หลังจากมีประเด็นทางกฎหมายระหว่าง อีซึงกิ (Lee Seung Gi) และ ซีอีโอ ควอนจินยอง (Kwon Jin Young) ของ HOOK Entertainment สืบเนื่องจาก อีซึงกิ ถูกโกงเงินค่าจ้างจากผลงานเพลงของเขามามากกว่า 10 ปี เมื่อไม่นานมานี้ สำนักข่าว ดิสแพท (Dispatch) ได้รายงานเพิ่มเติมว่ายังมีคนในวงการคนอื่นที่ไม่ได้รับค่าจ้างจาก HOOK Entertainment เช่นกัน

ดิสแพทเปิดเผยว่า ซีอีโอควอนจินยอง หักรายได้ 3% ไม่ใช่แค่ของ อีซึงกิ แต่รวมของนักแสดง ยอนยอจอง (Youn Yuh Jung), อีซอจิน (Lee Seo Jin) และ พัคมินยอง (Park Min Young)

ในเดือนมกราคม ปี 2011 อีซึงกิ ได้เซ็นสัญญาร่วมงานกับแบรนด์เสื้อผ้ากลางแจ้ง เขาได้รับการันตีรายได้ 500 ล้านวอน (ประมาณ 13.6 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม 10% ของรายได้จะถูกหักเป็น ‘ค่าธรรมเนียมต้นสังกัด’ ซึ่งจะอยู่ที่ 50 ล้านวอน (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) นั่นหมายความว่า รายได้จากโฆษณาสินค้าชิ้นนี้จะเหลือ 450 ล้านวอน (ประมาณ 12.2 ล้านบาท)

สัญญากับอีซึงกิ และ HOOK Entertainment ระบุไว้ว่า จะมีการแบ่งรายได้เป็นสัดส่วน 4:6 หมายถึง อีซึงกิจะได้รับเงินไป 40% ทำให้เขาได้รับเงินทั้งสิ้น 180 ล้านวอน (ประมาณ 4.9 ล้านบาท) และ HOOK Entertainment ได้เงินไปทั้งสิ้น 270 ล้านวอน (ประมาณ 7.3 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม เงินในส่วนที่ระบุว่า ‘ค่าธรรมเนียมต้นสังกัด’ ถูกคิดแค่ 7% เท่านั้น ซึ่ง ดิสแพทรายงานว่าอีก 3% ที่เหลือ ถูกส่งเข้ากระเป๋าใครบางคน

ดิสแพทได้สัญญาการจ่ายเงินโฆษณาของ HOOK Entertainment ซึ่งในสัญญามีข้อมูลการจ่ายเงินให้กับ อีซึงกิ, อีซอจิน, ยอนยอจอง, พัคมินยอง และศิลปินคนอื่นที่ได้รับเงินตามที่ตกลงค่าตัวโฆษณากันไว้

วันที่ 22 ธันวาคม ทีมกฎหมายของ อีซึงกิ ได้แถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ HOOK Entertainment เรียกเก็บค่าธรรมเนียมต้นสังกัดมากเกินไป

“…จากการตรวจสอบเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ผู้อำนวยการตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของ HOOK Entertainment ได้หลอกลวง อีซึงกิ และ โกงเงินค่าตัวของเขาจากงานนายแบบโฆษณา เขาคิดว่าเงินจำนวน 10% จากรายได้การันตีในการเป็นนายแบบของถูกหักให้บริษัทโฆษณาในส่วนของ ‘ค่าธรรมเนียม’ แต่ความจริงแล้ว ผู้อำนวยการก่อนหน้าและปัจจุบันได้นำเงินส่วนนี้มาแบ่งกันเอง…” – ทีมกฎหมายของอีซึงกิ

ดิสแพทยืนยันว่าสัญญาของอีซึงกิ และ HOOK Entertainment ระบุว่า

“ศิลปินต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมทั้งหมดทั้งในส่วนของบริษัท, โบรกเกอร์ และ พาร์ทเนอร์” แต่ละสัญญางานโฆษณา HOOK Entertainment หักเงิน 10% ไปจากค่าตัวของอีซึงกิ แต่กลับจ่ายเงินให้กับบริษัทอื่นที่ร่วมงานแค่ 7% เท่านั้น

เงินอีก 3% ที่เหลือ ถูกแบ่งกันภายในกลุ่มของผู้อำนวยการ ถือเป็นการเอาเปรียบศิลปิน

เมื่อตามรอยข้อมูลจากใบเสร็จ ดิสแพทพบว่า เงินส่วนที่หายไป 3% ถูกแบ่งไปยังอดีตและผู้อำนวยการปัจจุบันของ HOOK Entertainments ได้แก่ ผู้บริการ A, ผู้บริการ B, ผู้บริหาร C รวมถึง D และ E ที่เป็นเพื่อนกับซีอีโอควอนจินยอง และ F สมาชิกในครอบครัวของ อีซอนฮี (Lee Sun Hee) เมนเทอร์ของอีซึงกิ

สัญญาของ HOOK Entertainment กับ ซงจุงกิ ระบุว่า

“ศิลปินต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมทั้งหมดของบริษัท, โบรกเกอร์ และพาร์ทเนอร์ HOOK Entertainment จะคำนวนรายได้จากเงินคงเหลือหลังจากหักค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว”

ค่าธรรมเนียมบริษัทลดจาก 10% เป็น 7% ในปี 2010

HOOK Entertainment เปลี่ยนค่าธรรมเนียมเป็น 7% เริ่มต้นในปี 2010

ซีอีโอควอนจินยอง และ ผู้บริการ A,B,C เข้าร่วมแผน

“อย่าบอกอีซึงกิเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมที่ลดลง 3%!”

