รยูฮวายอง (Ryu Hwayoung) อดีตสมาชิกวง T-ara ได้ออกมาพูดถึงประเด็นขัดแย้งของวงในอดีต
ก่อนหน้านี้ รยูฮวายอง (Ryu Hwayoung) และ รยูฮโยยอง (Ryu Hyoyoung) ได้โพสผ่านอินสตาแกรมปฏิเสธเรื่องที่ คิมกวางซู อดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งค่าย MBK Entertainment ได้เล่าเรื่องความขัดแย้งของ T-ara เมื่อ 10 ปีก่อน
วันที่ 18 พฤศจิกายน รยูฮวายองได้ออกมาโพสเพิ่มเติมว่า:
“สวัสดีค่ะ ฉัน ฮวายอง อดีตสมาชิกวง T-ara
ฉันขอโทษต่อสาธารณะชนจริงๆที่ทำให้เหนื่อยหน่ายกับเรื่อง ‘การรังแกกันในวง T-ara’ ซึ่งทำให้เกิดความวุ่นวายเมื่อไม่นานมานี้
ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวของฉันและฉันต้องทนต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง, การคาดเดาไปเอง, คอมเม้นท์ที่รุนแรงเกินไป, การวิจารณ์จากสิ่งที่ไม่มีมูล, การข่มขู่ และการคุกคาม เราเฝ้ามองและอดทนต่อสิ่งนี้ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แต่ฉันจะไม่เงียบต่อไปแล้ว ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากออกมาโพสข้อความของฉันผ่านทางอินสตาแกรม และขอให้คุณเข้าใจ
หลังจากฉันโพสข้อความของตัวเองบนอินสตาแกรมเมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันรอคำขอโทษอย่างจริงใจจากพวกเขามากกว่าสิ่งใด แต่สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจว่าจะไม่คาดหวังอะไรจากซีอีโอคิมกวางซูและสมาชิกวง T-ara ที่ไม่ออกมาพูดอะไรเลย
อย่างไรก็ตาม ฉันรู้สึกได้รับการปลอบใจที่ฉันและพี่สาวสามารถทำให้ความจริงปรากฎออกมาอีกครั้งและปลดปล่อยพวกเราจากความเข้าใจผิดและการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง
ฉันเลยตัดสินใจโพสข้อความยาวเพื่ออธิบายมากขึ้นเพราะเชื่อว่าจำเป็นต้องมีการอธิบายให้ละเอียด
ก่อนอื่น เหตุผลที่พี่สาวของฉันส่งข้อความไปให้ อารึม (Areum) เพราะว่าในตอนนั้นฉันดูแลอารึมที่เป็นสมาชิกใหม่ด้วยความรักเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่ง แต่ฉันกลับเจ็บปวดกับหลายสิ่งที่สมาชิก T-ara และอารึมทำให้เกิดความขัดแย้ง ฉันติดต่อไปหาพี่สาวเพื่อเล่าให้เธอฟังว่าฉันเสียใจ พี่สาวของฉันเลยส่งข้อความไปหาอารึม แม้ว่าพี่สาวของฉันและอารึมจะขอโทษกันและกันแล้ว และคืนดีกันหลายปีแล้ว แต่การที่ซีอีโอคิมกวางซูเผยแพร่ข้อความของพี่สาวฉันโดยที่ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง และสิ่งนี้เพื่อหาประโยชน์ให้ตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำร้ายฉัน, พี่สาวของฉัน และอารึมอีกครั้ง จริงๆนี่คือการหมิ่นประมาท
เรื่องที่ 2 ซีอีโอไม่ได้บอกความจริงว่าฉันไม่ได้เข้ากลุ่มอยู่แล้ว ฉันจำได้ว่าต้องอยู่ในห้องนั่งเล่นเพราะว่าไม่มีใครยอมเป็นรูมเมทกับฉัน และเรื่องที่ T-ara รังแก มีทั้งการใช้ถ้อยคำทำร้ายจิตใจ, การวิจารณ์ และการทำร้าย ยังคงเป็นแผลที่ใหญ่ที่สุดของฉัน
เรื่องที่ 3 เรื่องที่สไตล์ลิสต์ คิมอูรี ของ T-ara พูดเรื่องแชมพู ซึ่ง [คิมอูรี] สนิทกับคิมกวางซู
ฉันอยากจะพูดถึงเรื่องนี้เพราะว่ายังเป็นเรื่องที่ฉันเจ็บปวดอยู่
ตอนนั้น คิมอูรีมาที่รายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ทำเป็นรู้ทุกอย่างเหมือนทีมงานคนหนึ่งที่ดูแล T-ara โดยตรง แล้วก็สร้างเรื่องว่าร้ายฉัน คิมอูรีเข้ามาเป็นสไตล์ลิสต์ของ T-ara จากคอนเนคชั่นกับซีอีโอคิมกวางซู แต่ตอนที่ฉันร่วมวง เขาไม่ได้เป็นสไตล์ลิสต์ของ T-ara แล้ว ฉันไม่เคยเจอหรือคุยกับคิมอูรี การที่เขาไปออกรายการแล้วเล่าว่าฉันเคยเรียกช่างทำผมว่า ‘เฮ้ แชมพู’ เหมือนเป็นการบอกว่านิสัยฉันมีปัญหา และเขาบอกว่า ‘สมาชิกใหม่ไม่มีมารยาทเลย และ ผมสามารถพูดถึงปัญหาของ T-ara ได้อย่างมั่นใจ’ เป็นเรื่องโกหกทั้งหมด
ฉันขอบอกให้ชัดเจนว่า ฉันไม่เคยไปร้านทำผมที่คิมอูรีบอก และไม่เคยรู้จักคนที่เขาไปคุยด้วยด้วย มันเป็นวิดีโอที่มีการเขียนสคริปต์และเป็นการหมิ่นประมาทอย่างชัดเจน
