ไลควานลิน (Lai Kuan Lin) อดีตสมาชิกวง Wanna One ออกมาเปิดใจถึงเส้นทางชีวิตหลังตัดสินใจอำลาวงการบันเทิงเกาหลี พร้อมเผยความรู้สึกที่ยังคงผูกพันกับประเทศเกาหลี
การเปิดใจครั้งนี้เกิดขึ้นในรายการ “Wanna One Go” ทาง Mnet Plus ตอนที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเขาได้กลับมาเจอกับ ฮาซึงอุน (Ha Sung Woon) อีกครั้งที่สนามบินปักกิ่ง ท่ามกลางความสนใจของแฟน ๆ และสมาชิก Wanna One คนอื่น ๆ ที่รับชมโมเมนต์นี้ผ่านหน้าจอ
———
จากไอดอลสู่ผู้กำกับภาพยนตร์
หลังจากออกจากวงการบันเทิงเกาหลี ไล่กว้านหลินได้เริ่มต้นเส้นทางใหม่ในประเทศจีน โดยปัจจุบันทำงานในบริษัทโปรดักชันภาพยนตร์ และกำลังเรียนรู้ด้านการเขียนบท รวมถึงสร้างผลงานหนังสั้น
เขาเผยว่า
“ตอนนี้ผมรู้สึกมั่นคง เพราะมีเงินเดือน และผมชอบชีวิตในตอนนี้มาก ผมชอบตัวเองในเวอร์ชันที่ค่อย ๆ เติบโตไปทีละขั้น มากกว่าการประสบความสำเร็จเร็วเกินไปในฐานะนักร้อง”

———
ชีวิตในปักกิ่ง และความคิดถึงเกาหลี
ไล่กว้านหลินยังเล่าถึงช่วงแรกที่ย้ายไปอยู่ปักกิ่งว่า เขาต้องปรับตัวอย่างมาก เพราะไม่มีทั้งเพื่อนและครอบครัวอยู่ใกล้ตัว
“ตอนผมมาอยู่ปักกิ่งใหม่ ๆ ไม่มีใครเลย ผมคิดถึงอาหารเกาหลีมาก แต่ไม่มีคนให้ถาม เลยต้องทำกินเอง”
เมื่อ Ha Sung Woon ชื่นชมว่าเขายังคงพูดภาษาเกาหลีได้คล่อง เจ้าตัวก็ยอมรับตรง ๆ ว่า
“เป็นเพราะผมยังมีความรู้สึกผูกพันกับเกาหลีอยู่”
———
ความทรงจำที่ไม่มีวันลืม
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่สร้างความประทับใจคือการเปิดเผยรอยสักบนแขน ซึ่งมีวันที่ “7 สิงหาคม” วันเดบิวต์ของ Wanna One
เขากล่าวว่า
“ถ้ามีวันที่ผมอยากเฉลิมฉลองในชีวิต ผมคิดว่าจะเป็นวันที่ 7 สิงหาคม เพราะมันคือวันที่ความพยายามของผมได้ผลลัพธ์ที่ดี”

———
เส้นทางที่ผ่านมาและจุดเปลี่ยนสำคัญ
ก่อนหน้านี้ ไลควานลินเคยมีข้อพิพาททางกฎหมายกับต้นสังกัดเดิม Cube Entertainment เกี่ยวกับสัญญาผูกขาด ซึ่งสุดท้ายเขาเป็นฝ่ายชนะคดีในปี 2021
หลังจากนั้น เขาเดินหน้าทำกิจกรรมในประเทศจีน และเปิดตัวในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ด้วยผลงานหนังสั้นเรื่อง The Battle of Winter and Summer ในปีเดียวกัน
———
แม้จะก้าวออกจากวงการ K-pop แต่เส้นทางใหม่ของไล่กว้านหลินยังคงเต็มไปด้วยการเติบโตและการค้นหาตัวตน ขณะเดียวกัน ความทรงจำและความผูกพันที่มีต่อเกาหลียังคงอยู่ในใจของเขาเสมอ
เรื่องราวของเขาจึงไม่ใช่เพียงการ “จบ” แต่คือการ “เริ่มต้นใหม่” อย่างมีความหมาย
