HYBE และค่ายในเครือ BELIFT LAB สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการบันเทิง ด้วยการดำเนินคดีข้ามประเทศ ต่อผู้ใช้โซเชียลมีเดียในต่างประเทศที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จและใส่ร้ายศิลปินอย่างต่อเนื่อง นับเป็นก้าวที่หาได้ยากและแสดงจุดยืนชัดเจนในการปกป้องศิลปิน แม้ผู้กระทำจะอยู่อีกซีกโลกก็ตาม
ตามรายงาน HYBE และ BELIFT LAB ได้ยื่นคำร้อง ขอคุ้มครองพยานหลักฐานล่วงหน้า ต่อศาลแพ่งและพาณิชย์กลางแห่งอาร์เจนตินา ซึ่งเชื่อว่าเป็นประเทศที่ผู้ใช้บัญชีนิรนามอาศัยอยู่ ขั้นตอนนี้มีเป้าหมายเพื่อเก็บรักษาหลักฐานสำคัญก่อนถูกลบหรือปกปิด หากศาลอนุมัติ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมหรืออินเทอร์เน็ตในพื้นที่จะต้องเก็บข้อมูลผู้ใช้ที่เชื่อมโยงกับ IP ดังกล่าวไว้
หลังยืนยันตัวบุคคลได้แล้ว HYBE มีแผนยื่น คดีแพ่งในอาร์เจนตินา และดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมทั้งแพ่งและอาญา โดยคดีนี้เกี่ยวข้องกับบัญชี X (Twitter เดิม) ที่ใช้งานมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อน และโพสต์ข้อความใส่ร้ายมากกว่า 3,000 ข้อความ พุ่งเป้าโจมตีศิลปินในสังกัด HYBE และ BELIFT LAB รวมถึงศิลปินอย่าง ENHYPEN และ ILLIT
เนื้อหาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเท็จและสร้างความเสียหาย ได้แก่ การอ้างว่าศิลปินถูกบังคับให้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง การกล่าวหาว่าข้อความแชตส่วนตัวของอดีตซีอีโอ ADOR อย่าง มินฮีจิน (Min Hee Jin) ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ไปจนถึงการกล่าวอ้างว่า HYBE มีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับผู้พิพากษาเพื่อชี้นำคำตัดสิน ซึ่งบริษัทระบุว่า ไม่เป็นความจริงทั้งหมด และกระทบต่อชื่อเสียงทั้งบริษัทและศิลปินอย่างร้ายแรง
ก่อนหน้านี้ HYBE เคยยื่นคดีแพ่งในเกาหลีใต้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว แต่ติดอุปสรรคจากความนิรนามของผู้ใช้บัญชี จึงหันไปใช้กระบวนการค้นหา ผ่านศาลแขวงแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เพื่อขอข้อมูลจากแพลตฟอร์ม X จนพบว่า IP เชื่อมโยงไปยังอาร์เจนตินา ทำให้สามารถจำกัดพื้นที่ของผู้ต้องสงสัยได้ชัดเจนขึ้น
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ หายากและเด็ดขาดอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมา ผู้แสดงความคิดเห็นใส่ร้ายจากต่างประเทศมักตามตัวยาก แต่การประสานกฎหมายระหว่างศาลสหรัฐฯ และอาร์เจนตินาของ HYBE จำกัดวงล้อมทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า “คดีนี้สะท้อนความตั้งใจของ HYBE ที่จะเอาผิดกับคอมเมนต์ใส่ร้ายไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดในโลก และส่งสัญญาณชัดว่า บัญชีนิรนามและระยะทางจะไม่ใช่เกราะคุ้มกันอีกต่อไป”
คดีนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะ จุดเปลี่ยน ของวิธีที่บริษัทบันเทิงระดับโลกจะรับมือกับการหมิ่นประมาทออนไลน์ต่อศิลปินในอนาคต
ที่มา (1)
