เจนนี่เพิ่งเปิดตัวคอลเลกชัน adidas Originals by JENNIE ในฐานะ “ผู้ร่วมออกแบบ” เป็นครั้งแรก แต่กลับถูกกระแส #BoycottAdidas พาดพิง ขณะที่ adidas ต้องออกมาขอโทษและยืนยันว่าโฆษณาที่เป็นปัญหาเป็นแคมเปญของทีมงานในอิสราเอล ไม่ใช่แคมเปญระดับโลก โดยสรุปจากรายงานข่าวดังนี้
1.เจนนี่ (JENNIE) BLACKPINK เปิดตัวคอลเลกชันร่วมออกแบบกับ adidas เป็นครั้งแรก ในชื่อ “adidas Originals by JENNIE” หลังร่วมงานกับแบรนด์มาหลายปีในฐานะแอมบาสเดอร์ โดยคอลเลกชันเปิดตัวทั่วโลกเมื่อ 1 กันยายน และเจนนี่มีส่วนร่วมออกแบบสินค้าโดยตรงเป็นครั้งแรก
2.ดราม่าไม่ได้เกิดจากคอลเลกชันของเจนนี่โดยตรง แต่เกิดจากโฆษณาอีกแคมเปญของ adidas Israel ที่โปรโมตบริการ “Single Shoe Service” ซึ่งเปิดให้ผู้ที่ต้องการรองเท้าเพียงข้างเดียวซื้อแยกในราคาครึ่งหนึ่งของรองเท้าหนึ่งคู่
3.ในโฆษณาดังกล่าว adidas อิสราเอล ใช้ ชาเลฟ บิตอน (Shalev Biton) อดีตทหารอิสราเอลที่สูญเสียขาข้างหนึ่งจากเหตุการณ์ในปี 2021 เป็นหนึ่งในนักกีฬาพิการ ทำให้กลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม ท่ามกลางสถานการณ์สงครามและผู้พิการจากการบาดเจ็บในกาซาจำนวนมาก
4.จากนั้นเกิดกระแสแฮชแทก #BoycottAdidas และการเรียกร้องให้บอยคอตต์แบรนด์ โดยบางส่วนของแฟนต่างชาติได้เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ของเจนนี่และเรียกร้องให้เธอ “ออกจาก adidas” หรือยุติความร่วมมือกับแบรนด์
5.adidas ออกมาขอโทษแล้ว โดยระบุว่าภาพจากโปรโมชั่นในอิสราเอลสร้างความกังวลและกระแสตอบรับรุนแรง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครไม่พอใจ และโฆษณาดังกล่าวเป็น แคมเปญที่ทีมงานท้องถิ่นในอิสราเอลจัดทำ ไม่ใช่แคมเปญระดับโลก
6.คอลเลกชันของเจนนี่กับโฆษณาที่เป็นดราม่าเป็นคนละโปรเจกต์กัน และยังไม่มีข้อมูลว่าเจนนี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโฆษณา Single Shoe Service แต่อย่างใด
7.ประเด็นที่ทำให้เจนนี่ได้รับผลกระทบคือ เธอเพิ่งขยับสถานะจากแอมบาสเดอร์มาเป็น “ผู้ร่วมออกแบบ” ของ adidas ทำให้กระแสต่อต้านแบรนด์ลุกลามมาถึงเธอโดยตรง แม้ต้นเหตุจะเป็นโฆษณาอีกชุดหนึ่งก็ตาม
สรุป เจนนี่ไม่ได้ถูกวิจารณ์จากผลงานคอลเลกชันของตัวเอง แต่ถูกดึงเข้าไปในกระแส Boycott adidas เพราะโฆษณา adidas Israel ที่กลายเป็นประเด็นทางการเมืองและมนุษยธรรม ขณะที่ adidas ได้ออกมาขอโทษและย้ำว่าโฆษณานั้นเป็นงานของทีมอิสราเอล ไม่ใช่แคมเปญระดับโลก
ที่มา (1)
