kim soo hyun

วันที่ 31 มีนาคม, คิมซูฮยอน (Kim Soo Hyun) ได้ออกมาแถลงข่าวหลังจากเขาถูกวิจารณ์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนักแสดง คิมแซรน (Kim Sae Ron)

ในงานแถลงข่าว คิมซูฮยอนกล่าวขอโทษ และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ทั้งข้อความหลักฐานใน KakaoTalk ที่ครอบครัวของคิมแซรนนำมาเปิดเผย และบอกว่าเขาและคิมแซรนคบกันเมื่อ 5 ปีก่อน และคบกันได้ประมาณ 1 ปี

อ่านคำแถลงการณ์ฉบับเต็มของ คิมซูฮยอน ได้ข้างล่าง:

“สวัสดีครับ ผม คิมซูฮยอน 

ก่อนอื่น ผมต้องขอโทษ 

ดูเหมือนว่ามีหลายคนกำลังเป็นทุกข์เพราะผม และมันทำให้ผมเสียใจที่ทำให้ผู้ล่วงลับไม่อาจจากไปอย่างสงบ 

ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนขี้ขลาด ผมมักจะกังวลและคิดแต่จะปกป้องสิ่งที่ตัวเองมี ผมแทบจะไม่สามารถเชื่อเวลาคนใจดีกับผม และผมกลัวการสูญเสียบางอย่าง, การถูกทำร้าย ผมเลยมักจะวิ่งหนีและปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมออกมาพูดเรื่องนี้ช้า ผมเอาแต่คิดตลอดว่าจะเป็นยังไงถ้าผมออกมาพูดตั้งแต่เริ่มแรก? ถ้าผมได้ทำแบบนั้น แฟนคลับที่รักผม, ทีมงานของบริษัทที่ทำงานกันอย่างหนักที่ทำให้เกิดงานแถลงข่าวนี้ขึ้นได้ พวกเขาจะเป็นทุกข์น้อยลงหรือเปล่า?

ทุกครั้งที่ชีวิตส่วนตัวของผมกับผู้ล่วงลับถูกเปิดเผย ผมเอาแต่คิดว่า ‘พรุ่งนี้มาพูดทุกอย่างไปเลยดีกว่า ออกมาพูดด้วยตัวเองแล้วจบเรื่องบ้าๆนี่ซักที’ แต่ทุกครั้ง ผมก็ลังเล การตัดสินใจของผมจะส่งผลต่อคนรอบตัวหรือเปล่า? ถ้าการตัดสินใจนี้ผิดพลาดและส่งผลต่อผมและทุกคนละ?

เช่นเดียวกับตอนที่ผู้ล่วงลับโพสภาพของเราตอนที่ซีรีส์เรื่อง Queen of Tears ออกอากาศ ผมกับผู้ล่วงลับเดทกันเมื่อ 5 ปีก่อน และเป็นช่วงเวลา 4 ปีก่อนที่เรื่อง Queen of Tears จะออกอากาศ เราคบกันได้ประมาณ 1 ปี แต่ตอนนั้น ผมปฏิเสธข่าวลือเรื่องเดท ผมเข้าใจว่าจะถูกวิจารณ์เพราะเรื่องนี้ก็ไม่แปลก ผมเข้าใจถ้าคุณไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดตอนนี้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับผู้ล่วงลับ แต่เพราะว่านี่คือโอกาสเดียวที่ผมจะมาพูดที่นี่ในตอนนี้ ผมคงรู้สึกขอบคุณมากหากคุณฟังเรื่องราวฝั่งของผมซักครั้ง

ผมเป็นนักแสดงและได้รับความรักมหาศาล ตอนแรกผมไม่ใช่คนที่มีมากขนาดนี้ แต่ผมกลับกลายเป็นคนที่มีอะไรให้ต้องปกป้องมากมายไปแล้ว เช่นเดียวกับตอนเรื่อง Queen of Tears ออกอากาศ มีสิ่งมากมายที่ผมต้องปกป้องในฐานะนักแสดงนำ ตอนนั้น ถ้าผมยอมรับว่าผมเคยคบกับคนคนหนึ่งเมื่อ 1 ปีก่อน มันจะเกิดอะไรขึ้น? จะเกิดอะไรขึ้นกับนักแสดงที่ผมร่วมงานด้วย และยังทีมงานที่ทำงานกันจนค่ำมืดในกองถ่าย, บริษัทผู้ผลิตที่ทุ่มเททุกอย่างให้โปรเจคนี้ และพนักงานของบริษัทของเรา? 

