ประเด็นดราม่าของ จางวอนยอง (Jang Wonyoung) สมาชิกวง IVE ที่ถูกวิจารณ์เรื่อง “ท่าที” ระหว่างการตรวจสอบตัวตนที่สนามบินคิมโป ล่าสุดได้ลุกลามไปสู่การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐแล้ว
เรื่องนี้เริ่มจากคลิปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ขณะที่จางวอนยองกำลังเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยเจ้าหน้าที่ขอให้เธอลดหน้ากากลงเพื่อเปรียบเทียบใบหน้ากับภาพในหนังสือเดินทาง ซึ่งเธอได้ยกหมวกขึ้นและลดหน้ากากลงชั่วครู่ก่อนสวมกลับ
อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าเธอให้ความร่วมมือไม่เพียงพอ จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์
ล่าสุด มีประชาชนยื่นคำร้องต่อฝ่ายรักษาความปลอดภัยของสนามบินคิมโป โดยระบุว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่พฤติกรรมของจางวอนยอง แต่เป็นความไม่ชัดเจนของกฎการตรวจสอบตัวตนผู้โดยสาร
ผู้ร้องเรียนเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ผู้โดยสารจำเป็นต้องถอดหน้ากาก หมวก หรือแว่นกันแดดในกรณีใดบ้าง รวมถึงต้องการทราบว่ากฎดังกล่าวถูกใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไป คนดัง นักการเมือง หรือผู้มีชื่อเสียง
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลว่าหากกฎระเบียบไม่มีความชัดเจน อาจเพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่ภาคสนาม และนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือข้อโต้แย้งกับผู้โดยสารได้
ตามกฎหมายความปลอดภัยการบินของเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้โดยสารเป็นบุคคลเดียวกับเอกสารยืนยันตัวตนจริงหรือไม่ และหากตรวจสอบจากภาพถ่ายไม่ได้ชัดเจน ก็สามารถดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนได้
ขณะนี้หน่วยงานบริหารสนามบินของเกาหลีใต้มีกำหนดพิจารณาและตอบกลับคำร้องดังกล่าวภายในวันที่ 23 มิถุนายนนี้

ดราม่าสนามบินของจางวอนยองพลิกอีกด้าน หลังมีคลิปใหม่เผยแพร่ ชาวเน็ตตั้งคำถามถูกตัดต่อบางส่วนหรือไม่
ประเด็นดราม่าของ จางวอนยอง สมาชิกวง IVE กำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีคลิปวิดีโอใหม่ถูกเผยแพร่ออกมา จนหลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยว่ากระแสวิจารณ์ก่อนหน้านี้อาจเกิดจากการตัดต่อเลือกเฉพาะบางช่วง และการโจมตีบนโลกออนไลน์มากกว่าความเป็นจริง
ตลอดเกือบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา วอนยองตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังคลิปสั้นจากสนามบินกลายเป็นไวรัล โดยมีผู้กล่าวหาว่าเธอแสดงท่าทีไม่สุภาพต่อเจ้าหน้าที่สนามบิน
อย่างไรก็ตาม หลังจากมีคลิปจากมุมอื่นถูกเผยแพร่ออกมา แฟน ๆ และผู้ติดตามจำนวนมากมองว่ากระแสวิจารณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากการนำเสนอเหตุการณ์ที่ไม่ครบถ้วน
จุดเริ่มต้นของดราม่า
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ขณะที่จางวอนยองเดินทางออกจาก Gimpo International Airport เพื่อไปทำงานที่ประเทศจีน
คลิปที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์แสดงภาพวอนยองยืนกอดอกอยู่หน้าเจ้าหน้าที่สนามบิน และรับหนังสือเดินทางคืนด้วยมือข้างเดียว
หลังคลิปดังกล่าวแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียและชุมชนออนไลน์ ก็มีผู้วิจารณ์ว่าเธอดูเย็นชา ไม่ให้ความร่วมมือ และแสดงพฤติกรรมแบบ “คนดังวางตัว”
หลายคนมุ่งความสนใจไปที่ท่าทางกอดอกและวิธีรับพาสปอร์ตของเธอ โดยมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
คลิปใหม่เปลี่ยนมุมมองของหลายคน
เพียงไม่กี่วันต่อมา วิดีโอที่บันทึกจากมุมอื่นได้ถูกเผยแพร่ออกมา
ในคลิปใหม่ วอนยองถูกเห็นว่าส่งหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ด้วยสองมืออย่างสุภาพเมื่อถึงคิวตรวจคนเข้าเมือง และยังปฏิบัติตามขั้นตอนการยืนยันตัวตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเรียบร้อย
แม้จะมีช่วงหนึ่งที่เธอกอดอกจริง แต่ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ และไม่ได้สะท้อนภาพรวมของการปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดตามที่คลิปไวรัลก่อนหน้านี้ทำให้หลายคนเข้าใจ
ด้วยเหตุนี้ แฟน ๆ จำนวนมากจึงมองว่ากระแสวิจารณ์ครั้งนี้เกิดจากการเลือกตัดต่อเฉพาะบางช่วงและการตีความเกินจริง
สะท้อนปัญหาการวิจารณ์คนดังบนโลกออนไลน์
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับวิธีที่คนดัง โดยเฉพาะไอดอลหญิงชื่อดัง ถูกตัดสินจากคลิปสั้น ๆ บนโลกออนไลน์
จางวอนยองถือเป็นหนึ่งในไอดอล K-Pop ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคปัจจุบัน ทั้งจากภาพลักษณ์ การแสดง งานโฆษณา และอิทธิพลต่อกลุ่มแฟนวัยรุ่น
อย่างไรก็ตาม ความโดดเด่นของเธอก็ทำให้เธอกลายเป็นเป้าหมายของกระแสวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่าทางการรับประทานอาหาร สีหน้า หรือพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ถูกจับภาพเพียงไม่กี่วินาที ก็มักกลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์อยู่เสมอ
แฟนคลับจำนวนมากจึงมองว่าวอนยองมักถูกจับผิดและถูกตรวจสอบมากกว่าคนดังคนอื่น ๆ
หลายคนยังชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่คลิปแรกที่สร้างกระแสด้านลบถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว แต่คลิปใหม่ที่ให้บริบทครบถ้วนกลับได้รับความสนใจน้อยกว่ามาก
เหตุการณ์นี้จึงถูกยกเป็นตัวอย่างของปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ที่หลายคนเรียกว่า
“กล่าวหาไปก่อน ถ้าไม่จริงก็ค่อยช่างมัน”
ซึ่งหมายถึงการที่ข้อกล่าวหาหรือกระแสด้านลบมักได้รับความสนใจอย่างมหาศาล ขณะที่ข้อมูลแก้ไขหรือข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกลับไม่ถูกเผยแพร่ในระดับเดียวกัน
ขณะที่การถกเถียงยังดำเนินต่อไป แฟน ๆ จำนวนมากได้แสดงความเห็นใจต่อจางวอนยอง โดยมองว่าผลกระทบทางจิตใจจากการถูกวิจารณ์อย่างหนักในวงกว้างนั้น ไม่สามารถลบล้างได้ง่าย แม้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจะปรากฏในภายหลังแล้วก็ตาม
ที่มา (1)
