(สำนักข่าว Yonhap, โซล วันที่ 31 มกราคม 2563)

นับเป็นวันที่ 11 แล้วหลังจากที่มีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเคสแรกในประเทศเกาหลีใต้ และความกังวลในการติดเชื้อไวรัสตัวใหม่นี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในประเทศ

อีกีอึน คุณแม่ของเด็กน้อยวัย 11 เดือนคือ 1 ในผู้ที่ได้รับผลกระทบ

“เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันยังไม่ค่อยคิดมากเกี่ยวกับโรคติดต่อในครั้งนี้ แต่ในสัปดาห์นี้ฉันเริ่มกังวลกับมันมากขึ้น”

ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าในเกาหลีแล้วทั้งสิ้น 7 ราย

คุณแม่คนดังกล่าวบอกกับสื่อว่า “ฉันก็ยังออกไปข้างนอกกับลูกสาวของฉันนะคะ แต่ว่าใส่หน้ากากอนามัยตลอด และเลือกใช้แทกซี่แทนรถไฟใต้ดิน”

ผู้ปกครองคนอื่นมีความกังวลเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่าเช่นกัน

“เราพยายามหลีกเลี่ยงแหล่งชุมชน และให้ลูกชายใส่หน้ากากอนามัยตลอด รวมถึงล้างมือด้วย” คุณแม่วัย 34 ปี กล่าว

“ฉันเลือกไม่ได้ แต่ก็ต้องส่งเขาไปเนอสเซอรี่” คุณแม่วัยทำงานที่อยากให้ลูกอยู่บ้านมากกว่า

ภาพของเด็กใส่หน้ากากอนามัยมีให้เห็นคุ้นตามากขึ้น รวมถึงการไอและจามบนรถโดยสารสาธารณะจะทำให้คุณถูกมองอย่างระแวงจากผู้คนรอบข้าง

หน้ากากอนามัยขายหมดเกลี้ยง ลูกค้าบางคนออกมาเรียกร้องหลังจากมีร้านค้าหลายร้านขึ้นราคาสินค้าจำเป็นชนิดนี้

มาตรการอื่นๆในเกาหลียังรวมถึงการขยายช่วงวันหยุดยาวให้นานขึ้น เพื่อที่จะลดอัตราการสัมผัสกับเชื้อโคโรน่าของนักเรียน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โรงเรียนประถม 7 แห่งในโซลได้ขยายวันหยุดยาวและโรงเรียนประถม 2 แห่งที่อยู่ใกล้ศูนย์คัดกรองผู้เดินทางจากอู่ฮั่นได้ปรับเปลี่ยนตารางวันหยุดของโรงเรียนเช่นกัน

การระบาดของไวรัสโคโรน่าครั้งนี้ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการจัดงานปฐมนิเทศและพิธีจบการศึกษาในเกาหลี แทนที่จะให้นักเรียนมารวมตัวกันในหอประชุม โรงเรียนได้ทำการถ่ายทอดสดพิธีในห้องเรียนของนักเรียนแต่ละห้อง และไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าร่วมงาน

มหาวิทยาลัย Sungkyunkwan ยกเลิกงานรับน้องใหม่

“ผมเข้าใจการตัดสินใจของโรงเรียน แต่ก็ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ ผมรอคอยที่จะได้เจอนักเรียนคนอื่นและได้ทำความรู้จักกับสถานที่เรียนใหม่ แต่เราไม่มีโอกาสทำแบบนั้นในปีนี้” นายอี นักศึกษาวัย 20 ซึ่งในปีนี้เขาเริ่มเข้าเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นปีแรก

นอกจากความกังวลจากเชื้อไวรัสแล้ว อีกสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือข่าวปลอมเกี่ยวกับโรคระบาดในครั้งนี้

รัฐบาลได้ออกมาสัญญาว่าจะดูแลเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบและจะมีการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยข่าวปลอม

เมื่อวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดี มุนแจอิน ได้ออกมาเตือนผู้ปล่อยข่าวปลอมว่า “เป็นการกระทำผิดอาญาร้ายแรง” เพราะสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน

ที่มา https://en.yna.co.kr

แปลโดย https://www.popcornfor2.com