ตามรายงานของ Dispatch พี่ชายของจีซู ซึ่งถูกเรียกว่า “A” ได้รู้จักกับ BJ สาวสตรีมเมอร์ “B” ผ่านแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีม SOOP หรือชื่อเดิม AfreecaTV
——–
ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์
รายงานระบุว่า A ได้ส่ง “Star Balloons” หรือของขวัญเสมือนจริงมูลค่าราว 35,000 ดวง คิดเป็นเงินประมาณ 3.5 ล้านวอน (ประมาณ 77,000 บาท) ระหว่างการไลฟ์ของ B จนได้รับสิทธิ์ “Meal Date” หรือการนัดกินข้าวด้วยกัน
ทั้งคู่จึงได้นัดพบกันที่ร้านอิซากายะเมื่อวันที่ 15 เมษายน ก่อนจะเดินทางไปยังบ้านของ A
B ให้การว่า ระหว่างดินเนอร์ A “สุภาพมาก” และก่อนหน้านั้น “ไม่มีการแตะเนื้อต้องตัวใด ๆ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากทั้งคู่ดื่มและพูดคุยกันที่บ้านของ A แล้ว เรื่องราวกลับเริ่มขัดแย้งกันอย่างหนัก
A อ้างว่า B เป็นฝ่ายเดินเข้าไปในห้องนอนก่อนเพียงลำพัง และเขา “ตีความว่านั่นคือสัญญาณตอบรับเกินเลย”
แต่ B ปฏิเสธอย่างหนักแน่น โดยอ้างว่า A มีอาการง่วงหลังรับประทานยา zolpidem (ยาคลายกังวล) และเธอเพียงพาเขาไปที่เตียงเพื่อจะได้กลับบ้านหลังจากนั้น
——–
ประเด็นสำคัญของคดีนี้คือ “ความยินยอม”
A ปฏิเสธว่าไม่ได้บังคับมีเพศสัมพันธ์ พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างเกิดขึ้น “โดยสมัครใจและเป็นธรรมชาติ” และกล่าวว่า B “สามารถหยุดได้ทุกเมื่อ”

ด้าน B กล่าวหาว่า A เริ่มใช้กำลังภายในห้องนอน
เธออ้างว่า
“เขาดึงตัวฉันกลับไปตลอด และกดฉันลงบนเตียงตอนที่พยายามลุกขึ้น”
ระหว่างการสอบสวน เธอได้เพิ่มข้อกล่าวหาเป็นการข่มขืน โดยกล่าวหาว่า A ใช้กำลังกดตัวเธอไว้ขณะพยายามบังคับมีเพศสัมพันธ์

——–
คำให้การที่ขัดแย้งกัน : ห้องน้ำ 1
การสอบสวนของตำรวจได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ หลักฐานสำคัญยังคงเป็นเพียง “คำให้การ” ของทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายชาย A ขอชี้แจงกับ Dispatch เพื่อโต้แย้งคำกล่าวอ้างของฝ่ายหญิง ขณะที่ฝ่ายหญิง B ก็ยืนยันจุดยืนของตัวเองเช่นกัน
A กล่าวว่า
“เธอบอกว่าผมบังคับมีเพศสัมพันธ์งั้นเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เธอไม่ควรไปอาบน้ำสิ เพราะต้องเก็บหลักฐานคดีข่มขืนไว้ คำพูดของเธอมันขัดแย้งกันเอง”
ด้าน B ตอบว่า
“ถามว่าทำไมถึงอาบน้ำเหรอ? เพราะฉันกลัวว่าเขาจะสงสัย ถ้าฉันไม่ทำ เขาอาจถามว่าทำไมถึงเข้าห้องน้ำ จริง ๆ แล้วตอนอาบน้ำ ฉันกำลังถ่วงเวลาเพื่อหาจังหวะแจ้งความต่างหาก”
Dispatch ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อความ KakaoTalk ที่ B ส่งถึงผู้จัดการของเธอจากห้องน้ำครั้งแรกแล้ว
ข้อความมีดังนี้
หญิง: ช่วยฉันที ได้โปรด เรื่องใหญ่แล้วจริง ๆ
ผู้จัดการ: ทำไม? โทรมา
หญิง: ตอนนี้ฉัน…
ผู้จัดการ: อะไร?
