Son Ye Jin

ซนเยจิน (Son Ye Jin), อีบยองฮอน (Lee Byung Hun) และเหล่าดาราชื่อดังอีกหลายคนได้ปรากฏตัวบนพรมแดง สร้างความเปล่งประกายด้วยลุคที่งดงามและท่าทีอันสง่างาม อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข นักแสดงสาว ซนเยจิน กลับถูกจับภาพได้ว่าหลั่งน้ำตาระหว่างงาน โดยทันทีหลังจากรอบพรีเมียร์ของภาพยนตร์เรื่องใหม่ No Other Choice ที่กำกับโดย พัคชานอุค นักแสดงนำหญิงก็ถึงกับกลั้นอารมณ์ไม่อยู่และร้องไห้ออกมา

ทีมนักแสดงจาก No Other Choice ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประกวดในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสครั้งที่ 82 โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกฉายรอบปฐมทัศน์โลกครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ที่ผ่านมา

ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของมันโซ (รับบทโดย อีบยองฮอน) พนักงานออฟฟิศที่ถูกไล่ออกและต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายเพื่อปกป้องครอบครัวของเขา ในขณะที่เตรียมกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง มีรี รับบทโดย ซนเยจิน ภรรยาของมันโซ ผู้ทำหน้าที่เป็นเสาหลักที่ช่วยประคองและประสานรอยร้าวของครอบครัวที่กำลังสั่นคลอนจากการตกงานของสามี

ซนเยจิน หลั่งน้ำตาหลังจบการฉายรอบแรก เธอเผยกับผู้สื่อข่าวว่า 

“นี่อาจเป็นช่วงเวลาครั้งหนึ่งในชีวิตที่อาจไม่หวนกลับมาอีก ฉันอาจจะกลับมาเวนิสอีกครั้งในวันหนึ่ง แต่ความรู้สึกที่ได้มาอยู่ตรงนี้กับนักแสดงชุดนี้ มันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย” เธออธิบายถึงสาเหตุที่ร้องไห้ว่า “หัวใจของฉันถูกความรู้สึกท่วมท้นจนไม่อาจกลั้นได้”

เธอกล่าวต่อว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศ ฉันเคยจินตนาการถึงความรู้สึกที่ได้เดินบนพรมแดงและได้รับการปรบมือยืนในโรงภาพยนตร์ และการที่ได้อยู่ตรงนั้นกับผู้กำกับและเพื่อนนักแสดงที่ฉันรัก มันช่างเต็มไปด้วยความฝันและความซาบซึ้ง”

ซนเยจิน ยังกล่าวว่าเธอรู้สึกประทับใจกับแฟน ๆ จากทั่วโลกที่มาเชียร์กันบนพรมแดงรอบพรีเมียร์ โดยเธอกล่าวว่า “ฉันรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งมากที่พวกเขารักวัฒนธรรมและเรื่องราวของเรา แม้ว่าจะมีความแตกต่างทางภาษา”

สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ซนเยจิน ยอมรับว่าในตอนแรกเธอลังเลที่จะรับบทนี้หลังจากได้รับบทภาพยนตร์ “ฉันมักจะเลือกบทบาทที่คิดว่ามีเพียงฉันเท่านั้นที่ทำได้ แต่สำหรับบทมีรี ฉันคิดว่าคนอื่นก็สามารถเล่นได้เหมือนกัน แต่เพราะเรื่องราวมันทั้งเศร้า โหดร้าย เจ็บปวด เค็มปนขม และแปลกแต่ก็ขำได้ องค์ประกอบเหล่านี้เข้ากันได้ดีมาก ฉันคิดว่าถ้าได้เล่าเรื่องราวความกลมกล่อมแบบนี้แม้จะเพียงนิดหน่อยก็ถือว่าเป็นเกียรติแล้วค่ะ”

ซนเยจิน ยังได้แสดงความเคารพต่อผู้กำกับพัคชานอุค โดยเรียกเขาว่าเป็น “ศิลปิน” เธอกล่าวต่อว่า “ฉันคิดว่าผู้กำกับพัคมีความสามารถที่ดีมากในการจับรายละเอียดของการแสดงที่อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ และใส่ใจในทุกรายละเอียด” พร้อมเสริมว่า “ปกติแล้วแม้บางสิ่งจะผ่านตาไปโดยไม่ถูกสังเกต แต่เขาก็จับได้ทั้งหมดและแก้ไขให้ ฉันคิดว่าเขามีสายตาที่เป็นธรรมชาติจริงๆ”

ที่มา (1)