เวลาที่ทางเลือกระหว่างการเป็น คิมซูฮยอนที่เป็นคนธรรมดา และ คิมซูฮยอนที่เป็นคนดัง แตกต่างกัน ผมมักจะตัดสินใจเลือกสิ่งที่ คิมซูฮยอนที่เป็นคนดังจะเลือก ทำให้จริงๆแล้วผมกลัวอยู่ทุกวัน ผมกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากสิ่งที่ผมเลือกจากฐานะคิมซูฮยอนที่เป็นคนดังกลับมาหาผมในรูปแบบของยาพิษ ผมกลัวทุกอย่าง แต่ถ้าผมย้อนเวลากลับไปช่วงที่ Queen of Tears ออกอากาศได้ ผมก็จะเลือกทำแบบนั้นอีกครั้ง

ไม่ว่าผมจะคิดยังไง แต่ผมคิดว่าตัวเองจะไม่เลือกตัดสินใจแบบที่ตัวเองรู้สึกสบายใจ ผมคิดว่านี่คือความรับผิดชอบของคนคนหนึ่งที่ตัดสินใจจะใช้ชีวิตเป็น คิมซูฮยอน ต้องอดทน ผมจะน้อมรับคำวิจารณ์ทุกอย่างไม่ว่าคุณจะเรียกว่าขี้ขลาดหรือเห็นแก่ตัวก็ตาม ผมขอโทษทุกคนที่แคร์ผมมาโดยตลอด

ในตอนนี้ ผมก็ยังคงมีเรื่องกังวลมากมาย ผมกังวลว่าคำพูดของผมในครั้งนี้จะส่งผลออกมายังไง? แต่เพราะว่าผมเป็นคนแบบนี้ สุดท้ายแล้วผมก็ต้องออกมาพูดอยู่ดี มีคนให้คำแนะนำผมเหมือนกันว่า ‘มาแก้ปัญหานี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ขั้นแรกคุณต้องยอมรับสิ่งต่างๆในระดับหนึ่ง จากนั้นก็หายเงียบไปจากความสนใจของคน และค่อยเตรียมตัวกลับมาใหม่อีกครั้ง’ ถ้าผมฟังคำเหล่านั้น ชีวิตส่วนตัวของผมกับผู้ล่วงลับอาจจะไม่ถูกเปิดเผยออกมาก็ได้

ผมไม่ควรถูกขู่ทุกวันว่าพวกเขาจะโพสรูปอะไรในวันพรุ่งนี้ หรือจะเปิดเผยเรื่องอะไร และไม่ควรถูกรังแกด้วยรูปส่วนตัวที่หลุดออกมา ผมไม่สามารถยอมรับกันถูกข่มขู่และให้ยอมรับว่าคำโกหกพวกนั้นเป็นความจริง

ผมจะพูดในส่วนที่คุณอยากรู้มากที่สุด ผมไม่ได้เดทกับผู้ล่วงลับตอนที่เธอยังเป็นผู้เยาว์ และไม่เป็นความจริงที่ผู้ล่วงลับตัดสินใจจากไปแบบนั้นเพราะผมเลิกกับเธอ หรือ เพราะต้นสังกัดของผมกดดันเธอเรื่องหนี้ ถ้าไม่นับเรื่องที่เราทั้งคู่เป็นนักแสดงแล้ว พวกเราก็แค่คู่รักปกติเหมือนคนอื่นทั่วไป เราเจอกันเพราะรู้สึกดีต่อกัน และพอเวลาผ่านไป เราก็เลิกรากัน หลังจากนั้นเราก็แทบไม่ได้ติดต่อกันเลย ก็เหมือนกับคู่รักส่วนใหญ่ที่พอเลิกรากันแล้วก็ต้องระมัดระวังในการติดต่อกัน เราทั้งคู่เป็นนักแสดงที่หลายคนรู้จัก และเพราะว่าเธออยู่ต้นสังกัดเดียวกันกับผม ผมเลยได้รู้เรื่องเธอบ้าง