ค่าธรรมเนียมเกินจริง 3% ถูกเก็บมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2010 – 2022

ผู้บริหาร A, ผู้บริหาร B, ผู้บริการ C, D และ E เพื่อนของซีอีโอควอนจินยอง และ F สมาชิกในครอบครัวของ อีซอนฮี ได้รับเงินค่าธรรมเนียมที่เก็บเกินมา

HOOK Entertainment ยักยอกเงินค่าธรรมเนียมด้วยหลายวิธี บางส่วนถูกนำออกจากบัญชีของอีซึงกิ บางส่วนถูกหักออกจากรายได้ที่จะโอนให้กับศิลปิน ทุกรายการระบุว่าเป็น ‘ค่าธรรมเนียมบริษัท’

และถึงแม้จะเป็นดีลธุรกิจที่ต้นสังกัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างเช่นโฆษณาเมื่อปี 2010 ของอีซึงกิที่ร่วมงานกับสถาบันการเงิน HOOK Entertainment ก็ยังเก็บค่าธรรมเนียม 10% และรับเงินส่วนนี้ไปแบบเต็มๆ ตอนนั้นอีซึงกิได้รับการเสนอค่าตัวเป็นจำนวน 200 ล้านวอน (ประมาณ 5.4 ล้านบาท) และ HOOK Entertainment ได้รับเงิน 10% คิดเป็นเงิน 20 ล้านวอน (ประมาณ 545,000 บาท) และแบ่งเงินส่วนนี้ให้กับผู้บริการ A, B และ C

แล้วคนเหล่านี้คือใคร?

จากรายงานของดิสแพท ระบุว่า ซีอีโอควอนจินยองเป็นคนตัดสินใจว่าใครจะได้รับส่วนแบ่ง 3% จากค่าธรรมเนียมส่วนเกินนี้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 ความลับเรื่องเงิน 3% ถูกค้นพบ และจากนั้นจนถึงปี 2019 ผู้บริหารของ HOOK Entertainment ได้แก่ A, B และ อดีตผู้บริหาร C จะแบ่งเงินส่วนนี้เข้ากระเป๋าตัวเองคนละ 1%

จากนั้นเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ผู้บริหาร C ถูกให้ออกจากกลุ่มนี้ และ D ถูกเพิ่มเข้ามาในกลุ่มแทน D เป็นเพื่อนสมัยมัธยมของซีอีโอควอนจินยอง และได้รับส่วนแบ่ง 1% จากเงิน 3% จนถึงเดือนตุลาคม ปี 2020

หลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2020 F สมาชิกในครอบครัวของนักร้องอีซอนฮี (ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับ HOOK Entertainment) ถูกเพิ่มเข้ามาในกลุ่มแทนที่ D และผู้บริหาร A,B และ F ได้ส่วนแบ่งกันไปคนละ 1% จนถึงเดือนมีนาคม ปี 2022

เดือนมิถุนายน ปี 2022 E เพื่อนของซีอีโอควอนจินยอง เข้ามาแทนที่ F ว่ากันว่า E เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือซีอีโอควอนจินยอง และเคยเป็นอดีตพนักงานของแบรนด์ Louis Vuitton

นอกจากอีซึงกิแล้ว ยังมีคนดังคนอื่นที่ถูกฉ้อโกงและยักยอกเงินในลักษณะเดียวกัน โดยสัญญาของนักแสดงทั้ง ยอนยอจอง, อีซอจิน และ พัคมินยอง ต่างระบุว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมบริษัท 10% เช่นกัน และ HOOK Entertainment ได้จ่ายค่าธรรมเนียมให้บริษัทอื่นเป็นจำนวน 7% และเก็บ 3% เข้ากระเป๋าตัวเองเช่นกัน

1% จากค่าธรรมเนียมส่วนเกินที่ได้จากงานถ่ายแบบเฟอร์นิเจอร์ของ ยอนยอจอง เข้ากระเป๋า F สมาชิกในครอบครัวของ อีซอนฮี

1% จากค่าธรรมเนียมส่วนเกินที่ได้จากโฆษณาเครื่องนวดของพัคมินยอง เข้ากระเป๋า E เพื่อนของซีอีโอควอนจินยอง

เมื่อคำนวณแล้ว ผู้บริหาร A ได้เงินจากส่วนนี้ไปทั้งสิ้น 600 ล้านวอน (ประมาณ 16.3 ล้านบาท), ผู้บริหาร B และ C ได้ไปทั้งสิ้น 400 ล้านวอน (ประมาณ 10.9 ล้านบาท), D เพื่อนของซีอีโอควอนจินยอง ได้เงินไป 50 ล้านวอน (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) ในขณะที่ F สมาชิกในครอบครัว อีซอนฮี ได้เงินไปทั้งสิ้น 130 ล้านวอน ประมาณ 3.5 ล้านบาท)

รวมแล้วมีคนทั้งหมด 6 คนที่ได้เงินส่วนนี้ซึ่งมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 1.80 พันล้านวอน (ประมาณ 49 ล้านบาท) จากศิลปินในสังกัดของ HOOK Entertainment

อย่างไรก็ตามผู้บริหาร A,B และ C บอกว่าเงิน 1% ดังกล่าวเป็นค่าคอมมิชชั่นในการตกลงธุรกิจ แต่ดิสแพทตั้งคำถามว่า หากเป็นเช่นนั้นจริง เงินจำนวนนี้ควรจะเป็นคนที่จ่ายให้ และสำหรับเพื่อน D,E และ สมาชิกครอบครัว F ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทเลย ดิสแพทสรุปว่านี่คือการยักยอกเงินอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้

ที่มา Dispatch