เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ควอนมินอาได้โพสต์ข้อความยาวผ่าน Instagram โดยเริ่มต้นว่า
“วันนี้คือวันที่การเดินทางอันยาวนานกว่า 4 ปีได้สิ้นสุดลง”
เธอเล่าว่า ระหว่างเตรียมคดี เธอเคยมีความหวังอย่างมาก เพราะแม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นตั้งแต่ 14 ปีก่อน แต่หากศาลรับรองทั้งข้อหาข่มขืนและทำร้ายร่างกาย ก็อาจทำให้คดียังไม่หมดอายุความ และผู้กระทำผิดอาจได้รับโทษหนัก
อย่างไรก็ตาม เธอเผยว่า
“หลังคำตัดสินถึงศาลอุทธรณ์ ตอนนี้ศาลรับรองข้อหาข่มขืนแล้ว แต่ไม่รับรองข้อหาทำร้ายร่างกาย ทำให้สุดท้ายไม่สามารถลงโทษเพิ่มเติมได้เพราะหมดอายุความ”
แม้ผลลัพธ์จะไม่เป็นไปอย่างที่หวังทั้งหมด แต่มินอากล่าวว่า
“ในฐานะผู้เสียหาย สิ่งสำคัญสำหรับฉันคือการพิสูจน์ว่ามีความผิดหรือไม่ แต่การที่อย่างน้อยหนึ่งข้อหาถูกยอมรับ ก็มีความหมายมากแล้ว อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าคนๆนั้นเป็นคนไม่ดี และฉันจะพยายามพอใจกับผลลัพธ์ในตอนนี้”
เธอยังพูดถึงปฏิกิริยาทางสังคมเมื่อ 18 ปีก่อนว่า
“ตอนนั้นเป็นยุคที่ทุกคนต้องปิดเงียบและซ่อนเรื่องแบบนี้ไว้ แต่ตอนนี้หลายอย่างเปลี่ยนไปแล้ว”
พร้อมส่งข้อความถึงผู้เสียหายคนอื่น ๆ ว่า
“อย่าโทษตัวเอง อย่าหลบซ่อน มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย อยากให้ทุกคนกล้าที่จะส่งเสียง”
มินอายังกล่าวขอบคุณตำรวจและอัยการที่ช่วยเหลือเธอมาตลอด โดยบอกว่า
“ฉันทั้งรู้สึกขอโทษและขอบคุณจริง ๆ ที่ทุกคนแบกรับภาระทางใจแทนฉันและวิ่งไปด้วยกันมาตลอด”
นอกจากนี้ เธอยังเปิดเผยว่า กำลังเตรียมดำเนินคดีอีกคดีหนึ่งอยู่เช่นกัน แต่ยอมรับว่าเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า
“เหมือนกับคดีนี้ ถ้าฉันไม่ลุกขึ้นสู้เองอย่างเต็มที่ ก็ไม่มีใครปกป้องหรือช่วยแทนได้จริง ๆ บางครั้งเลยรู้สึกหมดแรง”
พร้อมเสริมว่า
“มากกว่าการคาดหวังผลลัพธ์ ฉันแค่อยากให้คำพูดของฉันได้รับการยอมรับบ้าง ตอนนี้ฉันจะโฟกัสกับการรักษาตัวเองก่อนนะคะ แค่กำลังเหนื่อยนิดหน่อย เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงมาก”
ท้ายที่สุด เธอทิ้งข้อความว่า
“เหมือนฉันทำการบ้านชิ้นหนึ่งเสร็จแล้ว ตอนนี้รู้สึกโล่งใจ และจะพยายามจัดการการบ้านที่เหลือให้ดีเช่นกัน”
ก่อนหน้านี้ ในปี 2023 ควอนมินอาเคยออกมาเปิดเผยผ่านช่อง YouTube ว่า เธอเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศตอนเรียนมัธยมต้นปี 1
เธอเล่าว่า
“ฉันตามเพื่อนไปที่แห่งหนึ่ง แล้วถูกทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศอยู่นานหลายชั่วโมง”
พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็น “บาดแผลทางใจที่ใหญ่ที่สุด” ของเธอจนถึงทุกวันนี้
ในตอนนั้น เธอไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวการแก้แค้น และต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวมาเป็นเวลานาน
ต่อมา เธอยังเคยพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอีกครั้งผ่าน Instagram Live พร้อมบอกว่า
“มันเป็นบาดแผลที่ลบออกไปง่าย ๆ ไม่ได้”
ที่มา (1)