นี่คือเหตุผลที่ผมไม่ได้ติดต่อเธอไปหลังจากเธอเมาแล้วขับ ผมได้ยินจากช่อง YouTube ที่เป็นตัวแทนของครอบครัวผู้ล่วงลับว่า ซีอีโอของบริษัทต้นสังกัดสุดท้ายก่อนเสียชีวิตของเธอบอกว่าเธอเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเพราะว่าผมตอนที่เธอเกิดอุบัติเหตุเพราะเมาแล้วขับ แต่ผมรู้มาว่าตอนนั้นเธอเดทกับคนอื่น ด้วยสถานการณ์นั้นผมเลยระวังในการติดต่อเธอ พวกเราต่างใช้ชีวิตของตัวเองแล้ว แล้วผมก็ไม่รู้จะพูดอะไร คำพูดของผมอาจจะฟังดูเหมือนข้อแก้ตัว และผมเองก็อยากจะอยู่เงียบๆไม่ว่าโลกจะพูดอะไรเหมือนกัน

ผมถูกเข้าใจผิดเยอะมาก พอๆกับความรักที่ผมได้รับ เรื่องที่ไม่จริงถูกเผยแพร่จนเหมือนมันคือเรื่องจริง ผมคิดว่านั่นคงเป็นสิ่งที่ผมต้องอดทนเหมือนกัน แต่ครอบครัวของผู้ล่วงลับยังคงบอกว่าผมเป็นคนกดดันให้เธอเสียชีวิตเพราะผมเป็นแฟนเก่าของเธอ พวกเขากดดันให้ผมยอมรับในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ ‘คุณชักนำผู้ล่วงลับตั้งแต่ยังเป็นผู้เยาว์ คุณกดดันผู้ล่วงลับด้วยปัญหาด้านการเงินและฆ่าเธอ เพราะฉะนั้นคุณคือฆาตกร’

ก่อนอื่น ได้โปรดฟังคลิปเสียงนี้ หลังจากครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอ ช่อง YouTube ได้ปล่อยคำพูดของซีอีโอของต้นสังกัดสุดท้ายของผู้เสียชีวิต เขาบอกว่าต้นสังกัดของเรากดดันผู้ล่วงลับเรื่องหนี้ด้วยการส่งจดหมายแจ้งหนี้ไปยังผู้ล่วงลับ แต่ตอนที่โทรหาซีอีโอบริษัทผมเมื่อปีก่อน เธอพูดอีกอย่างที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ได้โปรดฟังคลิปเสียงนี้ซักครั้ง

ผมรู้เรื่องนี้หลังจากเกิดประเด็นนี้ แต่นี่คือความจริงเรื่องจดหมายแจ้งหนี้ฉบับที่ 2 แต่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมซีอีโอของบริษัทสุดท้ายของเธอต้องโกหก พูดคนละแบบกับที่โทรมาเมื่อปีก่อน ผมจะยอมรับทุกอย่างที่ผมทำผิด ผมคิดว่าผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมต้องรับผิดชอบ แต่ผมจะยอมรับในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำไม่ได้ คลิปเสียงที่ครอบครัวอ้างถึงเพิ่งจะอัดหลังจากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย

แชท KakaoTalk ที่ครอบครัวปล่อยออกมาเช่นกัน มีหลายอย่างที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ล่วงงลับเขียนขึ้นจริง ที่บอกว่าแชทตั้งแต่ปี 2016 จริงๆแล้วเป็นแชทเมื่อปี 2019 และผู้ล่วงลับไม่ได้เขียนเรื่องอายุที่แตกต่างกันของพวกเรา และที่สำคัญเธอคงไม่เขียนชื่อต้นสังกัดที่เธออยู่มา 4 ปีผิด รวมถึงระยะสัญญาด้วย และผู้ล่วงลับทำงานเป็นนักแสดงในสังกัดบริษัทของเราเท่านั้น เธอไม่เคยทำงานอื่นอย่างแคสติ้ง หรือ กำกับภาพ

ในงานแถลงข่าวล่าสุด ครอบครัวของผู้ล่วงลับได้ปล่อยแชทจาก KakaoTalk ที่อ้างว่าผมส่งหาผู้ล่วงลับ และช่อง YouTube ก็ทำให้ผมกลายเป็นพวกใคร่เด็ก และ ล่อลวงเด็ก โดยใช้แชทที่บอกว่ามาจากปี 2016 เป็นหลักฐาน แต่คนที่คุยกับผู้ล่วงลับในแชท KakaoTalk ปี 2016 และ KakaoTalk ปี 2018 เป็นคนละคน

เพื่อพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ ผมได้ส่งหลักฐานการคุย KakaoTalk ในปี 2016 และ 2018 ที่ครอบครัวปล่อยออกมา รวมถึงแชทที่ผมคุยกับคนรู้จักในปีนี้ให้บริษัทพิสูจน์หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ และผลออกมาว่า คนที่คุยกับผู้ล่วงลับในปี 2016 และ 2018 เป็นคนละคน ดังเช่นที่คุณเห็น

สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดตั้งแต่ครอบครัวเริ่มเปิดเผยออกมาคือสิ่งนี้ พอต้นสังกัดของผมและผมออกมาพูดเรื่องหลักฐานที่ครอบครัวเปิดเผย ก็มีคลิปเสียงที่เพิ่งอัดใหม่ปล่อยออกมา มีภาพและวิดีโอที่ค่อยเปลี่ยนช่วงเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง, ตัดต่อแชท KakaoTalk ซึ่งไม่ใช่ต้นฉบับ แต่เอามาเป็นหลักฐาน หลักฐานเท็จถูกนำมาใช้เรื่อยๆเพื่อจะยืนยันให้ได้ว่าผมเดทกับผู้ล่วงลับ 

ผมจะยอมรับคำวิจารณ์ทั้งหมดสำหรับสิ่งที่ผมเลือก แต่ไม่ได้หมายถึงทุกอย่างที่ไม่เป็นความจริง และผมเพิ่งจะตรวจสอบแชทของ KakaoTalk ไป ผมจะดำเนินการตรวจสอบทุกอย่างอย่างละเอียด ทุกอย่างที่ครอบครัวใช้เป็นหลักฐานผ่านทางบริษัทสืบสวน ถ้าหลักฐานที่ครอบครัวปล่อยออกมาเป็นของจริง ผมขอให้พวกเขาส่งข้อมูลทั้งหมดให้บริษัทสืบสวนตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมาย 

จนกระทั่งตอนนี้ ผมก็ยังมีคนที่มองแค่ผมและคนที่ผมต้องรับผิดชอบ ผมเห็นคนเหล่านั้นเป็นทุกข์อยู่ทุกวัน ผมกลัวว่าสิ่งที่จะถูกเปิดเผยในวันนี้จะเป็นสิ่งที่ถูกบิดเบือนจนทำให้ผมกลายเป็นฆาตกร ผมไม่รู้ว่าหลักฐานเท็จแบบไหนจะถูกนำออกมาข่มขู่ผมและทำร้ายคนรอบตัวผมอีกหลังจากงานแถลงข่าวนี้จบลง

แต่ถ้าผมบอกว่าคำโกหกพวกนั้นเป็นเรื่องจริงเพราะผมไม่ไหวกับแรงกดดันนั้นแล้ว ก็คงจะเป็นการทรยศไม่ใช่ต่อคิมซูฮยอนที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง แต่กับทุกคนที่เชื่อใจและรักคิมซูฮยอนที่เป็นนักแสดงด้วยเช่นกัน ผมคงทำให้พวกเขาเจ็บปวดไปทั้งชีวิต แม้ว่าผมจะเป็นแค่คิมซูฮยอนที่ใช้ชีวิตภายใต้หน้ากากของคนดัง แต่ผมก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ สิ่งไหนผมทำ ผมรับ ผมสามารถรับคำวิจารณ์ทั้งหมดได้ แต่ผมยอมรับในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำไม่ได้ ผมอยากจะเปิดเผยเพื่อคนที่เชื่อในตัวผม ผมไม่ขอให้คุณเชื่อผม ผมจะพิสูจน์มันเอง”

หลังจากงานแถลงข่าว คิมจงบก ตัวแทนกฎหมายของคิมซูฮยอน ได้กล่าวว่า

“นักแสดงคิมซูฮยอน และ GOLDMEDALIST ต้นสังกัดของเขา ได้ตัดสินใจฟ้องร้องทั้งแพ่งและอาญาต่อคนที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง พวกเขาให้ความไว้วางใจสำนักงานกฎหมายของเรา และสำนักงานกฎหมายของเราจะดำเนินการตามความต้องการของพวกเขาด้วยการแจ้งความดำเนินคดีต่อสมาชิกครอบครัวผู้ล่วงลับ, คนที่อ้างว่าเป็นป้าของคิมแซรน และ ผู้ดำเนินการ HoverLab Inc. ในข้อหาหมิ่นประมาท ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้เครือข่ายข้อมูลและการสื่อสารและการคุ้มครองข้อมูล การฟ้องร้องรวมเอาการผลประเมินอารมณ์ที่นักแสดงคิมซูฮยอนกล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน”

ชมงานแถลงข่าวเต็มๆได้ข้างล่าง: