Hwayi: A Monster Boy

อีจุนดง ประธานบริษัทไฟน์เฮาส์ฟิล์ม และเป็นน้องชายของผู้กำกับชื่อดัง อีชางดง ออกมาแสดงจุดยืน ปกป้องนักแสดงโจจินอุง หลังอีกฝ่ายประกาศวางมือจากวงการบันเทิง

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2025 อีจุนดงได้โพสต์ภาพนิ่งจากภาพยนตร์ Hwayi: A Monster Boy ซึ่งเขาเป็นผู้ผลิต และโจจินอุงรับบทนำ พร้อมข้อความว่า

“การถูกตีตราครั้งหนึ่ง หมายความว่าต้องถูกตีตราไปตลอดชีวิตหรือ?”

เขาเล่าต่อว่า คืนก่อนหน้าเขาฝันเห็นโจจินอุง “ใบหน้าแดงก่ำ ดูอ่อนล้าอย่างหนัก แถมยังมีเลือดและบาดแผลบนใบหน้า เหมือนถูกทำร้ายหรือไปมีเรื่องมา”

ด้วยความเป็นห่วงจากประเด็นดราม่าล่าสุด เขาจึงถามในฝันอย่างระมัดระวังว่า “ไปดื่มมาทั้งคืนหรือเปล่า” แต่โจจินอุงกลับไม่พูดอะไร เพียงจุดบุหรี่สูบเงียบ ๆ

อีจุนดงเขียนต่อว่า
“จุดหมายสูงสุดที่สังคมจะไปถึงได้ ผ่านระบบการลงโทษและควบคุมตัว ไม่ว่าจะเพื่อเจ้าตัวหรือเพื่อส่วนรวม ก็คือการที่คนเหล่านั้นออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่ก่ออาชญากรรมอีก และใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ในที่สว่าง”

เขาเสริมว่า “ในขณะนี้ยังมีผู้ต้องขังจำนวนมาก ทั้งในสถานพินิจหรือเรือนจำ ที่กำลังรับโทษและตั้งปณิธานว่า ‘เมื่อออกไปแล้ว จะใช้ความผิดในอดีตเป็นเส้นเตือนใจ ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์วันต่อวัน’ แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร ใจผมอึดอัดเหลือเกิน”

จากนั้นเขาตั้งคำถามกับสังคมว่า
“สังคมของเราจัดพิธีบูชายัญล่าแม่มดบ่อยเกินไป เราฆ่าอีซอนกยุน ฆ่าซอลลี่ ฆ่ามากวังซู ฆ่าคอมมิวนิสต์ แล้วสังคมของเราดีขึ้น สุขภาพดีขึ้นตรงไหน?”

อีจุนดงกล่าวอย่างเผ็ดร้อนว่า
“พอคนเริ่มลืม เราก็เอาเครื่องสังเวยขึ้นมาใหม่ ปลุกความคลั่งอีกครั้ง พิธีกรรมบ้าคลั่งแบบนี้มันน่าเบื่อเกินทน”

พร้อมย้ำว่า

“ผมไม่รู้ว่าโจจินอุงนอกจากโทษที่เขารับไปแล้ว ยังมีความผิดอื่นอีกหรือไม่ และอาจมีผู้เสียหายที่ยังไม่หลุดพ้นจากบาดแผลอยู่ก็ได้ หากมีแม้เพียงนิดเดียว ผมหวังว่าเขาจะขอโทษจากใจจริง และหากยังไม่ได้ทำ ก็ขอให้ทำ ผมรู้จักเขาดี เขาเป็นคนที่ทำแบบนั้นได้แน่นอน”

ทั้งนี้ อีจุนดงเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์หลายเรื่อง อาทิ Never Forever, A Quiet Dream และ Hwayi: A Monster Boy โดยเขาสนิทกับโจจินอุงตั้งแต่ร่วมงานกันในภาพยนตร์ Hwayi เมื่อปี 2012

ด้านโจจินอุง ได้ประกาศ อำลาวงการเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2025 หลังมีการเปิดเผยว่าเขาเคยกระทำความผิดร้ายแรงในสมัยเป็นนักเรียน เช่น การทำร้ายร่างกายและปล้นทรัพย์ จนได้รับมาตรการคุ้มครองจากศาลเยาวชน ทางต้นสังกัดยอมรับว่าเป็นความจริงในช่วงที่เขายังเป็นผู้เยาว์ แต่ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับคดีล่วงละเมิดทางเพศ

เมื่อกระแสสังคมรุนแรงขึ้น โจจินอุงได้ออกแถลงการณ์ว่า

“ผมขอโทษจากใจจริงต่อทุกคนที่เชื่อมั่นและสนับสนุนผม จากเหตุการณ์อันไม่เหมาะสมในอดีตของผม นี่คือความรับผิดชอบและสิ่งที่ผมควรทำต่อความผิดพลาดที่ผ่านมา”

ก่อนตัดสินใจประกาศวางมือจากวงการบันเทิง

ที่มา fn