ซากุระ (Sakura) และคาซึฮะ (Kazuha) สมาชิกวง Le Sserafim ออกมาเปิดใจถึงความรู้สึกท่วมท้นหลังการแสดงที่โตเกียวโดม หนึ่งในสถานที่แสดงที่มีความหมายทางสัญลักษณ์ที่สุดของญี่ปุ่น วงได้จัดคอนเสิร์ตอังกอร์ในทัวร์ “Easy Crazy Hot” ที่โดมเมื่อวันที่ 18 และ 19 พฤศจิกายน เพียงสามปีหลังจากเดบิวต์
โตเกียวโดมถูกมองว่าเป็นมาตรฐานของความสำเร็จระดับเมนสตรีมในญี่ปุ่น และเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับศิลปินและมีเพียงไม่กี่คนที่ได้ขึ้นแสดงบนเวทีนี้ สำหรับซากุระและคาซึฮะที่เกิดและเติบโตในญี่ปุ่น ความสำเร็จครั้งนี้ยิ่งมีความหมายส่วนตัวอย่างมาก
ซากุระซึ่งเคยขึ้นแสดงที่โตเกียวโดมมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยเป็นสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปในญี่ปุ่น เล่าว่าช่วงเวลานั้นรู้สึกเหนือจริงอย่างยิ่ง
“ครั้งสุดท้ายที่ฉันยืนบนเวทีนี้คือเมื่อ 11 ปีก่อน”
เธอกล่าว “ตอนนั้นฉันยังไม่เข้าใจเลยว่าที่นี่มีความหมายมากแค่ไหน ฉันจำได้เพียงว่ามองตามหลังรุ่นพี่เท่านั้น แต่ตอนนี้เมื่อได้กลับมายืนบนที่เดิมอีกครั้งหลังผ่านมา 11 ปี อารมณ์ความรู้สึกมากมายก็ย้อนกลับมา ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองเข้าใจแล้วว่ารุ่นพี่ในวันนั้นรู้สึกอย่างไร”
เมื่อมองย้อนกลับไปในเส้นทางไอดอลกว่า 14 ปี ซากุระยอมรับว่าเธอเคยสงสัยว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรหากเลือกเส้นทางอื่น
“ฉันทำความฝันหลายอย่างให้สำเร็จในช่วง 14 ปีนี้ แต่ฉันก็ต้องละทิ้งอะไรไปมากมายเช่นกัน”
เธอกล่าว “แต่ถ้าภาพตรงหน้ากำลังรออยู่หลังผ่านความยากลำบากทั้งหมด ฉันก็ยังจะเลือกเส้นทางไอดอลอีกครั้ง แม้ต้องเกิดใหม่ก็ตาม”
ด้วยน้ำตาคลอ เธอขอบคุณแฟนๆ ที่สนับสนุนเส้นทางอันยาวนานของเธอ “ขอบคุณที่ทำให้คนอย่างฉันกลายเป็นไอดอลที่ฉันสามารถภูมิใจได้ หวังว่า Le Sserafim จะเป็นแม้เพียงความสุขเล็กๆ ในชีวิตของพวกคุณ น้ำตาวันนี้เป็นน้ำตาแห่งความสุขค่ะ”
ด้านคาซึฮะ เล่าถึงความทรงจำที่เกิดขึ้นหลังจากได้พบพ่อคนหนึ่งที่เข้าร่วมอีเวนต์ลายเซ็นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งสร้างความประทับใจเพราะสะท้อนถึงวัยเด็กของเธอเอง
“เขาบอกฉันว่า ‘ผมจะไปคอนเสิร์ตกับลูกสาวที่กำลังฝึกบัลเลต์อย่างหนัก เราตื่นเต้นมาก’” เธอเล่า “ตอนเด็กๆ ฉันก็ดูคอนเสิร์ตในช่วงที่ฉันทุ่มเทให้กับบัลเลต์เหมือนกัน และฉันไปกับพ่อ อาจเป็นเพราะแบบนั้นเลยรู้สึกพิเศษมาก”
สำหรับคาซึฮะ การได้แสดงที่โตเกียวโดมเหมือนเป็นจุดที่วงกลมชีวิตหมุนกลับมาบรรจบอีกครั้ง “มันช่างน่าทึ่งที่ตอนนี้มีใครบางคนที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกับช่วงที่ฉันเริ่มฝันอยากขึ้นแสดง กำลังจะมาดูคอนเสิร์ตของเราในสถานที่ใหญ่เท่าโตเกียวโดมแบบนี้”
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่าแม้จะรู้ว่าตนเองยังมีหลายด้านที่ต้องพัฒนา แต่ก็ยังตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะเติบโตต่อไป
“ฉันโชคดีที่ได้มายืนบนเวทีใหญ่แบบนี้อย่างรวดเร็ว เพราะมีเพื่อนร่วมวงที่ยอดเยี่ยมทั้งสี่คน ฉันยังต้องปรับปรุงอีกมาก และจะพยายามให้หนักขึ้น หวังว่าการเห็นฉันเติบโต จะช่วยให้คุณกล้าก้าวไปข้างหน้าในชีวิตของคุณเอง”
คอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมของ Le Sserafim ถือเป็นบทสรุปของเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกของวง ซึ่งเริ่มที่อินชอนในเดือนเมษายน และเดินทางพบแฟนๆ ทั่วญี่ปุ่น เอเชีย และอเมริกาเหนือจนถึงเดือนกันยายน การไต่ระดับความสำเร็จของพวกเธอ — จากเดบิวต์จนถึงเวทีโตเกียวโดมในเพียงสามปี — ได้กลายเป็นประเด็นพูดคุยอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยแฟนๆ มากมายเรียกมันว่า “ช่วงเวลาชีวิตที่เติมเต็ม” สำหรับสมาชิกชาวญี่ปุ่นของวง
Le Sserafim ยังคงเติบโตในเวทีระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ฟังยุค MZ ด้วยการแสดงอันโดดเด่นและวัฒนธรรมแฟนคลับที่แข็งแรง

