นักแสดงสาวจากซีรีส์เรื่อง Twinkling Watermelon ได้มาที่ฮ่องกง และให้สัมภาษณ์กับ Zaneta Cheng พูดคุยเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพที่ยาวนานเกือบ 10 ปีของเธอ และสิ่งที่เธอหวังว่าจะได้ไปจากการมาฮ่องกง
ด้วยอายุเพียง 21 แต่ชินอึนซูก็ได้เผยเสน่ห์อันสดใสผ่านการถ่ายแบบ Kowloon Shangri-La แม้เราจะต้องเดินทางจากโรงแรมไปยังที่ถ่ายอีกที่หนึ่ง แต่นักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้คนนี้ก็ยังร่าเริงและเต็มไปด้วยความสดใส ถ่ายแบบออกมาได้อย่างง่ายดาย ความเป็นมืออาชีพและความสบาย ๆ เวลาอยู่หน้ากล้องดูขัดกับช่วงอายุวัยรุ่น แต่กลายเป็นว่าชินอึนซูเรียนรู้จากประสบการณ์ในวงการตลอด 8 ปี
ชินอึนซูเริ่มเป็นเด็กฝึกที่ JYP Entertainment เมื่อปี 2014 ตอนนั้นเธออายุ 12 ปี โดยฝึกในฐานะนักร้องและนักแสดง เธอรู้ตัวมาตลอดว่าอยากทำงานในวงการบันเทิง เส้นทางแรกของเธอคือการเป็นนักร้อง และจินตนาการได้ง่าย ๆ เลยว่าดวงตาอันไร้เดียงสาที่สวยงามของเธอถ้าได้เป็นเกิร์ลกรุ๊ปและเต้นเพลงก็คงจะเข้าสู่ท็อปชาร์ต
ตอนถ่ายแบบ ผมของเธอหยิก Zaneta Cheng จึงบอกชินอึนซูว่าเป็นงานแนวใหม่สำหรับตัวชินอึนซู ส่วนการแต่งหน้าเน้นตรงช่วงแก้มทำให้ดูวัยรุ่น ชินอึนซูไม่ใช่คนที่แสดงความกระตือรือร้นออกมาอย่างเต็มที่ ไม่เหมือนที่เห็นในนักแสดงที่มีประสบการณ์ พอเธอได้ยินทีมงานชมว่าเธอถ่ายรูปออกมาได้น่ารักเธอก็จะพูดเสียงดังต่อหน้ากล้องว่า “ขอบคุณค่ะ!”

บางทีชินอึนซูก็เหมือนคนรุ่นเดียวกัน เธอบอกว่าเธอเพลิดเพลินกับการฟังเพลงแนวอินดี้-ร็อค “ช่วงนี้ฉันฟังเพลงของ Wave to Earth เยอะมากค่ะ เพลงของพวกเขาเหมาะที่จะฟังในตอนเช้าตอนไปทำงานเมื่อฉันเตรียมตัวถ่ายงาน หรือช่วงเวลาที่ฉันต้องการสงบจิตใจก่อนนอนค่ะ”
ส่วนสิ่งที่ไม่เหมือนกับคนรุ่นเดียวกัน ชินอึนซูได้เลือกเส้นทางอาชีพก่อนเข้าเรียนมัธยม “ตอนฉันเรียนมัธยม ฉันบาลานซ์ทั้งเรื่องร้องและเรื่องแสดงค่ะ แต่หลังจากคิดพิจารณาเรื่องเส้นท่างอาชีพของตัวเองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ฉันตัดสินใจโฟกัสที่การแสดงค่ะ หลังจากนั้นเลยจดจ่อไปกับการเรียนการแสดงและทำงานในฐานะนักแสดง ฉันมีความสุขมากกว่าเดิมจริง ๆ ค่ะพอได้เป็นนักแสดงแล้ว ถึงจะไม่ได้ฝึกร้องและเต้นอย่างจริงจัง แต่ถ้ามีงานไหนติดต่อด้านนี้เข้ามา ฉันก็จะตั้งใจอย่างเต็มที่และทำงานให้หนักค่ะ”
การเปลี่ยนแปลงนี้ประจวบกับงานเดบิวท์ของชินอึนซูอย่าง Vanishing Time: A Boy Who Returned ถึงแม้ตอนนั้นชินอึนซูจะยังไม่มีประสบการณ์ แต่เธอก็ได้รับเลือกจากการออดิชั่นกว่า 300 คนสำหรับบทบาทนี้ “ตอนไปออดิชั่นครั้งแรก ฉันไม่ได้คิดอะไรมากเลยค่ะ ตั้งแต่ที่ฉันเป็นเด็กเพื่อที่จะเป็นนักร้อง ฉันเลยไม่ได้กดดันอะไรมาก แต่หลังจากผ่านการออดิชั่นรอบแรกแล้วต้องไปออดิชั่นต่อรอบ 2 ฉันเลยไปทำการบ้านที่คลาสเรียนการแสดง แล้วก็หวังอยากจะได้บทนี้ พอทำได้ฉันก็ตื่นเต้นและมีความสุขมาก หลังจากได้ทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ฉันก็เริ่มสนใจการแสดงมากขึ้นและตัดสินใจจะเดินเส้นทางนี้ต่อไปค่ะ”
เมื่อไม่นานมานี้ ชินอึนซูเพิ่งประสบความสำเร็จกับซีรีส์เรื่อง Twinkling Watermelon เธอรับบทเป็นยุนชองอาสมัยวัยรุ่น ตัวละครที่แสนจะโดดเดี่ยว เกิดมาพร้อมอาการหูหนวกแต่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ เป็นบทบาทที่ต้องเตรียมตัวอย่างมาก “พอแคสได้บทชองอา ฉันก็เรียนภาษามือมาเรื่อย ๆ เลยค่ะ หลังเลิกเรียนพอกลับบ้านมาก็จะดูคลิปที่ครูส่งมาให้และก็ฝึกซ้อมตลอด ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ให้แน่ใจตัวเองจะไม่ลืม”

“ชองอาเหมือนฟรีดา คาห์โล จิตรกรที่เธอชื่นชอบค่ะ เธอไม่สูญเสียความหวังหรือความแข็งแกร่งของตัวเองไปแม้จะเจอสถานการณ์ที่แย่ที่สุด และดำเนินชีวิตต่อไป ฉันว่ามันน่าชื่นชมมาก ๆ และฉันก็รักตัวละครนี้ที่มีความรักที่บริสุทธิ์และซื่อตรงต่อคนรักค่ะ”
ชินอึนซูมักได้เล่นเป็นนักแสดงนำเวอร์ชั่นวัยรุ่นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะบทที่น่าจดจำอย่างบทของจอนจีฮยอนในวัยสาวอย่างชิมซองใน The Legend of the Blue Sea ชินอึนซูจึงมีประสบการณ์ในการจัดการอารมณ์ของตัวละครที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นหลักสำคัญของนักแสดงและพล็อตเรื่อง
“แทนที่จะไปกดดันว่าเล่นเป็นตัวละครหลักเวอร์ชั่นวัยรุ่นเพราะเราจะเล่นแตกต่างจากนักแสดงนำไหม ฉันคิดว่าความกดดันมันมาจากการที่เราต้องทำให้ดีในทุกบทบาทมากกว่าค่ะ ไม่ว่าจะเล่นบทไหน เป้าหมายของการเรียนรู้และต่อสู้เพื่อที่จะทำการแสดงให้ดีของฉันก็ยังเหมือนเดิมค่ะ”
สำหรับบทใน Twinkling Watermelon ความท้าทายคือการรับบทชีวิตที่ไม่ได้ยินอะไรเลย “สิ่งแรกคือฉันต้องเข้าใจชีวิตของคนหูหนวกค่ะ หลังจากนั้นฉันก็โฟกัสไปที่การเข้าถึงอารมณ์ของชองอา หนึ่งในความท้าทายคือฉันต้องแสดงว่าไม่ได้ยินอะไร แต่บางครั้งก็มีรีแอคเวลาได้ยินเสียงโดยไม่รู้ตัวค่ะ เลยต้องถ่ายเทคใหม่ เป็นอะไรที่ยากเหมือนกันในบางครั้งค่ะ”
