bada

นักร้อง บาดา อดีตสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปในตำนาน S.E.S. เปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิตและเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของเธอ ระหว่างการปรากฏตัวในรายการ ‘Table for 4’ ของช่อง Channel A ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา

ในตอนนั้น เธอได้มาร่วมรายการพร้อมเพื่อนสนิทอย่าง ยูจิน และ ไบรอัน โดยบาดาได้ย้อนเล่าถึงวัยเด็กอันยากลำบากและช่วงที่คุณพ่อป่วยหนักจนทำให้ฐานะครอบครัวพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“พ่อของฉันเคยเป็นนักร้องพื้นบ้านและนักแสดงพังโซรี ก่อนท่านจะป่วย ครอบครัวเรามีฐานะดีมาก ฉันยังเคยเข้าเรียนอนุบาลเอกชนที่มีสระว่ายน้ำด้วย”
เธอกล่าวต่อว่า “แต่หลังจากพ่อป่วย ทุกอย่างก็พังทลายลงภายในสามปีเท่านั้น”

เธอเล่าว่าคุณพ่อได้รับการวินิจฉัยว่าเหลือเวลาเพียงหกเดือนสุดท้าย และสุดท้ายต้องหยุดการรักษาเพราะค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ครอบครัวจึงต้องย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด ก่อนจะตกเป็นเหยื่อคดีโกงค่าเช่าและจำเป็นต้องไปอาศัยอยู่ใน บ้านสำเร็จรูป

บาดายังเปิดใจถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เมื่อเธอตัดสินใจเข้าเรียนในโรงเรียนศิลปะทั้งที่พ่อคัดค้านเพราะฐานะยากจน

“ฉันเป็นลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่มาตลอด แต่ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันยืนยันจะทำตามความฝันของตัวเอง”

เธอเล่าว่า “พ่อพูดกับฉันว่า ‘ในวงการนี้ เธอต้องเป็นที่หนึ่งถึงจะอยู่รอด’ ฉันตอบไปว่า ‘หนูทำได้ค่ะ’ หลังจากนั้น พ่อก็กลับไปแสดงในเวทีตอนกลางคืนทั้งที่ยังป่วยอยู่ ตอนเห็นท่านสวมรองเท้าฟาง ฉันสัญญากับตัวเองว่าต้องประสบความสำเร็จให้ได้”

หนึ่งในช่วงที่กินใจที่สุดคือเมื่อเธอรำลึกถึงฤดูหนาววันหนึ่ง

“ตอนนั้นบ้านเรามีขนาดเล็กมาก ห้องน้ำอยู่ติดกับประตูบ้าน พ่อพูดเบา ๆ ว่าไม่อยากออกไปทำงานเพราะอากาศหนาว ฉันได้ยินเสียงท่านใส่รองเท้าแล้วหัวใจแทบสลาย ฉันกัดมือแน่นเพื่อกลั้นไม่ให้ร้องไห้ออกมา นั่นคือช่วงเวลาที่ฉันตัดสินใจว่าจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้”

บาดายังเล่าถึงเหตุการณ์ขำปนเศร้าในช่วงแรกที่เดบิวต์เป็นไอดอล

“ตอนนั้น S.E.S. มีคอนเซ็ปต์ ‘สาวบ้านรวย’ แต่จริง ๆ ไม่มีใครมาจากครอบครัวร่ำรวยเลย วันหนึ่งผู้จัดการขับรถไปส่งฉันกลับบ้านช่วงวันหยุด เขาถามว่า ‘ลงตรงนี้เหรอ? จะเข้าห้องน้ำก่อนมั้ย?’ เขาคิดว่าบ้านฉันเป็นห้องน้ำสาธารณะ เพราะมันเป็นบ้านสำเร็จรูป”

เธอหัวเราะก่อนพูดต่อว่า “ฉันตอบว่า ‘ไม่ค่ะ นี่คือบ้านฉัน’ เขาอายมาก แต่หลังจากนั้นเขาก็ให้ความเคารพฉันมากขึ้น”

แม้จะเดบิวต์แล้ว บาดายังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย

“ฉันยังอาบน้ำเย็นอยู่เสมอ เพราะมันทำให้ฉันนึกถึงพ่อแม่ ฉันตั้งใจว่าจะไม่ใช้น้ำอุ่นจนกว่าจะมีเงินพอจริง ๆ และเมื่อวันหนึ่งฉันได้รับเงินเดือนก้อนแรกและได้อาบน้ำอุ่น ฉันร้องไห้ออกมาเลย ฉันจะไม่มีวันลืมวันนั้น”

สุดท้าย บาดาได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่เคยช่วยเหลือเธอในช่วงเรียน

“มีคนไม่ระบุชื่อที่จ่ายค่าเทอมให้ฉัน และบาทหลวงท่านหนึ่งที่ช่วยจ่ายค่าห้องอ่านหนังสือ ฉันยังคงรู้สึกซาบซึ้งกับพวกเขาจนถึงวันนี้”
เธอกล่าวต่อว่า “เพราะแบบนั้น ฉันจึงจัดงานตลาดนัดการกุศลต่อเนื่องมา 13 ปี เพื่อส่งต่อความรักที่ฉันเคยได้รับมา”

เรื่องราวสุดอบอุ่นของบาดาทำให้เพื่อนร่วมรายการและผู้ชมต่างซึ้งใจ และมองเห็นอีกด้านหนึ่งของนักร้องชื่อดังผู้มากด้วยความพยายามและหัวใจที่อ่อนโยน