุว่า การคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 1 (First Amendment) ไม่ครอบคลุมถึงชาวต่างชาติที่อยู่นอกดินแดนสหรัฐฯ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ศาลยังระบุด้วยว่า ไม่มีหลักฐานใดที่ชี้ว่าผู้ใช้งานนิรนามเหล่านี้เป็นพลเมืองสหรัฐฯ อีกทั้งข้อความที่เป็นประเด็นก็เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะชาวเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ศาลยังเห็นว่าคำร้องดังกล่าวมีขอบเขตจำกัดอย่างเหมาะสม โดยขอเพียงข้อมูลที่จำเป็นต่อการระบุตัวจำเลยเท่านั้น ไม่ใช่การขอข้อมูลส่วนบุคคลเกินความจำเป็น

ภายหลังคำสั่งของศาล ชเวชีวอน จึงสามารถเดินหน้าดำเนินคดีในประเทศเกาหลีใต้ต่อไปได้ ขณะที่ต้นสังกัด SM Entertainment เคยแถลงก่อนหน้านี้ว่า บริษัทกำลังรวบรวมหลักฐานต่อผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและเนื้อหาที่มุ่งโจมตีศิลปินในสังกัด พร้อมยืนยันว่าจะทยอยขยายการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดที่สามารถยืนยันตัวตนได้ต่อไปเป็นลำดับ