หญิง: ฉันมาที่บ้านไอ้หมอนี่
หญิง: ตอนนี้เหมือนกำลังจะโดนข่มขืน
B กล่าวเพิ่มเติมว่า
“ถ้าฉันเต็มใจมีความสัมพันธ์จริง ฉันคงไม่ต้องส่งข้อความขอความช่วยเหลือถึงผู้จัดการหรอก หลังจากเห็นข้อความ ผู้จัดการก็รีบแจ้งตำรวจทันที”

——–
คำให้การที่ขัดแย้งกัน : “การจัดฉาก”
ฝ่ายชาย A อ้างว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเป็น “แผนจัดฉาก” ของฝ่ายหญิงและทีมงาน BJ
เขากล่าวว่า
“ถ้าเธอปฏิเสธจริง เรื่องทั้งหมดคงไม่เริ่มตั้งแต่แรก ผมไม่ได้บังคับ และเธอก็ไม่ได้ขัดขืน ผมไม่มีเหตุผลต้องใช้กำลังเลย”
A ยืนยันว่า ทุกอย่างเป็นแผนที่ถูกเตรียมไว้ล่วงหน้า พร้อมยกเหตุผล 3 ข้อ ได้แก่
① ฝ่ายหญิงรู้ตัวตนของเขาอยู่แล้ว
② ฝ่ายหญิงแสดงความสนใจเขาตลอด
③ เธอสามารถหยุดสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ
① “ผู้จัดการของ BJ มาพร้อมตำรวจที่เกิดเหตุ แล้วถ่ายวิดีโอผม พร้อมพูดว่า ‘นายคือพี่ชายจีซูใช่ไหม? ชีวิตนายจบแล้ว’ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าผมเป็นใคร”
② “ระหว่างเดต เธอบอกว่า ‘คุณคือสเปกฉัน’ และ ‘อยากดูสวยในสายตาคุณ’ เธอยังพูดด้วยว่า ‘ไม่เคยรู้จักคนที่อยู่ชองดัมดงมาก่อน’ แล้วก็อยากให้ชวนไปบ้าน สุดท้ายเธอก็ตามผมกลับบ้าน และเดินเข้าห้องนอนก่อน”
③ “ระหว่างมีความสัมพันธ์ ผมหยุดถึง 2 ครั้งตามที่เธอขอ ผมไม่เคยห้ามเธอเข้าห้องน้ำเลย ถ้าเธอไม่ต้องการ เธอก็หยุดได้ทุกเมื่อ ซึ่งสุดท้ายก็หยุดจริง”
ด้านฝ่ายหญิง B โต้ตอบเป็นข้อ ๆ เช่นกัน
① “เขาแนะนำตัวว่าเป็นนักธุรกิจที่ขายเว็บช้อปปิ้งชื่อดังไปแล้ว ฉันลองค้นหารูปโปรไฟล์ KakaoTalk ของเขาใน Google แล้วพบว่าเป็นพี่ชายของ Jisoo เลยรู้ว่าเขาเป็นใคร”
② “คนที่ชวนไปบ้านวันนั้นคือฝ่ายชาย เขาสัญญาว่าจะไม่มีการแตะเนื้อต้องตัว ฉันเลยตามไป ส่วนที่เข้าห้องนอน ก็เพราะอยากให้เขาหลับเร็ว ๆ จะได้กลับไปทำไลฟ์”
③ “ฉันขอให้หยุดหลายครั้ง ตอนนั้นกางเกงฉันถูกถอดออกแล้ว เลยกลับบ้านไม่ได้ อีกทั้งเขายังยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำ ทำให้ฉันออกไปไม่ได้ด้วย”

——–
คำให้การที่ขัดแย้งกัน : ห้องน้ำ 2
แม้แต่เรื่อง “ห้องน้ำ” ทั้งสองฝ่ายก็ยังให้การขัดแย้งกันอย่างรุนแรง
ฝ่ายหญิง B กล่าวว่า
