ไม่แผ่วเลยสำหรับผลงานของวงการบันเทิงเกาหลีในปี 2021 ทั้งเคป็อปไปจนถึงซีรีส์เกาหลี และในปีนี้เราสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงไปของวงการซีรีส์เกาหลีในปี 2021และนี่คือ 5 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปของวงการซีรีส์เกาหลีในปี 2021!

1.แนวยอดนิยม – แก้แค้น และ เอาตัวรอด

สำหรับปี 2021 มีซีรีส์แนวล้างแค้นและเอาตัวรอดให้ชวนลุ้นระทึกกันหลายเรื่องมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "Vincenzo", "Taxi Driver", "The Devil Judge", "My Name", "The Penthouse: War in Life" (ซีซั่น 2 และ 3), "Reflection of You", "Sisyphus: The Myth", "Happiness", "Dark Hole" และเรื่องที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคงต้องยกให้ "Squid Game"

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้ผู้ชมเข้าถึงซีรีส์ที่สะท้อนเรื่องราวความยากลำบากที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลกในขณะนี้ ซีรีส์ทำให้ผู้ชมได้ผ่อนคลายผ่านการกระทำของตัวละคร ทั้งระบากความโกรธ ความเศร้า และความไม่พอใจระหว่างช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสนี้

2.แพลตฟอร์มใหม่ ความต้องการจากทั่วโลก

ซีรีส์เกาหลีสามารถรับชมได้ทางแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดบริการมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Amazon Prime Video, iQIYI, Viu, Rakuten Viki, Kocowa และอีกมากมาย เป็นอีกช่องทางในการพัฒนาคอนเท้นท์เกาหลี แต่ละแพลตฟอร์มลงทุนในซีรีส์ออริจินอลของตัวเอง ทั้ง Wavve ที่ปล่อยซีรีส์เรื่อง You Raise Me Up นำแสดงโดย ยุนชียุน (Yoon ShiYoon), ฮานิ (Hani) วง EXID และ พัคกีอุง (Park KiWoong) รวมถึง TVING ที่มีแผนจะทำเรื่อง Yumi's Cells หลายซีซั่น

KakaoTV ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2020 ก็มีเว็บดราม่าหลายเรื่องน่าสนใจทั้ง "A Love So Beautiful", "Lovestruck In The City", "Love Revolution” และเมื่อธันวาคม ปี 2020 แพลตฟอร์ม Coupang Play ก็เพิ่งเปิดตัว

Coupang Play เปิดตัวซีรีส์ออริจินอลซีรีส์เรื่องแรกของตัวเอง One Ordinary Day ในปี 2021 นำแสดงโดยนักแสดงระดับท็อปทั้ง คิมซูฮยอน (Kim SooHyun) และ ชาซึงวอน (Cha SeungWon) นอกจากนี้ยังสามารถรับชมเรื่อง Saturday Night Live Korea (เดิมออกอากาศทาง tvN) ได้ทางแพลตฟอร์มนี้อีกด้วย

อีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่หันมาตีตลาดคอนเท้นท์เกาหลีคือ Apple TV+ ที่เพิ่งออกอากาศซีรีส์ออริจินอลภาษาเกาหลีเรื่องแรก Dr. Brain นำแสดงโดย อีซอนกยุน (Lee SunKyun) จากเรื่อง Parasite นอกจากนี้ Apple TV+ ยังเตรียมจะเปิดตัวซีรีส์เรื่อง Pachinko ที่ได้ อีมินโฮ (Lee MinHo) อีกหนึ่งพระเอกระดับท็อปของวงการบันเทิงเกาหลีมารับบทนำ นอกจากนี้ในปี 2022 Disney+ Korea จะปล่อยซีรีส์เรื่อง Rookies ผลงานการแสดงของ คังแดเนียล (Kang Daniel) และ แชซูบิน (Chae SooBin) ออกมาด้วย เรียกได้ว่าทุกแพลตฟอร์มต่างแข่งขันคอนเท้นท์เกาหลีกันเต็มที่เลยทีเดียว

3.นักแสดงหน้าใหม่ที่กลายเป็นที่รู้จักระดับโลก

ยกตัวอย่างซีรีส์เรื่อง Squid Game ของ Netflix ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก เรื่องนี้ทำให้นักแสดงในเรื่องหลายคนเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วถึงแม้พวกเขาจะเป็นนักแสดงหน้าใหม่ก็ตาม

