BTS

ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมชายวัย 30 กว่าปี หลังถูกกล่าวหาว่าใช้โปรแกรมอัตโนมัติช่วยกว้านซื้อบัตรคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬาจำนวนมหาศาล ก่อนนำไปขายต่อในราคาสูงกว่าต้นทุนหลายเท่า

ตำรวจสำนักงานตำรวจจังหวัดคยองกีเหนือ เปิดเผยว่า ชายคนดังกล่าวถูกส่งตัวให้อัยการในข้อหา ขัดขวางการประกอบธุรกิจ หลังถูกกล่าวหาว่าซื้อบัตรการแสดงและการแข่งขันกีฬายอดนิยมรวม 8,967 ใบ ระหว่างเดือนกันยายน 2018 ถึงเมษายน 2026

ยอดขายจากการนำบัตรไปขายต่อรวมสูงถึง 2.4 พันล้านวอน หรือประมาณ 1.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตำรวจระบุว่า ชายคนนี้ใช้โปรแกรม Macro ที่ช่วยสั่งงานซ้ำ ๆ โดยอัตโนมัติในการกดบัตร และสร้างบัญชีโดยใช้ชื่อของสมาชิกครอบครัวและญาติรวม 7 คน เพื่อเพิ่มโอกาสในการซื้อบัตรจำนวนมาก

หนึ่งในบัตรที่ถูกนำไปขายต่อคือบัตรคอนเสิร์ต BTS ที่จัดขึ้นที่สนามกีฬาจัมซิล กรุงโซล ในปี 2019 โดยซื้อมาในราคา 110,000 วอน แต่ขายต่อสูงถึง 3 ล้านวอน หรือมากกว่า 27 เท่าของราคาปกติ

นอกจากนี้ยังมีบัตรงานอื่น ๆ เช่น

🎫 แฟนมีตติ้ง SEVENTEEN — ซื้อ 110,000 วอน → ขาย 1.8 ล้านวอน
⚽ ฟุตบอลทีม K League พบ Tottenham Hotspur ปี 2024 — ซื้อ 400,000 วอน → ขาย 1.65 ล้านวอน
🎤 คอนเสิร์ต Bruno Mars ในเกาหลี ปี 2023 — ซื้อ 250,000 วอน → ขาย 1.2 ล้านวอน

———-

บางรายการสามารถทำกำไรจากการขายต่อได้เกือบ 30 เท่าของราคาบัตรเดิม

ชายคนดังกล่าวยังถูกกล่าวหาว่าจดทะเบียนธุรกิจอีคอมเมิร์ซขึ้นมา เพื่อทำให้ธุรกิจขายต่อบัตรดูเหมือนเป็นกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย

หลังจากมีข่าวตำรวจจับเครือข่ายขายบัตรเก็งกำไรรายใหญ่ในเดือนมีนาคม เขาถูกกล่าวหาว่าหยุดขายบัตร ปิดกิจการ และล้างข้อมูลในคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์เพื่อพยายามทำลายหลักฐาน แต่ตำรวจสามารถกู้หลักฐานจากอุปกรณ์ USB และโทรศัพท์มือถือผ่านการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลได้

ด้านผู้ต้องสงสัยให้การว่า “ผมไม่รู้ว่าการขายบัตรต่อแบบนี้ผิดกฎหมาย และผมก็จ่ายภาษีอย่างถูกต้อง ผมไม่ได้ทำร้ายใคร”

อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่า เงินที่ได้จากการดำเนินการดังกล่าวถูกนำไปซื้อ อพาร์ตเมนต์ 1 แห่ง และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์อีก 2 แห่ง

เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการอายัดทรัพย์สินล่วงหน้า ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ 2 แห่ง และเงินฝากธนาคารในชื่อของผู้ต้องสงสัยจำนวน 1.26 พันล้านวอน เพื่อป้องกันการโอนหรือจำหน่ายทรัพย์สินก่อนที่จะมีคำสั่งริบทรัพย์สินในภายหลัง

📌 กฎหมายเกาหลีใต้เกี่ยวกับการขายบัตรต่อก็ถูกปรับให้เข้มงวดขึ้น โดยกฎหมายฉบับแก้ไขมีผลตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้การขายบัตรต่ออย่างผิดกฎหมายสามารถมีความผิดได้ แม้จะไม่ได้ใช้โปรแกรม Macro ก็ตาม

ตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่า การขายบัตรเก็งกำไรไม่ได้เป็นเพียงการซื้อขายบัตรกันเองในราคาที่สูงขึ้น แต่เป็นการกระทำที่ทำให้แฟน ๆ K-pop เสียโอกาสในการเข้าชมคอนเสิร์ต และส่งผลกระทบต่อตลาดบัตรโดยรวม