หลังจากฉันเขียนในอินสตาแกรมว่าทั้งหมดไม่เป็นความจริง คิมอูรีก็ทำตัวไม่รับผิดชอบ โยนคำโกหกของเขาให้เป็นความผิดของการตัดต่อของรายการแทน สำหรับคิมอูรีอาจจะคิดว่า ‘ก็ถ้าไม่จริง ก็ไม่เป็นไร’ แต่ฉันยังคงได้รับความเจ็บปวดและคอมเม้นท์หยาบคายมากมาย จากเรื่อง แชมพู ที่เขาพูด
ฉันเชื่อว่าการรังแกไม่แตกต่างจากการฆาตกรรมในสังคมของเรา
พี่สาวของฉันและตัวฉันไม่ได้ต้องการมากไปกว่านี้ เราแค่อยากจะลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมซีอีโอคิมกวางซูถึงได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก และทำให้สาธารณะชนกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง ฉันอยากจะบอกความจริงเพื่อไม่ให้มีการคาดเดาและคอมเม้นท์รุนแรงมากไปกว่านี้
เพื่อตัวเราเอง เราจะให้อภัยและเข้าใจซีอีโอคิมกวางซู และสมาชิก T-ara และพยายามใช้ชีวิตให้สามารถบรรเทาบาดแผลที่เราได้รับมา
และเพื่อตัวเองและครอบครัว ฉันจะดำเนินการทางกฎหมายต่อคนที่ปล่อยข้อมูลเท็จและคอมเม้นท์รุนแรง รวมทั้งบน YouTube
ขอบคุณที่อ่านข้อความยาวนี้”
หลังจากนั้น อีอารึม (Lee Areum) อดีตสมาชิกวง T-ara ได้ออกมาโพสผ่านทางอินสตาแกรมถึงประเด็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในอดีต เช่นกัน
“ฉันไม่มีอะไรจะพูดจริงจังเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น แต่พอได้รับข้อความหลังไมค์มาเรื่อยๆ ฉันก็จะออกมาพูดนิดนึง แค่วันนี้เท่านั้น
ตอนที่ฉันเข้าวง T-ara ฉันต้องจำเพลงที่มีทั้งหมดทั้งภาษาญี่ปุ่นและเกาหลี เรียนท่าเต้นทุกท่า และจำท่าเต้นให้ได้ ฉันพยายามปรับตัวให้เข้ากับวงให้ได้ พยายามอ่านอารมณ์และทำตัวให้เข้ากับบรรยากาศ
แค่ฝึกก็ยากสำหรับฉันแล้ว แต่จู่ๆทวิตเตอร์ของสมาชิกวง T-ara ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ยากสำหรับฉันมากๆ สำหรับฉันเหมือนทุกอย่างค่อยๆเปิดเผยออกมา
มีอย่างหนึ่งที่ฉันพูดอยู่ตลอดหลังจากออกจากวง แต่โดนมองข้าม
เธออาจจะเข้าใจความรู้สึกฉันในฐานะสมาชิกใหม่ ฮวายองดูแลฉันเป็นพิเศษและรักฉันมาก ฉันรู้สึกขอบคุณและเฝ้าคอยตามเธอ
แต่หลังจากเหตุการณ์บาดเจ็บ เหมือนเป็นการตอกย้ำสถานการณ์ระหว่างสมาชิก ฉันเหมือนกับยืนอยู่บนเส้นด้าย พยายามอ่านอารมณ์ของคนอื่นอยู่ตลอด ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ด้วยอายุเท่านั้น ในทุกวันเหมือนต้องเดินอยู่บนหนาม
ฉันไม่มีเวลาหรือความคิดที่จะคิดถึงการทำเรื่องอย่างการยุยงให้คนแตกคอกัน
มันคือการเข้าใจผิด และฮโยยองก็ขอโทษฉันแล้ว
ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันคิดว่านั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะทำในฐานะพี่สาวเหมือนกับเธอในตอนนั้น และเพราะว่าฉันไม่ได้ติดใจอะไรมาก เราเลยผ่านมันมาได้ด้วยดี
สำหรับฉัน T-ara ยังคงเป็นเหมือนแผล ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น ฉันคิดว่ามันเป็นเพียงช่วงหนึ่งของความทรงจำที่ทำให้ฉันใช้ชีวิตอย่างขยันมากขึ้น
จะเป็นยังไงถ้าทุกคนปล่อยให้ [T-ara] กลายเป็นความทรงจำ จดจำเพลงของวงที่ดีในตอนนั้น? อะไรๆจะดีขึ้นเหรอถ้ามาถามฉันว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ฉันคิดว่าคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ รวมถึงตัวฉันรู้สึกเสียดาย, เสียใจ และทรมาณกับความลำบากจากการกระทำที่ไม่โตของเรา ตอนนั้นเรายังเด็ก บางคนอาจจะมีช่วงเวลานั้นหนักหนากว่าอีกคน ฉันคิดว่าไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยเจอช่วงเวลาที่ลำบาก
เวลาผ่านไปนานแล้ว และทุกครั้งที่ฉันไปออกรายการหลังจากออกจากวง พิธีกรก็จะเอาฉันพ่วงชื่อ T-ara เข้าไปอีก ทั้งที่ฉันไม่ต้องการ ฉันอยากจะใช้ชีวิตในแบบของตัวเองมาโดยตลอด และอยากจะใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดามากขึ้นในอนาคตฉันแค่หวังว่าทุกคนจะลืมบาดแผลจากช่วงเวลานัน้และใช้ชีวิตอย่างสงบตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”
ที่มา (1)
