ซงจีฮโย บ่น “การแต่งหน้าทำผมคือความทรมาน”
นักแสดงสาว ซงจีฮโย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฉายภาพยนตร์เรื่องใหม่ Savior (กำกับโดย ชินจุน) โดยเปิดใจถึงมุมมองที่เป็นธรรมชาติเรื่องความสวยความงาม — และเสียงวิจารณ์ที่เธอเคยได้รับเพราะเลือกที่จะไม่แต่งหน้า
ในเรื่องนี้ เธอเลือกใช้ลุคที่สมจริงและไม่แต่งหน้า โดยกล่าวว่า
“ไม่ว่าฉันจะถ่ายอะไร ฉันพยายามแสดงให้ตรงกับตัวละครเสมอ ถ้าไม่ใช่บทที่ต้องดูสวย ฉันก็จะไม่แต่ง แต่ถ้ามันช่วยให้เรื่องดูสมบูรณ์ขึ้น ฉันก็พร้อมแต่งค่ะ”
เธอกล่าวต่อว่า
“ฉันไม่สนใจว่าจะดูสวยหรือผมเผ้ายุ่งเหยิงตราบใดที่ผู้ชมเห็นตัวละครในนั้น สิ่งสำคัญคือการกลมกลืนไปกับเรื่องราว ไม่ใช่ภาพลักษณ์ภายนอก”
พูดถึงลุคของตัวละคร “ซอนฮี” เธอเสริมว่า
“ฉันอยากให้เธอดูเหมือนผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านชีวิตอันยากลำบากมา ไม่ใช่คนสวย แต่เป็นคนธรรมดาทั่วไปจริงๆ”
ซงจีฮโยยอมรับว่าเธอไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์มากนัก
“ฉันชอบความสบายค่ะ ปกติฉันจะใส่ชุดวอร์ม ทาครีมกันแดด เสื้อยืดเรียบๆ แล้วก็สะพายเป้”
เธอหัวเราะพร้อมพูดต่อว่า
“ฉันรู้สึกแย่กับช่างแต่งหน้าช่างผมทุกครั้ง เพราะเวลานั่งในร้านเสริมสวยมันทรมานสุดๆ การต้องนั่งเฉยๆ นานๆ มันเหนื่อยมาก ฉันเลยเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเลยค่ะ”
เมื่อถูกถามถึงช่วง “พีคที่สุดในชีวิต” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ฉันไม่คิดว่าช่วงซีรีส์ Princess Hours คือจุดสูงสุดในชีวิตฉันหรอกค่ะ นั่นแค่ช่วงวัยสาวที่ใช้หน้าตาเป็นอาวุธของฉันในตอนนั้น แต่พอมองย้อนกลับไป ฉันว่าช่วงพีคจริงๆ คือช่วงแรกๆ ของ Running Man ตอนนั้นฉันอายุสามสิบ มีประสบการณ์ชีวิต และรู้แล้วว่าจะทำให้ตัวเองดูดีบนกล้องยังไง”
ซงจีฮโยยังย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ในปี 2021 ที่เธอถูกแฟนคลับตำหนิเพราะไม่เข้าร้านทำผมก่อนถ่าย Running Man
“ตอนแรกๆ ของรายการ เรามีเกมเกี่ยวกับน้ำเยอะมากค่ะ ไปทำผมแต่งหน้ามาเต็มที่ สุดท้ายก็โดนสาดน้ำทันที มันทำให้หมดแรง เลยหยุดแต่งหน้าทำผมไป แล้วแฟนๆ ก็โกรธมากเลย”
เธอหัวเราะพร้อมเล่าต่อว่า
“ฉันโดนดุหนักเลยที่ไม่เข้าร้านทำผม ถึงขั้นมีแฟนคลับออกแถลงการณ์ให้เปลี่ยนช่างแต่งหน้าเลยนะคะ”
“ฉันลืมไปว่าทุกคนอยากเห็นฉันในลุคที่ดีที่สุด มันไม่ใช่ว่าฉันไม่แคร์นะ แต่ตอนนั้นคิดว่ามันก็เป็นแค่เรื่องปกติธรรมดาเอง ฉันลืมไปว่านี่คืองานที่ภาพลักษณ์ก็สำคัญเหมือนกัน”
คำพูดของซงจีฮโยสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่จริงใจและเป็นธรรมชาติของเธอในฐานะนักแสดงหญิงที่ไม่ยึดติดกับความงามภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับ “ความจริงของตัวละคร” มากกว่า
ที่มา new1