แน่นอนว่าเส้นทางอาชีพไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบทั้งหมด การต้องเลือกเส้นทางอาชีพตั้งแต่เด็ก ในขณะที่เด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ เลือกนักร้องวงโปรดเพื่อเป็นติ่งหรือทำกิจกรรมนอกเหนือการเรียนที่ใช้เวลามากกว่า 3 เดือนพร้อมกับความท้าทายของตัวเอง “บางครั้งฉันก็สงสัยนะคะว่านี่เป็นเส้นทางที่ใช่ของฉันหรือเปล่า เพราะฉันเริ่มงานแสดงตั้งแต่อายุยังน้อย เส้นทางอาชีพทำให้ฉันเป็นนักแสดงไปโดยธรรมชาติ ในตอนที่ฉันยังทำงานแสดงต่อเรื่อย ๆ ฉันก็ตระหนักได้ว่าจริง ๆ ฉันชอบเวลาตัวเองแสดงนะคะ เพราะมันทำให้ฉันมีความสุขในการทำงานค่ะ และฉันก็รู้ถึงความสุขนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ความสงสัยว่าตัวเองเลือกเส้นทางผิดมันก็หายไป”
ชินอึนซูมีความกระตือรือร้นต่อการทำงานอย่างเห็นได้ชัด เธอเต็มใจที่จะลองทุกบทบาท ในส่วนของงานซีรีส์ ชินอึนซูอยากลองบทบาทที่สะท้อนอะไรกลับมา
“ตอนแรกฉันจะคิกเลยค่ะว่าบทนั้นถ่ายทอดอะไรออกมา และทำไมฉันถึงต้องดึงดูดคาแร็คเตอร์ของตัวละคร” เธอกล่าว และในขณะเดียวกัน ชินอึนซูก็ได้ลองบทบาทต่าง ๆ เป็นครั้งแรก หรือแม้กระทั่งงานที่ใช้เสียงอย่างกการพากย์การ์ตูนอะนิเมชั่น “ฉันชอบหนังอะนิเมชั่นมากค่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่มันมีมุกตรงกับเทสฉันน่ะค่ะ การพากย์เสียงเป็นประสบการณ์ที่มีค่าซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ นะคะ ฉันรู้สึกขอบคุณโอกาสนี้มาก ๆ ถ้ามีโอกาสดี ๆ เข้ามาอีกก็อยากลองทำอีกครั้งค่ะ”

“ฉันอยากเป็นนักแสดงที่ทำงานได้หลากหลายแนวค่ะ” เธอพูดอย่างจริงจัง “แต่ในตอนนี้ ฉันจำแสดงบทบาทที่ได้รับให้ดีที่สุด หนึ่งในงานที่ฉันอยากลองทำคือแนวระทึกขวัญค่ะ”
แม้งานแนวระทึกขวัญของชินอึนซูจะยังไม่มี แต่ผู้ชมสามารถตั้งตารอผลงานของเธออย่าง Light Shop เป็นซีรีส์แนวปริศนาที่ทำมาจากเว็บตูนกำกับโดยคิมฮีวอน เรื่องราวโลกของคนเป็นและคนตายที่เชื่อมต่อกันผ่านร้านขายโคมไฟ “เพราะนี่คือผลงานการกำกับครั้งแรกของรุ่นพี่คิมฮีวอน พอเขาเสนอบทให้ฉันฉันรู้สึกขอบคุณมากและตอบตกลงเลยค่ะ ฉันชอบทำงานกับนักแสดงรุ่นพี่หลาย ๆ คน และบทนี้ก็ชัดเจนดีค่ะ ฉันอยากจะถ่ายทอดออกมา”
นักแสดงในเรื่อง Light Shop ล้วนมากประสบการณ์ พอถามชินอึนซูว่าเธอชอบนักแสดงรุ่นพี่คนไหนที่ทำงานด้วยที่สุด ชินอึนซูตอบว่า “ฉันได้ร่วมงานกับนักแสดงมากประสบการณ์มากมายจนยากที่จะเลือกคนเดียวนะคะ” เธอตอบโดยให้ความสำคัญกับการโฟกัสที่อาชีพโดยรวมของเธอ “แต่ละผลงาน ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายจากรุ่นพี่นักแสดงคนอื่น ๆ ค่ะ และขอบคุณโอกาสที่ได้ทำงานร่วมกัน ฉันพยายามเต็มที่ทุกช่วงเวลาค่ะ”