“ตอนอยู่ในห้องน้ำครั้งแรก ฉันส่งข้อความขอความช่วยเหลือถึงผู้จัดการ และพยายามถ่วงเวลาด้วยการขอครีมอาบน้ำ แต่ฉันอยู่ในนั้นนานเกินไปไม่ได้ เพราะกลัวเขาจะสงสัย” (B)
B ออกจากห้องน้ำเวลา 23:53 น. และเธออ้างว่า หลังจากนั้น A ก็เริ่มเข้าหาเธออีกครั้ง
B กล่าวว่า
“เขายืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำ พอฉันออกมา เขาก็ถอดเสื้อด้านบนของฉัน แล้วเริ่มจูบที่คอ”
เธอเล่าต่อว่า
“เขาจูบที่คอและปาก ฉันเลยอ้างว่าจะไปแปรงฟัน แล้วหนีเข้าห้องน้ำอีกครั้ง จากนั้นก็ส่งวิดีโอรอยจูบที่ต้นคอให้ผู้จัดการ เพื่อขอความช่วยเหลือรอบที่สอง” (B)
ด้านฝ่ายชาย A กลับมองต่างออกไป
“เพราะแบบนี้ไง ข้อกล่าวหาข่มขืนถึงดูแปลก ผมไม่ได้ขังเธอไว้เลย เวลาบอกให้หยุด ผมก็หยุด และตอนเธอบอกว่าจะไปห้องน้ำ ผมก็ให้ไป เธอจะกลับบ้านเลยก็ได้” (A)
ไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ในคืนนั้น
การลวนลามครั้งแรก : 23:30–23:42 น.
เข้าห้องน้ำครั้งแรก : 23:42–23:53 น.
การลวนลามครั้งที่สอง : 23:53–23:59 น.
เข้าห้องน้ำครั้งที่สอง : 23:59–00:04 น.
ตำรวจมาถึง : 00:12 น.
ฝ่ายหญิงกล่าวว่า
“ฉันดิ้นรนเพื่อหนีจากการกดดันของเขา และระหว่างนั้นก็ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำ แม้จะมองไม่เห็นชัดด้วยตาเปล่า ฉันได้ยื่นใบรับรองแพทย์แล้ว”
ทนายความของ B กล่าวว่า
“เธอบอกให้หยุดนับสิบครั้ง แต่ไม่สามารถหยุดเขาได้ ถ้าเป็นคดีที่หวังเงินจริง เธอคงไม่แจ้งตำรวจ เราขอให้ยุติการโจมตีเหยื่อซ้ำ”
— อีมินฮยอง ทนายจากสำนักงานกฎหมาย Dongin
ด้าน A ส่ายหน้าและโต้กลับว่า
“บ้านผมมีห้องน้ำสองห้อง ตอนที่ผมเข้าห้องน้ำ เธอก็กลับออกไปได้อยู่แล้ว เธอเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ ผมไม่เคยขวาง”
เขายังกล่าวอีกว่า
“เธอรู้ตั้งแต่แรกว่าผมเป็นพี่ชายของคนดัง ผมสงสัยว่านี่คือคดีจัดฉากเพื่อหวังเงิน ถ้าเรียกเงินก่อนจะเข้าข่ายกรรโชก พวกเขาเลยเลือกแจ้งตำรวจแล้วค่อยหวังเงินชดเชยทีหลัง” (A)
ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังยืนกรานคำพูดของตัวเองโดยไม่มีใครยอมถอย
ฝ่ายหญิงเรียกร้องให้ A รับผิดในข้อหาความรุนแรงทางเพศ ขณะที่ฝ่ายชายเตรียมดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จกลับ
ความจริงของคืนวันนั้นคืออะไรกันแน่ — เพราะอย่างน้อยหนึ่งฝ่ายกำลังพูดไม่ตรงกับความจริงอยู่แน่นอน
ที่มา (1)
