นักแสดงอาวุโส คิมยองอ๊ก (Kim Young Ok) เปิดเผยเรื่องราวชีวิตและครอบครัว พร้อมถ่ายทอดมุมมองต่อคุณค่าของการใช้ชีวิต ผ่านรายการบนยูทูบของนักแสดง ยุนมีรา จนกลั้นน้ำตาไม่อยู่
นักแสดงรุ่นใหญ่ชื่อดังของเกาหลี คิมยองอ๊ก วัย 88 ปี ผู้ได้รับฉายา “คุณยายแห่งชาติ” จากผลงานซีรีส์ระดับตำนานอย่าง The Most Beautiful Goodbye in the World, Hometown Cha-Cha-Cha, Squid Game และ King the Land เปิดใจทั้งน้ำตาในรายการวาไรตี้ ถึงความเจ็บปวดจากเหตุการณ์ที่หลานชายประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนพิการ โดยเธอกล่าวว่า “ความทุกข์นี้เจ็บปวดยิ่งกว่าการสูญเสียพ่อแม่เสียอีก”
คิมยองอ๊กเล่าว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อปี 2015 หลานชายของเธอถูกรถชนขณะยืนโบกรถแท็กซี่ริมถนน รถคันที่พุ่งขึ้นมาบนทางเท้าเป็นรถของผู้ขับขี่ เมาแล้วขับ ไม่มีใบอนุญาต และใช้ป้ายทะเบียนปลอม เธอเผยด้วยความโกรธและเจ็บปวดว่า หลานชายเกือบเอาชีวิตไม่รอด กระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง ปอดอ่อนแอ และไม่สามารถขยับช่วงล่างได้ กลายเป็นผู้ป่วยอาการหนัก แม้จะฟื้นคืนสติได้หลังจากโคม่าเป็นเวลาประมาณหนึ่งปี แต่ก็ต้องเผชิญชีวิตบนรถเข็น
ภาระการดูแลตกอยู่ที่ลูกสาวของคิมยองอ๊กเป็นหลัก ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป สุขภาพของลูกสาวกลับทรุดโทรมลงจากการดูแลอย่างต่อเนื่อง ทำให้คิมยองอ๊กตัดสินใจรับหน้าที่ดูแลหลานชายด้วยตัวเอง เธอยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุดในชีวิต
นอกจากนี้ คิมยองอ๊กยังเคยเปิดเผยประสบการณ์ถูกหลอกลวงในอดีต เมื่อครั้งยังสาว เธอถูกเพื่อนสนิทโกงเงินจนแทบหมดตัว ซึ่งกลายเป็นบทเรียนสำคัญ เธอจึงสอนลูกหลานว่า “เงินจะให้ได้เท่าที่ไม่ทำให้ตัวเองลำบาก หากให้แล้วตัวเองต้องขัดสน ทั้งคนและเงินก็จะหายไป” และย้ำว่าปัจจุบันเธอไม่ทำธุรกรรมทางการเงินกับใครอีกเลย
คิมยองอ๊กบอกว่าช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดคือการได้ทำสิ่งที่รัก นอกจากนี้ยังเล่าถึงบาดแผลจากคอมเมนต์ด้านลบ (แอนตี้) ที่เคยทำให้เจ็บปวดใจ

คิมยองอ๊กกล่าวว่า “ฉันใช้ชีวิตมาเหมือนสายน้ำไหล ไม่เคยฝืนอะไร แต่แม้ตอนนี้อายุ 88 ก็ยังคิดว่า ‘ฉันพูดแรงไปหรือเปล่า ควรระวังให้มากกว่านี้’” พร้อมเสริมว่า “ถ้าได้ทำงานต่ออีกสักสองปีผ่านยูทูบหรืออย่างอื่น ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว”
เมื่อย้อนถึงอาชีพนักแสดง เธอเผยว่าได้รับทั้งคำชื่นชมและคำตำหนิ “มีแอนตี้บางคนพูดแรง ๆ ว่า ‘พอได้แล้ว เลิกสุดโต่งเสียที’” พร้อมยอมรับว่าคอมเมนต์เหล่านี้ทำให้เจ็บปวด และกล่าวว่า “ถ้าพูดดี ๆ ว่า ‘พักบ้างก็ดีนะ’ ฉันคงเข้าใจได้มากกว่า”
เธอเปรียบตัวเองว่าเป็น “ต้นไม้ที่เก็บแสงฤดูหนาวไว้ แล้วผลิดอกในฤดูใบไม้ผลิ” แต่ก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “บั้นปลายชีวิตไม่ได้จะเรียกว่าดีเสมอไป” พร้อมกล่าวว่า “ไม่ว่าใครก็ตาม เรื่องครอบครัวไม่มีทางราบรื่นไปทั้งหมด” เธอยกคำสอนของคนโบราณว่า “ก่อนจะวางมือบนเรือ อย่าเพิ่งพูดเสียงดัง” หมายถึงอย่าด่วนตัดสินชีวิต เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจนถึงที่สุด เธอกล่าวว่า “ตอนอายุ 79 ปี เหมือนชีวิตสั่งสอนฉันครั้งใหญ่” และเสริมว่า เมื่ออายุมากขึ้น ทั้งตนเองและสามีก็เริ่มมีโรคภัย ทำให้ตระหนักว่า “เราไม่อาจรับประกันวันพรุ่งนี้ได้”
เธอสรุปด้วยความถ่อมตนว่า “อายุมากขึ้นไม่ได้แปลว่าเข้าใจชีวิตทั้งหมด” พร้อมทบทวนว่าตนเคยทำดีกับลูก ๆ และสามีมากพอหรือไม่ ก่อนจะบอกว่า ปัจจุบันเธอเลือกใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ “ชนกำแพงด้านไหน ก็ยอมรับไปตามนั้น”
ช่วงท้ายวิดีโอ คิมยองอ๊กร้องเพลง ‘앉으나 서나 당신 생각’ ของนักร้อง ฮยอนชอล ก่อนจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ภาพนั้นทิ้งความซาบซึ้งและความอบอุ่นไว้กับผู้ชมอย่างเงียบงัน
หลังคลิปเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตหลั่งไหลส่งกำลังใจ อาทิ
“ใครจะใจร้าย คอมเมนต์ว่าร้ายกับคุณยายคิมยองอ๊กได้ลงคอ”
“เคารพหัวใจของคนที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลา”
“เป็นนักแสดงที่เพียงแค่มีอยู่ก็ปลอบโยนผู้คนได้”
ที่มา (1)
