พัคโซดัม (Park So-dam) เปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ เผยพบก้อนเนื้อบริเวณลำคอถึง 13 ก้อน และมะเร็งลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง ขณะที่เธอเคยหวาดกลัวว่าอาจสูญเสียเสียงจากการผ่าตัด
นักแสดงสาว พัคโซดัม (Park So-dam) ปรากฏตัวในรายการ MBC “The Song That Helped Me Get Through Today – Playlist 109” ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม โดยเธอได้ย้อนเล่าช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้เธอแทบไม่สามารถพูดถึงได้ ตั้งแต่การตรวจพบมะเร็ง การผ่าตัด ไปจนถึงช่วงพักฟื้น
ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “Phantom” พัคโซดัมเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและมีอาการซึมเศร้าอย่างไม่มีสาเหตุ แม้ภาพยนตร์จะมีฉากแอ็กชันจำนวนมาก แต่เธอกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถฟื้นพลังกลับมาได้ และถึงขั้นขอโทษนักแสดงรุ่นพี่ที่ร่วมงานด้วย เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ
ในตอนนั้น พัคโซดัมคิดว่าตัวเองอาจกำลังเผชิญภาวะหมดไฟ เนื่องจากในช่วงวัย 20 ปี เธอทำงานอย่างหนักมาก โดยเคยรับงานละครเวที 2 เรื่อง ซีรีส์ 2 เรื่อง และภาพยนตร์ 2 เรื่องภายในปีเดียว เธอจึงคิดว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานกำลังส่งผลออกมา

แต่ผลตรวจทางการแพทย์กลับเผยสาเหตุที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
พัคโซดัมกล่าวว่า “มีเนื้องอก 13 ก้อนอยู่ที่คอ และมันลามไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว” พร้อมย้อนเล่าช่วงเวลาที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิดพาพิลลารี (Papillary Thyroid Cancer)
เมื่อแพทย์แจ้งว่าเธอเป็นมะเร็ง พัคโซดัมเผยว่าเธอไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองแม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ หลังจากนั้นเธอไปกินข้าวกับพ่อ เมื่อพ่อได้ทราบข่าว เขาก็ลุกออกจากโต๊ะ โดยพัคโซดัมจำได้ว่าพ่อดูเหมือนจะร้องไห้
สิ่งที่น่ากลัวเป็นพิเศษสำหรับนักแสดงสาวคือความเป็นไปได้ที่จะ สูญเสียเสียง
พัคโซดัมอธิบายว่าเนื้องอกที่ใหญ่ที่สุดเกาะอยู่กับเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสียงโทนสูง แพทย์จึงบอกเธอว่าหากมะเร็งลุกลามเข้าไปถึงเส้นประสาทดังกล่าว เธออาจสูญเสียเสียงได้
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยทันที และไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมโปรโมตภาพยนตร์ตามกำหนดเดิมได้ นอกจากนี้ เธอยังรู้สึกหวาดกลัวกับการต้องเข้ารับการดมยาสลบเป็นครั้งแรก แพทย์บอกว่าเธออาจต้องให้อาหารผ่านสายทางจมูกเป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนหลังผ่าตัด และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่ชัดว่าจะต้องใช้เวลาพักฟื้นนานเท่าใด
ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายที่สุด พัคโซดัมถึงขั้นเริ่มจัดเก็บข้าวของภายในบ้าน เผื่อเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

โชคดีที่มะเร็งยังไม่ได้ลุกลามไปไกลกว่าต่อมน้ำเหลือง
เธอกล่าวว่า “สิ่งที่โล่งใจที่สุดคือมันหยุดอยู่แค่ต่อมน้ำเหลือง ฉันจึงไม่จำเป็นต้องทำเคมีบำบัดด้วย”
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเสร็จสิ้นไม่ได้หมายความว่าเธอจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที โดยต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนกว่าเสียงของเธอจะกลับมาเป็นปกติอย่างสมบูรณ์
หลังการผ่าตัด เสียงของเธอเปลี่ยนไปอย่างมากจนแทบจะเหมือนเสียงของเด็กเล็ก และเธอยังต้องพึ่งพาน้องสาวในการช่วยสระผมอีกด้วย
สภาพร่างกายของเธอก็อ่อนแอลงอย่างมากเช่นกัน จากเดิมที่เดินจากบ้านไปทะเลสาบซอกชน (Seokchon Lake) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที กลับกลายเป็นเรื่องยาก เพราะเธอจะรู้สึกหอบเหนื่อยระหว่างทาง
พัคโซดัมจึงเริ่มเดินรอบทะเลสาบซอกชนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย และบอกว่าเธอร้องไห้นับครั้งไม่ถ้วนที่นั่น
เธอเล่าว่า “เพื่อนสนิทถึงกับล้อว่า ‘น้ำตาของเธอคงเกือบเต็มทะเลสาบซอกชนแล้วมั้ง’ เพราะฉันร้องไห้ทุกวันเยอะมาก”
“ที่นี่เป็นสถานที่ที่ฉันได้ปล่อยความรู้สึกออกมาทั้งหมด การมาที่นี่ช่วยเยียวยาฉันได้ทีละนิด” เธอกล่าว
ประสบการณ์การเผชิญกับโรคมะเร็งยังเปลี่ยนมุมมองที่เธอมีต่อชีวิตไปด้วย เธอเริ่มหันกลับมาคิดว่า นอกจากการเป็นนักแสดงแล้ว ตัวเองมีสิ่งใดที่ชอบอีกบ้าง และในที่สุดก็ตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวยุโรปเพียงลำพังเป็นเวลา 34 วัน
เธอยังขับรถเที่ยวด้วยตัวเองที่ประเทศไอซ์แลนด์ และได้ชมแสงเหนือเป็นครั้งแรก ที่สำคัญคือเป็นครั้งแรกที่เธออนุญาตให้ตัวเองจอดรถและงีบหลับได้ทุกเมื่อ หากพบเห็นวิวทิวทัศน์ที่ชื่นชอบ
พัคโซดัมกล่าวว่า ประสบการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นโอกาสให้เธอได้กลับมามองตัวเองอีกครั้ง
“แน่นอนว่าฉันอยากให้ตัวเองไม่เคยป่วย แต่ฉันมักจะพูดว่าบางทีการเจ็บป่วยครั้งนั้นอาจเป็นสิ่งที่ฉันจำเป็นต้องเผชิญ”
เธออธิบายว่า ก่อนหน้านั้นเธอมัวแต่ทุ่มเทให้กับอาชีพนักแสดงอย่างต่อเนื่อง จนหลงลืมตัวตนของตัวเองไป
นอกจากนี้ เธอยังเปิดเผยว่าต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถพูดถึงประสบการณ์การเป็นมะเร็งได้อย่างสบายใจ
“แม้แต่เมื่อหนึ่งหรือสองปีก่อน ฉันก็ยังทำไม่ได้จริงๆ ฉันเอาแต่ร้องไห้” เธอกล่าว
“ฉันตระหนักว่าตัวเองต้องดูแลตัวเองจนกว่าจะสามารถเล่าเรื่องราวของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ตอนนี้ฉันกำลังดูแลตัวเองมากกว่าใครๆ”
ที่มา 스포츠동아
