มินฮีจิน (Min Hee Jin) ชนะ 2 คดีสำคัญในศึกกฎหมายกับ HYBE ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีคำพิพากษาให้อดีตซีอีโอของ ADOR ชนะในคดีที่เกี่ยวข้องกับสัญญาผู้ถือหุ้นและการใช้สิทธิขายหุ้นคืน โดยศาลมีคำสั่งให้บริษัทจ่ายเงินค่าหุ้นรวมประมาณ 2.5หมื่นล้านวอน (ราว 539 ล้านบาท)
ศาลชี้ HYBE ยกเลิกสัญญาไม่ชอบด้วยเหตุผล
ก่อนหน้านี้ มินฮีจินได้แจ้งต่อ HYBE ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 ว่าจะใช้สิทธิขายหุ้น ADOR คืนให้บริษัท โดยอ้างอิงจากรายงานตรวจสอบบัญชีในขณะนั้น มูลค่าที่เธอควรได้รับอยู่ที่ประมาณ 2.6หมื่นล้านวอน
อย่างไรก็ตาม HYBE โต้แย้งว่าได้ยกเลิกสัญญาผู้ถือหุ้นไปแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ทำให้การใช้สิทธิขายหุ้นคืน (put option) ไม่มีผล
ศาลพิจารณาว่า แม้มินฮีจินจะมีการเตรียมแนวทางบริหาร ADOR อย่างเป็นอิสระ และอาจคาดการณ์ถึงความล้มเหลวในการเจรจาสัญญา แต่การกระทำดังกล่าว ไม่ถือเป็นการละเมิดสัญญาอย่างร้ายแรง ซึ่งตามเงื่อนไขต้องมีการฝ่าฝืนที่ชัดเจนและมีนัยสำคัญจึงจะยกเลิกสัญญาได้
ศาลยังระบุว่า ข้อความ KakaoTalk ที่ HYBE นำมาเป็นหลักฐานนั้น ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์การละเมิดร้ายแรงตามข้อตกลงผู้ถือหุ้น
ต้องจ่ายผู้บริหารคนอื่นเพิ่มเติม
นอกจากเงินค่าหุ้นของมินฮีจินแล้ว ศาลยังสั่งให้ HYBE จ่ายเงิน 1.7 พันล้านวอนให้ผู้บริหารชิน และ จ่ายเงิน 1.4 พันล้านวอนให้ผู้บริหารคิม ซึ่งเป็นอดีตรองประธานและอดีตผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ อีกทั้ง HYBE ต้องรับผิดชอบค่าดำเนินคดีทั้งหมด
ประเด็น “ดึงตัว NewJeans” และ ILLIT
HYBE เคยอ้างว่ามินฮีจินพยายาม “พา NewJeans ออกไป” และสร้างความเสียหายแก่บริษัท พร้อมทั้งแจ้งยกเลิกสัญญาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ทำให้การใช้สิทธิขายหุ้นคืน (Put Option) ของเธอหมดไปแล้ว
ศาลเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของเธอเป็นส่วนใหญ่ และระบุว่า แม้เธอจะเคยพิจารณาความเป็นอิสระของ ADOR แต่ยังไม่ถือเป็นการละเมิดหน้าที่อย่างร้ายแรง
ในประเด็นที่มีการกล่าวหาว่า ILLIT ลอกเลียนแบบ NewJeans ศาลชี้ว่า HYBE เองเป็นผู้ส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ NewJeans ให้กับ BELIFT LAB และการกล่าวถึง “ความคล้ายคลึง” เป็นเพียงความเห็นหรือการประเมินค่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นการละเมิด

มินฮีจินแถลงการณ์ผ่านต้นสังกัด OOAK Records
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ มินฮีจินได้เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านต้นสังกัด OOAK Records โดยแสดงความขอบคุณต่อศาลที่มีคำตัดสิน เธอกล่าวว่า
“ฉันขอขอบคุณผู้พิพากษาอย่างจริงใจที่ได้ตัดสินถูกผิดอย่างเป็นธรรมหลังจากการพิจารณาคดีอันยาวนาน”
“และฉันขอขอบคุณจากใจต่อทุกคนที่เชื่อมั่นและให้การสนับสนุนฉันมาตลอดช่วงเวลานี้”
เมื่อย้อนมองข้อพิพาทที่ยาวนานเกือบสองปี มินฮีจิน กล่าวว่าเธอได้เรียนรู้อะไรมากมาย
“ก่อนเกิดความขัดแย้ง ฉันทำงานอย่างไม่หยุดพัก แทบจะเรียกได้ว่าหมกมุ่น แต่ฉันไม่คิดว่าตัวเองได้สนุกกับสิ่งที่ทำจริง ๆ”
“น่าแปลกที่ผ่านข้อพิพาทครั้งนี้ ฉันกลับคิดได้ว่าฉันรักงานของตัวเองมากแค่ไหน และมันมีคุณค่าต่อฉันเพียงใด”
เธออธิบายว่าการต่อสู้ทางกฎหมายครั้งนี้เป็น
“เส้นทางที่มีความหมายในการปกป้องแก่นแท้ของการสร้างสรรค์และการผลิต”
มินฮีจิน ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในวงกว้างของคำตัดสินครั้งนี้ โดยกล่าวว่า
“ฉันหวังว่าคำตัดสินนี้จะเป็นโอกาสให้วงการเคป๊อปได้ตระหนักอีกครั้งว่าข้อตกลงและคำสัญญามีความสำคัญและจริงจังเพียงใด”
เธอกล่าวถึงแฟน ๆ เพิ่มเติมว่า
“ฉันอยากยุติข้อพิพาทที่ทำให้เหนื่อยล้าในชีวิตของฉัน และจะทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับงานที่ฉันรักที่สุด คือการสร้างวัฒนธรรมใหม่และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น”
HYBE เตรียมอุทธรณ์
ภายหลังคำพิพากษา HYBE แถลงว่า
“เรารู้สึกเสียใจที่ข้อโต้แย้งของเราไม่ได้รับการยอมรับอย่างเพียงพอ”
พร้อมเสริมว่าจะตรวจสอบคำพิพากษาฉบับเต็ม และเตรียมดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายเพิ่มเติม รวมถึงการยื่นอุทธรณ์
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด เป็นหนึ่งในคดีที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของวงการ K-pop โดยมินฮีจินยืนกรานว่าสัญญาถูกยกเลิกอย่างไม่เป็นธรรม และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการพยายามควบคุมการบริหาร รวมถึงประเด็น “การแทรกแซง” ที่เกี่ยวข้องกับ NewJeans
ในการไต่สวน เธอเดินทางมาศาลด้วยตัวเองถึง 3 ครั้งเพื่อให้ปากคำ
คดีนี้นับเป็นหนึ่งในข้อพิพาทที่ใหญ่ที่สุดของวงการ K-pop และอาจมีผลกระทบต่อโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับค่ายย่อยในอนาคต
คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของมินฮีจิน และอาจส่งผลสะเทือนต่อโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่กับผู้บริหารค่ายย่อยในอุตสาหกรรม K-pop ต่อไป
