Lee Hyori

นักร้องชื่อดัง อีฮโยริ (Lee Hyori) กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย หลังคุณพ่อ อีจุงกวัง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 เมษายน โดยต้นสังกัด Antenna ยืนยันว่าเธอและครอบครัว รวมถึงสามี อีซังซุน (Lee Sang Soon) กำลังร่วมกันทำหน้าที่ดูแลพิธีศพท่ามกลางความโศกเศร้า

หลังข่าวการเสียชีวิต เรื่องราวความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างอีฮโยริกับคุณพ่อในช่วงที่ท่านยังมีชีวิต ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง พร้อมสร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนๆ

อีฮโยริเคยเปิดเผยผ่านรายการ Magic Eye ทางช่อง SBS ว่า เวลาช่วงเทศกาล เธออยากกลับบ้านในฐานะ “ลูกสาวคนเล็ก” ที่ได้พักผ่อนเหมือนคนทั่วไป แต่กลับต้องนั่งเซ็นลายเซ็นให้คนรู้จักของครอบครัวอยู่มุมหนึ่งของบ้าน ขณะที่สมาชิกครอบครัวคนอื่น ๆ พูดคุยกันอย่างสบายๆ

เธอยังเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกเสียใจภายหลังว่า วันหนึ่งเธอเคยแสดงอาการรำคาญเวลาถูกขอลายเซ็น แต่ต่อมาเมื่อกลับไปบ้าน กลับพบว่าคุณพ่อกำลังฝึกเซ็นลายเซ็นของเธออยู่ ทำให้เธอรู้สึกเสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้แสดงความรู้สึกอย่างอบอุ่นกว่านี้

นอกจากนี้ คุณพ่อยังเคยพูดกับคนรู้จักด้วยความภาคภูมิใจว่า “ผมคือพ่อของอีฮโยริ” แสดงถึงความรักและความภูมิใจในตัวลูกสาว

อีฮโยริเคยยอมรับว่า ในวัยเด็ก คุณพ่อเป็นคนเข้มงวดและน่ากลัว ทำให้มีบาดแผลทางความรู้สึกหลงเหลืออยู่ โดยในรายการ Mom, Shall We Travel Just the Two of Us? ทาง JTBC เธอเคยกล่าวว่าแทบไม่มีความทรงจำหวาน ๆ กับคุณพ่อ และไม่เคยถูกอุ้มขึ้นขี่คอเหมือนเด็กคนอื่น

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่คุณแม่เล่าให้ฟังในภายหลังทำให้เธอได้เห็นอีกด้านของความรัก เช่น ตอนที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ คุณพ่อถึงกับอุ้มเธอเดินไปรอบบ้าน หรือในวัยเด็กก็เคยอุ้มเธอเดินรอบหมู่บ้านอยู่เสมอ

อีฮโยริกล่าวว่า “ช่วยเล่าเรื่องแบบนี้ให้ฉันฟังบ่อย ๆ หน่อย เพราะมันจะช่วยให้ความทรงจำที่ไม่ดีถูกแทนที่ด้วยความทรงจำที่ดี” ทำให้ผู้ชมรู้สึกซาบซึ้ง

ที่มา (1)


———–

ย้อนเรื่องราวชีวิต “ลูกสาวร้านตัดผม” ที่ทำหลายคนซึ้ง

เรื่องราวชีวิตของเธอในฐานะ “ลูกสาวร้านตัดผม” ถูกพูดถึงอีกครั้ง เนื่องจากอีฮโยริเคยเปิดเผยผ่านรายการต่าง ๆ ถึงวัยเด็กที่ไม่ได้หรูหราเหมือนภาพซูเปอร์สตาร์ในปัจจุบัน โดยในปี 2008 เธอได้แต่งเพลงอัตชีวประวัติของเธอ ชื่อ “ลูกสาวร้านตัดผม” ซึ่งสะท้อนชีวิตช่วงเติบโตของเธอ

ในรายการ Hyori’s Homestay เธอเคยเล่าว่า คุณพ่อเปิดร้านตัดผม และเธอต้องช่วยกวาดเศษผมตั้งแต่เด็ก จนรู้สึกอายเพื่อน ๆ ที่มาใช้บริการร้านของครอบครัว พร้อมเผยว่าเคยรู้สึกว่าคุณพ่อเข้มงวดมาก

ต่อมาในรายการ Tteokbokki Brothers (2022) เธอยอมรับว่า ครอบครัวต้องเริ่มต้นชีวิตในกรุงโซลด้วยเงินเพียง 500 วอน และต้องกู้เงินญาติเพื่อเปิดร้านตัดผมเลี้ยงดูลูกทั้ง 4 คน

อีฮโยริกล่าวว่า แม้จะมีบาดแผลในใจจากความเข้มงวดของพ่อในวัยเด็ก แต่เธอก็เข้าใจถึงความยากลำบากที่พ่อเผชิญ และยังคงมีความรักต่อเขาเสมอ

ในรายการ Mom, Shall We Travel Just the Two of Us? (2024) ที่เธอร่วมรายการกับคุณแม่ ยังมีการเปิดเผยความทรงจำในวัยเด็ก เช่น การไม่ได้รับความเอาใจใส่แบบเด็กคนอื่น เพราะพ่อแม่ต้องทำงานหนัก แต่ก็ยังมีช่วงเวลาที่อบอุ่น เช่น การไปเที่ยวลำธารช่วงหน้าร้อน และได้ลูกอมจากคุณพ่อ

เรื่องราวความสัมพันธ์พ่อ-ลูกที่ทั้งอบอุ่นและซับซ้อน ทำให้ผู้ชมจำนวนมากรู้สึกเห็นใจ และร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของคุณพ่อของอีฮโยริ

เธอยังเปิดใจว่า แม้ความสัมพันธ์กับคุณพ่อจะไม่สนิทมากนัก แต่ตอนนี้ “ไม่มีความเกลียดชังเหลืออยู่แล้ว” และยอมรับว่าตัวเองยังคงหลั่งน้ำตาเมื่อคิดถึงคุณพ่อ โดยเมื่อได้ยินจากคนใกล้ชิดว่าคุณพ่อภูมิใจในตัวเธอมาก เธอก็ตอบว่า “ใช่…พ่อไม่เคยลืมฉัน”

เรื่องราวความสัมพันธ์พ่อ–ลูกที่เต็มไปด้วยทั้งความเข้าใจผิด ความเจ็บปวด และความรักที่ค่อย ๆ เปิดเผยในภายหลัง ทำให้แฟน ๆ จำนวนมากร่วมส่งกำลังใจและไว้อาลัยต่อการสูญเสียครั้งนี้

พิธีศพของคุณพ่ออีฮโยริจัดขึ้นที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชุงอัง กรุงโซล โดยพิธีฌาปนกิจจะมีขึ้นในวันที่ 14 เมษายน เวลา 07.00 น. และฝังที่สุสานประจำตระกูลในอึมซอง จังหวัดชุงชองเหนือ

ที่มา (1)