ในส่วนของคำแนะนำ ชินอึนซูพูดถึงเรื่องงานอดิเรก “มีคนเคยบอกฉันว่าถึงแม้การทำงานแสดงจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็จำเป็นที่เราจะต้องมีงานอดิเรกในช่วงพักเพื่อบาลานซ์การทำงานกับการพักผ่อนค่ะ คำแนะนำนี้สะท้อนให้ฉันเห็นอะไรบางอย่างจริง ๆ”
แล้วงานอดิเรกของชินอึนซูคืออะไรล่ะ? เธอบอกว่าเมื่อไม่นานมานี้งานอดิเรกของเธอคือการนอน “ตอนนี้ฉันดร็อปเรียนอยู่ค่ะ คือไปเรียนล่าสุดคือเทอมที่แล้ว ฉันกำลังบาลานซ์ระหว่างการถ่ายงานกับการเรียนอยู่ ฉันจะจัดตารางการเรียนให้เข้าไปเรียนได้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะได้ถ่ายงานตอนที่ไม่มีเรียน แต่มันส่งผลต่อสุขภาพนะคะ ฉันเลยพยายามนอนทุกครั้งที่ทำได้ค่ะ” เธอบอก “สิ่งที่สนุกเวลาเรียนคือการใช้เวลาง่าย ๆ ไปกับเพื่อนในคลาสค่ะ มันทำให้ชีวิตการเรียนสนุก”

ตั้งแต่เธอดร็อปเรียนที่มหาวิทยาลัยดงกุก สาขาภาพยนตร์ ชินอึนซูบอกว่าส่วนใหญ่เธอจะอยู่บ้าน “แต่ฉันก็ชอบถ่ายรูปฟิล์มกับเพื่อน ๆ นะคะ บางครั้งก็เล่นกีต้าร์ด้วยการเรียนรู้เองค่ะ”
ชินอึนซูยังเป็นแฟนตัวยงของรายการวาไรตี้อย่าง Running Man และ Amazing Saturday “ถ้าได้ไปออกรายการวาไรตี้ฉันอยากไปออกรายการ Amazing Saturday ค่ะ เพราะเวลาฟังเพลงฉันก็ไม่รู้เนื้อเพลงเลย เลยอยากรู้ค่ะว่าฉันเป็นคนเดียวหรือเปล่า หรือคนอื่นก็เป็นแบบนี้ด้วย” เธอพูดพร้อมกับหัวเราะ
สำหรับสิ่งที่เป็น #ตำนาน ของเธอ ชินอึนซูกล่าวว่า “มันยากที่จะบอกนะคะ ฉันพยายามจดจำและยึดมั่น ‘ตำนาน’ ในแต่ละช่วงเวลา” ตอนถ่ายทำเสร็จ พวกเราจึงออกจากห้องพักไปกับทีมงานก่อนจะกินเลี้ยงมื้อค่ำกัน อดสงสัยไม่ได้ว่าการพักในฮ่องกงจะถือเป็นอีกหนึ่งตำนานของชินอึนซูหรือเปล่า
ผลงานภาพยนตร์
- Love Untangled (2025)
- Homme Fatale (2019)
- Illang: The Wolf Brigade (2018)
- Vanishing Time: A Boy Who Returned (2016)
รายการทีวี
- Light Shop (Disney+ / 2024)
- Twinkling Watermelon (tvN / 2023)
- Summer Strike (ENA-Genie TV-Seezn / 2022)
- A Model Family (Netflix / 2022)
- Bloody Heart (KBS2 / 2022)
- Do Do Sol Sol La La Sol (KBS2 / 2020)
- Bad Papa (MBC / 2018)
- School of Magic (Naver TV-JTBC / 2017)
- The Legend of the Blue Sea (SBS / 2016-2017)
