พ่อตาของนักแสดงชื่อดัง อีซึงกิ (Lee Seung Gi) และพวก ถูกส่งฟ้องศาลจากการทำผิดข้อหาปั่นราคาหุ้นของบริษัทในตลาด KOSDAQ ทั้งหมด 3 แห่ง และกอบโกยกำไรอย่างผิดกฎหมายไปราว 2 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 520 ล้านบาท)
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม สำนักงานอัยการเขตโซลใต้ประกาศว่า มีผู้ต้องหาทั้งหมด 13 รายที่ถูกฟ้องในคดีนี้ รวมถึง 8 รายที่ถูกจับกุม โดยมีข้อหาเกี่ยวกับการละเมิดพระราชบัญญัติการลงทุนทางการเงินและตลาดทุน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พ่อตาของอีซึงกิ
กลุ่มนี้ถูกกล่าวหาว่าได้ปั่นราคาหุ้นของบริษัท Jungang Advanced Materials (บริษัทผลิตวัสดุสำหรับแบตเตอรี่สำรอง) เป็นเวลาประมาณ 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 โดยสามารถดันราคาหุ้นจาก 490 วอน เป็น 5,850 วอน (12.78 บาท ขึ้นไปเป็น 153.30 บาท ต่อหุ้น) ทำกำไรโดยมิชอบประมาณ 14,000 ล้านวอน (ประมาณ 365 ล้านบาท)
หลังจากนั้น กลุ่มเดียวกันหันไปเล่นงานบริษัทด้านพลังงานหมุนเวียน Quantapia โดยปล่อยข่าวลวงว่าได้รับการลงทุนมูลค่า 1 แสนล้านวอน (ประมาณ 2,379.73 ล้านบาท) เพื่อทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้น และทำกำไรอีกประมาณ 6 พันล้านวอน (ประมาณ 142.46 ล้านบาท)
เมื่อหุ้นของ Quantapia ถูกสั่งระงับการซื้อขายในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 พ่อตาของลีซึงกิถูกกล่าวหาว่าได้จ่ายสินบนล่วงหน้า 30 ล้านวอน (ประมาณ 728,860 บาท) ให้แก่อดีตเจ้าหน้าที่อัยการ พร้อมให้คำมั่นว่าจะจ่ายเพิ่มอีก 1,000 ล้านวอน (ประมาณ 23 ล้านบาท) หากสามารถช่วยยกเลิกคำสั่งระงับการซื้อขายได้ ทำให้เขาเผชิญข้อหาเพิ่มเติมในการละเมิดกฎหมายทนายความ
อัยการยังเผยอีกว่า พ่อตาของอีซึงกิเป็นผู้นำในการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือ อีอินกวาง (ประธาน ESMO และบุคคลสำคัญในคดีอื้อฉาวของ Lime Asset Management) หลบหนีออกนอกประเทศ
ทั้งสองยังถูกกล่าวหาว่าร่วมกันปั่นราคาหุ้นของบริษัท Xcure (ผู้ผลิต USIM) โดยปล่อยข่าวเท็จเกี่ยวกับโครงการ AI Robot เพื่อพยุงราคาหุ้นจากการระงับการซื้อขายก่อนหน้า และจากการสืบสวนพบว่า อีอินกวาง ได้กำไรประมาณ 100 ล้านวอน (ประมาณ 23 ล้านบาท) จากการใช้ข้อมูลวงในเพื่อให้ผู้อื่นซื้อหุ้นแทน
เจ้าหน้าที่อัยการรายหนึ่งกล่าวว่า “แทบไม่เคยพบกลุ่มปั่นหุ้นที่กระทำผิดซ้ำซากและครอบคลุมทุกพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติตลาดทุน ทั้งการปั่นราคา การทำธุรกรรมฉ้อโกง และการใช้ข้อมูลภายใน การกระทำของพวกเขาเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือของตลาดทุน”
ขณะเดียวกัน อีซึงกิ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 29 เมษายนว่า
“ผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการกระทำผิดกฎหมายของพ่อตา เหตุการณ์นี้ได้ทำลายความไว้วางใจในครอบครัวของผมอย่างไม่อาจเยียวยาได้ หลังจากพิจารณาอย่างยาวนานและเจ็บปวด ผมจึงตัดสินใจ ตัดขาดความสัมพันธ์กับครอบครัวภรรยา”
ที่มา (1)