จองโฮยอน (Jung HoYeon) ที่เดบิวต์การแสดงในเรื่อง Squid Game กลายเป็นนักแสดงที่ผู้ชมทั่วโลกตกหลุมรักในชั่วข้ามคืนกับบน คังแซบยอก ที่เธอแสดงในเรื่อง เธอมีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมมากกว่า 20 ล้านฟอลโลเวอร์ และนำ ไอยู (IU) ไปแล้ว นอกจากนี้ อียูมี (Lee YooMi) นักแสดงที่รับบท จียอง ทำให้ผู้ชมหันมาให้ความสนใจเธอมากขึ้นได้จากเรื่อง Squid Game เช่นกัน รวมถึง วีฮาจุน (Wi HaJun) นักแสดงชายที่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกตกหลุมรักในความเท่ของเขา ก็กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงจากซีรีส์เรื่องนี้ รวมทั้ง อนุพัม ตรีพาติ (Anupam Tripathi) ที่เป็นการเปิดโอกาสให้นักแสดงที่ไม่ใช่ชาวเกาหลีได้โดดเด่นในซีรีส์เกาหลี

ผู้ชมต่างพากันจับตามองผลงานเรื่องต่อไปของนักแสดงจากเรื่องที่สนใจก่อนหน้า นั่นทำให้กระแสซีรีส์เกาหลีมีอยู่อย่างต่อเนื่องเรื่อย วีฮาจุนเองก็กำลังจะมีผลงานเรื่องใหม่ชื่อว่า Bad and Crazy ซึ่งเรื่องนี้เขาได้ร่วมงานกับ อีดงอุค (Lee DongWook) และ อียูมี ก็กำลังจะมีผลงานเรื่อง All Of Us Are Dead ทาง Netflix เช่นกัน

นอกจากนี้ซีรีส์เกาหลีทั้ง Hometown Cha-Cha-Cha, The King's Affection และ Hellbound ก็สามารถขึ้นท็อปของซีรีส์ที่มีผู้ชมรับชมมากที่สุดทั่วโลกบน Netflix ได้อย่างง่ายดาย ผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกได้รู้จักกับนักแสดงชาวเกาหลีและเสน่ห์ของพวกเขามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คิมซอนโฮ (Kim SeonHo), โรอุน (RoWoon) วง SF9 และ บยองชาน (ByungChan) วง VICTON

4.นำเสนอวัฒนธรรมเกาหลีสู่สายตาชาวโลก

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ Squid Game ประสบความสำเร็จคือการเล่าเรื่องในแบบเกาหลี ที่มีเอกลักษณ์และสอดแทรกวัฒนธรรมเกาหลีเข้าไปได้อย่างน่าสนใจด้วยเกมการละเล่นของเด็กเกาหลี เป็นการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับผู้ชมทั่วโลก ทำให้ซีรีส์ที่มีกลิ่นอายความเป็นเกาหลีนั้นน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Hometown Cha-Cha-Cha และ Racket Boys ที่ถ่ายทอดฉากหลังชนบทเกาหลีที่สวยงาม ส่วน D.P. และ Melancholia ก็เล่าถึงความยากลำบากของชีวิตในแบบสมจริง

ในปี 2021 เราจะเห็นได้ว่ามีซีรีส์ย้อนยุคเกาหลีมากขึ้นเช่นกัน ทั้งเรื่อง River Where The Moon Rises แ หรือจะเป็นซีรีส์แฟนตาซีที่เล่าเรื่องตำนานพื้นบ้านและความเชื่อของเกาหลีทั้ง My Roommate Is A Gumiho และ Doom At Your Service

5.ดาร์คฮีโร่ และสังคมเสื่อมโทรม

ปี 2021 คือปีที่ตัวเอกของซีรีส์หลายเรื่องกลายเป็น ดาร์คฮีโร่ ทั้ง ซงจุงกิ (Song JoongKi) ในบท วินเซนโซ่, อีเจฮุน (Lee JeHoon) ในบท คิมโดกี และ จีซอง (Ji Sung) ในบท คังโยฮัน ทำให้ผู้ชมตกหลุมรักในเสน่ห์เหลือร้ายของตัวเอกเหล่านี้

สังคมแบบดิสโทเปีย เป็นสิ่งที่ถูกหยิบยกมาเล่าในซีรีส์เกาหลีในปีที่ผ่านมาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องโรคระบาด ใน Happiness, ความเสื่อมโทรมของกฎหมายใน The Devil Judge, ความไร้มนุษยธรรมของมนุษย์ใน Hellbound และช่วงเวลาที่โกลาหลใน Sisyphus: The Myth เป็นเรื่องราวที่สะท้อนความจริงของโลกในปัจจุบันแบบที่เลวร้ายสุดขั้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น