Hyebin ,MOMOLAND

ฮเยบิน (Hyebin) นักร้องและสมาชิกวง MOMOLAND ออกมาเปิดเผยอีกด้านของวงการ K-Pop ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง โดยเฉพาะเรื่อง ระบบหนี้ของเด็กฝึกและค่าใช้จ่ายที่ไอดอลต้องรับผิดชอบหลังเดบิวต์

ฮเยบินวัย 30 ปี ซึ่งเดบิวต์กับ MOMOLAND ในปี 2016 เล่าผ่านคลิปบน YouTube ของเธอในหัวข้อ “Why Idols Can’t Make Money” หรือ “ทำไมไอดอลถึงหาเงินไม่ได้” ถึงประสบการณ์ทางการเงินของตัวเองตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีในวงการ

เธอเริ่มต้นด้วยการบอกว่า หลายคนอาจคิดว่าไอดอล K-Pop สามารถทำเงินได้มหาศาล แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม

“ฉันเป็นไอดอลมานานกว่า 10 ปีแล้ว พวกคุณคงอยากรู้ใช่ไหมว่าไอดอลจริง ๆ แล้วหาเงินได้เท่าไหร่? พวกคุณคงคิดว่าพวกเขาน่าจะได้เงินมหาศาลใช่ไหม? ไม่เลย ไม่ใช่แบบนั้นเลย”

——-

💸 เดบิวต์ปุ๊บ อาจมีหนี้ติดตัวปั๊บ

ฮเยบินอธิบายถึงระบบค่าใช้จ่ายของบริษัทต้นสังกัดเดิมอย่าง MLD Entertainment ว่า หลายคนเข้าใจว่าช่วงเป็นเด็กฝึกนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะบริษัทเป็นคนลงทุนให้ แต่ในความเป็นจริง โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ระบบอาจแตกต่างออกไป

ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการเป็นเด็กฝึก ไม่ว่าจะเป็น ค่าเรียนร้องเพลง เต้น อาหาร ที่พัก ค่าเช่าห้องซ้อม และค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนอื่น ๆ อาจถูกสะสมเอาไว้ และนำมาคิดกับศิลปินหลังจากเดบิวต์

เธอเรียกระบบนี้ในลักษณะว่าเป็น “ระบบจ่ายทีหลัง” (post-paid system)

นั่นหมายความว่า เมื่อศิลปินได้เดบิวต์ พวกเขาอาจเริ่มต้นเส้นทางอาชีพพร้อมกับ ภาระหนี้จำนวนมหาศาล

——-

🎤 รายได้จากงาน 50 ล้านวอน แต่เหลือเข้ากระเป๋าแค่ 2 ล้านวอน

ฮเยบินยังเล่าถึงวิธีแบ่งรายได้และค่าใช้จ่ายของศิลปินว่า โดยทั่วไปศิลปินกับบริษัทจะมีการแบ่งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งอาจรวมถึง

1.ค่าเพลง
2.ค่าถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ
3.ค่าอัลบั้มและถ่ายภาพ
4.เงินเดือนผู้จัดการ
5.ค่าเดินทางและค่าน้ำมัน
6.ค่าแต่งหน้าและทำผมสำหรับออกรายการโทรทัศน์

เธอยกตัวอย่างว่า งานอีเวนต์หนึ่งอาจสร้างรายได้ประมาณ 50 ล้านวอน หรือราว 1.1 ล้านบาท แต่หลังจากหักส่วนของบริษัท รวมถึงการแบ่งรายได้ระหว่างสมาชิกทั้ง 9 คน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว เงินที่เหลือสำหรับเธออาจมีเพียงประมาณ 2 ล้านวอน หรือราว 47,000บาท เท่านั้น

และที่หนักกว่านั้นคือ เงินที่หามาได้อาจไม่ได้ถูกจ่ายเข้าบัญชีของเธอโดยตรง

ฮเยบินเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับ Dormammu ตัวร้ายจาก Marvel ที่วนอยู่ในลูปไม่รู้จบ

“เงินที่คุณทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อหาได้จากงานอีเวนต์ มันกองรวมกันแล้วถูกนำไปลงทุนกับมิวสิกวิดีโอต่อไป จากนั้นคุณก็กลับไปติดลบอีกครั้ง”

เธอถึงกับบอกว่า

“มันเป็นลูป Dormammu ที่ไม่มีวันจบ เงินมันเหมือนกลับรถ U-turn ก่อนจะทันแตะบัญชีธนาคารของฉันด้วยซ้ำ”

——-

🌟 มีเพียงส่วนน้อยของไอดอลเท่านั้นที่ทำเงินได้จริง

ฮเยบินยอมรับว่า มีเพียงไอดอลส่วนน้อยมาก ๆ ที่สามารถก้าวไปถึงจุดที่สร้างรายได้มหาศาลจากอาชีพนี้ได้

สำหรับตัวเธอเอง เธอพยายามหารายได้จากหลากหลายช่องทาง ทั้ง การแสดงละครเวที รายการวาไรตี้เกาหลี งาน DJ งานพิธีกร งานรับจ้างอื่น ๆ รวมถึงการทำ YouTube

หลังจากมีการเปลี่ยนสมาชิกและ MOMOLAND ยุติกิจกรรมวงในช่วงแรกเมื่อปี 2023 หลังสัญญากับ MLD Entertainment หมดลง วงได้ประกาศกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม 2025 ภายใต้ต้นสังกัด Inyeon Entertainment

จากนั้นในเดือนกันยายนปีเดียวกัน MOMOLAND ก็ปล่อยซิงเกิล “Rodeo” ออกมา

เรื่องราวของฮเยบินสะท้อนให้เห็นว่า ภาพความหรูหราและชื่อเสียงของไอดอล K-Pop อาจไม่ได้หมายความว่าศิลปินจะมีเงินเหลืออยู่ในกระเป๋าจริง ๆ เพราะเบื้องหลังยังมีระบบต้นทุน การแบ่งรายได้ และค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่แฟน ๆ แทบมองไม่เห็น

ที่มา (1)